ดัชนีหุ้น พุ่งทะยานติดต่อกันเป็นวันที่ 6 แล้ว หุ้นขนาดใหญ่เชียวขจีแทบทั้งกระดาน แต่หุ้นธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL กลับดิ่งลงอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อหุ้นธนาคารทั้งกลุ่มที่ไม่คึกคักตามภาวะตลาด เนื่องจากผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ออกมาตกต่ำผิดคาด
BBLแจ้งผลประกอบการไตรมาสที่ 4 หลังปิดการซื้อขายหุ้นวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีกำไรสุทธิ 7.75 พันล้านบาท ลดลง 25% จากระยะเดียวกันปีก่อน ซึ่งผลกำไรที่ออกมา ต่ำกว่าความคาดหมายของนักวิเคราะห์ จนนำไปสู่การปรับลดประมาณการเป้าหมายราคาลง รวมทั้งลดแนวโน้มผลกำไรจากการดำเนินงานในปี 2569
แรงขายพุ่งเข้าใส่หุ้น BBL ทันทีที่เปิดการซื้อขายวันที่ 21 มกราคม ฉุดให้ราคาร่วงลงรุนแรง ก่อนปิดการซื้อขายที่ 160.50 บาท ลดลง 10 บาท มูลค่าซื้อขาย 8,430.53 ล้านบาท และเป็นหุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุดอันดับ 1 ประจำวัน
การดิ่งลงของหุ้น BBL ส่งผลกระทบต่อหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ตามมา โดยราคาปรับตัวลงตามทั้งหมด สวนทางกับดัชนี ฯ ที่พุ่งขึ้นอย่างร้อนแรง 21.19 จุด เนื่องจากหุ้นบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ปรับตัวขึ้น 15 บาท โดยปิดที่ 186.50 บาท และหุ้น DELTA เพียงตัวเดียว ดึงดัชนี ฯ ขึ้นมาประมาณ 15 จุด
ไม่มีสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าว่า ผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ของ BBLจะทรุดหนัก นักลงทุนที่ถือหุ้นอยู่ จึงถอยไม่ทัน เมื่อตัวเลขผลประกอบการประกาศออกมาย่ำแย่ จึงเกิดการขายในลักษณะหนีตาย ส่งผลกระทบต่อหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ตัวอื่น ๆ ซึ่งรับเคราะห์ ถูกเทขายตามไปด้วย ทั้งที่ผลประกอบการไม่ทรุดหนักเหมือน BBL
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการรวมของ BBL ปี 2568 ยังเติบโตอยู่ โดยมีกำไรสุทธิ 46,006.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 45,211.14 ล้านบาท
ค่า พี/อี เรโช ของ BBL เหลือเพียง 6.30 เท่า ขณะที่อัตราเงินปันผลตอบแทนขยับขึ้นมาที่ 5.30% เทียบกับ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ที่มีค่า พี/อี เรโช 8.49 เท่า และอัตราเงินปันผลตอบแทน 6.39% บริษัท เอสซีบี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB มีค่า พี/อี เรโช 9.44 เท่า อัตราเงินปันผลตอบแทน 7.59%
และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB มีค่า พี/อี เรโช 8.09 เท่า อัตราเงินปันผลตอบแทน 5.57%
16 โบรกเกอร์ได้จัดทำบทวิเคราะห์หุ้น BBL โดยมุมมองแตกต่างไปคนละทิศคนละทาง มีทั้งคำแนะนำให้ซื้อ ถือและแนะนำให้ขาย โดยบางโบรกเกอร์ตั้งราคาเป้าหมายไว้เพียง 135 บาท บางโบรกเกอร์ตั้งราคาเป้าหมายที่ 195 บาท โดยราคาเป้าหมายเฉลี่ยของ 16 โบรกเกอร์อยู่ที่ 168 บาท
อย่างไรก็ตาม ราคาเป้าหมายอจถูกหลายโบรกเกอร์ปรับลดลงมา หลังจากประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 4
ผู้ถือหุ้นรายย่อย BBL มีจำนวนทั้งสิ้น 57,706 ราย และส่วนใหญ่น่าจะถือเพื่อการลงทุนระยะยาว เพราะถือเป็นหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ที่จ่ายเงินปันผลสูงอย่างสม่ำเสมอ แม้การจ่ายเงินปันผลจากผลประกอบการปี 2568 ซึ่งจะจ่ายประมาณเดือนพฤษภาคมนี้ คงไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา
การดิ่งลงของหุ้น BBL ระดับ 10 บาท ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก และถ้าเป็นภาวะตลาดปกติ BBL คงจุดชนวน ความผันผวนรุนแรงของตลาดหุ้นไปแล้ว แต่เนื่องจากตลาดอยู่ในภาวะไม่ปกติ
ไม่ปกติเพราะต่างชาติกำลังยกทัพใหญ่ กลับมาไล่ซื้อหุ้นไทย ขณะที่หุ้น DELTA ถูกบวกขึ้นไปแรง
การร่วงหล่นของหุ้น BBL จึงไม่ได้สร้างความสะทกสะท้านกับแนวโน้มขาขึ้นของตลาดหุ้นแต่อย่างใด
และการปรับตัวลงรับข่าวร้าย ผลกำไรไตรมาสที่ 4 ทรุด หุ้น BBL น่าจะซึมข่าวร้ายไปพอแล้ว


