xs
xsm
sm
md
lg

THAI ฝ่ามรสุม...สหกรณ์ ฯ จ่อถล่มขาย / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หลังจากขึ้นไปสร้างสถิติสูงสุดที่ราคา 19.40 บาท นับจากกลับเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ฯ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา หุ้นบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ก็ดิ่งลงต่อเนื่อง จนล่าสุด วันที่ 23 มกราคมปิดที่ 7 บาท แต่มีแนวโน้มว่า ราคาหุ้นมีโอกาสที่จะลงไปสร้างจุดต่ำสุดใหม่

เพราะข่าวร้ายกำลังคืบคลานเข้าหาหุ้น THAI โดยเฉพาะแรงขายจากบรรดาสหกรณ์ออมทรัพย์นับสิบแห่ง ที่มีหุ้นซึ่งเกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน สัดส่วนประมาณ 13-14% ของทุนจดทะเบียน และจะพ้นกำหนดช่วงเวลาห้ามขาย ประมาณวันที่ 4 สิงหาคมนี้ หรือครบ 6 เดือนนับจากหุ้นกลับเข้าซื้อขาย

ราคาหุ้น THAI เคยลงไปต่ำสุดที่ 6.65 บาท แต่ดีดขึ้นมายืนประคองตัวแถว 7 บาท โดยก่อนหน้าถูกปัจจัยลบเกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ส่งผลกระทบจิตวิทยาต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน ราคาหุ้นที่เคยถูกลากขึ้นไปสูงเกือบทะลุ 20 บาท จึงถูกเทขายทำกำไรกันออกมา

แต่วิบากกรรมของ THAI ก็ยังไม่จบ เพราะหุ้นที่เกิดการแปลงหนี้เป็นทุน นับหมื่นล้านหุ้น ในราคาเพียง 2.54 บาท ใกล้ครบกำหนดเวลาที่จะสามารถขายหุ้นออกได้แล้ว

สถาบันการเงินหรือธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง ในฐานะเจ้าหนี้เงินกู้ไทย สหกรณ์ออมทรัพย์นับสิบแห่ง ในฐานะผู้ถือหุ้นกู้ เช่นเดียวกับบริษัทประกัน ซึ่งมีหุ้นจำนวนมากจากการแปลงหนี้เป็นทุน นับจากวันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ มีสิทธิที่จะขายหุ้นได้แล้ว

บรรดาสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือบริษัทประกัน อาจไม่รีรอการเทขาย เพราะราคาหุ้นบนกระดาน สูงกว่าราคาแปลงหนี้เป็นหุ้นอยู่เกือบ 200% ถ้าชิงจังหวะเทขาย จะเยียวยาความเสียหายจากเงินลงทุนในหุ้นกู้ THAI ได้

แรงขายจากบรรดาสหกรณ์ออมทรัพย์ มากพอที่จะกดให้หุ้น THAI โงหัวไม่ขึ้น หรือดิ่งลงลึก

ส่วนบรรดาธนาคารที่ได้รับการแปลงหนี้เป็นหุ้น รวมทั้งธนาคารกรุงเทพ ซึ่งมีสัดส่วนการถือหุ้น 8.49% ของทุนจดทะเบียน และธนาคารกรุงไทย ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วน 4.65% อาจไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะขายหุ้นออก

เพราะ THAI ยังเป็นหุ้นที่มีแนวโน้มการเติบโต โดยผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2568 มีกำไรสุทธิ 26,369.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 15,195.21 ล้านบาท

ธนาคารเจ้าหนี้ ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับต้น ๆ ของ THAI รองจากกระทรวงการคลังซึ่งถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ในสัดส่วน 38.90% คงพร้อมที่จะถือหุ้นต่อไป จนถึงเวลาที่เหมาะสม จึงทยอยขาย

และ THAI ก็ยังเป็นกิจการที่ยังมีโอกาสเด่นต่อไปได้ดี อยู่ในความสนใจของนักลงทุนสถาบัน โดยเฉพาะกองทุนต่างประเทศ ซึ่งทยอยเข้ามาช้อนซื้อหุ้นในช่วงที่กลับเข้ามาซื้อขายเมื่อเดือนสิงหาคม 2568

อนาคต THAI ยังสดใส แต่ปัญหาที่ทำให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวนกว่า 1 แสนรายกำลังสั่นไหว แนวโน้มระยะสั้น เพราะจะต้องเผชิญมรสุมแรงขายจากบรรดาเจ้าหนี้ที่แปลงหนี้เป็นหุ้น จำนวนนับหมื่นล้านหุ้น โดยแม้ธนาคารที่ถือหุ้นอยู่จะไม่ขาย

แต่บรรดาสหกรณ์ออมทรัพย์ ซึ่งถือหุ้นรวมกันประมาณ 4-5 พันล้านหุ้น คงไม่รอ และอาจทยอย “ปล่อยของ” หรือเทขายหุ้นออกมาทันทีที่พ้นกำหนดเงื่อนไขห้ามขาย

อีกเพียงไม่กี่วัน แรงขายมหาศาลจะถาโถมเข้าใส่ และไม่อาจคาดหมายว่า หุ้น THAI จะยืนโต้มรสุมได้ขนาดไหน








กำลังโหลดความคิดเห็น