xs
xsm
sm
md
lg

Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าบาทเปิดที่ 31.08-ดอลลาร์อ่อนค่า-คลายกังวลสถานการณ์ Greenland

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(23ม.ค.69)ที่ระดับ 31.08 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นมาก”จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.37 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.00-31.35 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ทะลุโซนแนวรับที่เราประเมินไว้ในวันก่อนหน้าแถว 31.15 บาทต่อดอลลาร์ และเข้าใกล้โซนแนวรับ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 31.01-31.41 บาทต่อดอลลาร์) หนุนโดยการทยอยอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับการชะลอตัวลงบ้างของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ แม้ว่าโดยรวม รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่จะออกมาดีกว่าคาดทำให้บรรดาผู้เล่นในตลาดทยอยปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดลง โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดประเมินว่า เฟดมีโอกาสราว 74% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้ สะท้อนว่า เงินดอลลาร์เผชิญแรงกดดันจากการปรับสถานะถือครองของผู้เล่นในตลาด หลังทยอยคลายกังวลสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรป ในประเด็น Greenland
นอกจากนี้ การอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ ยังได้หนุนให้ ราคาทองคำ (XAUUSD) ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ (New All-Time High) เหนือความคาดหมายของเรา และยิ่งหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทในช่วงคืนที่ผ่านมา

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) แม้ว่าบรรดานักวิเคราะห์และผู้เล่นในตลาดจะประเมินว่า BOJ อาจคงดอกเบี้ยที่ระดับ 0.75% ตามเดิม ทว่า ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของผู้ว่าฯ BOJ และท่าทีของทาง BOJ ต่อแนวโน้มการปรับนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า ท่ามกลางความผันผวนสูงของตลาดบอนด์ญี่ปุ่น และค่าเงินเยนญี่ปุ่น รวมถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมือง ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น หลังมีกระแสข่าวว่า นายกฯ Sanae Takaichi อาจประกาศยุบสภาในการประชุมสภาวันศุกร์นี้ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์

นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (Manufacturing and Services PMIs) ในเดือนมกราคม ของบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก ซึ่งจะเริ่มรายงานตั้งแต่ในฝั่งญี่ปุ่น อังกฤษและยูโรโซน จนถึงสหรัฐฯ

ส่วนในฝั่งสหรัฐฯ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน (U of Michigan Consumer Sentiment) ในเดือนมกราคม เพิ่มเติม

นอกเหนือจากผลการประชุม BOJ และรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน พร้อมทั้ง คอยติดตามพัฒนาการของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับบรรดาประเทศยุโรป ในประเด็น Greenland และแนวโน้มการเจรจาเพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เราขอคงมุมมองเดิมว่า เงินบาท (USDTHB) มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ Sideways ต่อไป แม้ว่าในช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นมากกว่าที่เราประเมินไว้ก็ตาม จากอานิสงส์ของการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ และการปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ของราคาทองคำ เหนือความคาดหมายของเรา เนื่องจากเรามองว่า การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ “เร็ว แรง” ในระยะสั้น ยังคงเพิ่มความเสี่ยงที่จะเห็นการปรับฐานของราคาทองคำในระดับราว -10% -15% ในช่วงระยะสั้นได้ หากอ้างอิงจากสถิติในอดีต อีกทั้งในช่วงนี้ ประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ก็เริ่มคลี่คลายลงมากขึ้น กอปรกับ ผู้เล่นในตลาดต่างก็ปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด จากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด ให้การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำอาจไม่ยั่งยืนได้

นอกจากนี้ เรามองว่า เงินดอลลาร์มีโอกาสพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของประเด็นการเมืองญี่ปุ่น และทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของ BOJ ซึ่งอาจกดดันเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ให้อ่อนค่าลงได้บ้างในระยะสั้น สวนทางกับการเคลื่อนไหวของบรรดาสกุลเงินหลักอื่นๆ โดยต้องรอลุ้น ทั้งผลการประชุม BOJ และประเด็นการเมืองญี่ปุ่น ในวันนี้อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทที่อาจเกิดขึ้นบ้าง อาจยังไม่สามารถเปลี่ยนแนวโน้มการทยอยแข็งค่าขึ้นบ้างของเงินบาทได้ เนื่องจากในช่วงนี้ เรายังคงเห็นแรงซื้อสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติอยู่ และหากความปั่นป่วนของตลาดบอนด์เริ่มลดลง อาจเห็นแรงซื้อบอนด์ระยะยาวของไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติเพิ่มเติมได้เช่นกัน (เริ่มเห็นการทยอยกลับเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวไทยจากนักลงทุนต่างชาติติดต่อกัน) ขณะเดียวกัน เราประเมินว่า บรรดาผู้เล่นในตลาด อย่างฝั่งผู้ส่งออก ก็อาจรอทยอยขายเงินดอลลาร์แถวโซนแนวต้านของเงินบาทได้ ตั้งแต่ช่วงโซน 31.30 บาทต่อดอลลาร์ ไปจนถึงโซน 31.50 บาทต่อดอลลาร์

อย่างไรก็ดี เราขอเน้นย้ำว่า ความผันผวนของตลาดการเงินยังมีอยู่ โดยต้องจับตาการเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) เนื่องจากตลาดจะรับรู้ ทั้ง ประเด็นการเมืองญี่ปุ่นและผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันนี้
กำลังโหลดความคิดเห็น