xs
xsm
sm
md
lg

Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าบาทเปิดที่ 31.02-แข็งค่ารับราคาทองคำตลาดโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(21ม.ค.69)ที่ระดับ 31.02 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง”จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.05 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 30.85-31.10 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในกรอบ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 31.01-31.12 บาทต่อดอลลาร์) หลังจากที่ทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง มากกว่าที่เราคาดในช่วงวันก่อนหน้า ตามการปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ (New All-Time High) ของราคาทองคำ (XAUUSD) ท่ามกลางความกังวลต่อประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้าระลอกใหม่ ระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรป

อย่างไรก็ดี แม้ว่าในช่วงคืนที่ผ่านมา ราคาทองคำจะยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน ทว่า เงินบาทกลับไม่ได้อานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำมากนัก เนื่องจากเงินดอลลาร์สามารถทยอยรีบาวด์สูงขึ้นบ้างด้วนเช่นกัน โดยการรีบาวด์ขึ้นของเงินดอลลาร์นั้นก็สอดคล้องกับการทยอยปรับตัวสูงขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และการอ่อนค่าลงของบรรดาสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่กลับมาอ่อนค่าลงทะลุโซน 158 เยนต่อดอลลาร์ อีกครั้ง บนประเด็นความกังวลเสถียรภาพการคลังของรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งกดดันให้บอนด์ยีลด์ระยะยาวของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นแรง ในช่วงวันก่อนหน้าและสร้างแรงกระเพื่อมกดดันให้บอนด์ยีลด์ระยะยาวทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลอัตราเงินเฟ้อ CPI ของอังกฤษ ในเดือนธันวาคม รวมถึงถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ BOE

ส่วนในฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามท่าทีของบรรดาผู้นำกลุ่มประเทศยุโรป ในเวที World Economic Forum เพื่อประเมินท่าทีและแนวโน้มการตอบโต้มาตรการภาษีนำเข้าล่าสุดของสหรัฐฯ ที่ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ขู่ว่าจะประกาศใช้มาตรการดังกล่าว หากยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการซื้อ Greenland

ทางฝั่งสหรัฐฯ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามท่าทีของประธานาธิบดี Donald Trump ที่มีกำหนดการจะแถลงในช่วงราว 20.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน พร้อมทั้ง คอยติดตามพัฒนาการของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับบรรดาประเทศยุโรป ในประเด็น Greenland

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เรายอมรับว่า เงินบาท (USDTHB) ได้แข็งค่าขึ้นมากกว่าที่เราประเมินไว้ในวันก่อนหน้า โดยเงินบาทยังคงได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำ ซึ่งภาพดังกล่าวก็อาจดำเนินต่อไปได้ จนกว่าประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์จะทยอยคลี่คลายลง และจะพอเป็นปัจจัยหนุนเงินบาทในช่วงนี้ได้

นอกจากนี้ การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทในช่วงที่ผ่านมา อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนต้องปรับสถานะถือครอง (Stop Loss) ซึ่งมีส่วนหนุนการแข็งค่าขึ้นเพิ่มเติมของเงินบาทเช่นกัน โดยเฉพาะหากเงินบาทแข็งค่าขึ้นหลุดโซน 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงที่เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นต่อทดสอบโซน 30.80-30.85 บาทต่อดอลลาร์ ได้

อย่างไรก็ดี เราประเมินว่า เงินบาทก็อาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าบ้าง หลังเงินดอลลาร์สามารถทยอยรีบาวด์แข็งค่าขึ้นบ้าง และอาจได้แรงหนุนในกรณีที่ บรรดาสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ผันผวนอ่อนค่าลง ซึ่งในสัปดาห์นี้ เงินเยนญี่ปุ่นยังเสี่ยงเผชิญแรงกดดันอยู่พอควร เนื่องจากตลาดจะรับรู้ ทั้ง ประเด็นการเมืองญี่ปุ่นและผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันศุกร์นี้ กอปรกับในระยะหลัง เรายังคงเห็นแรงขายบอนด์ระยะยาวของไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติ ซึ่งภาพดังกล่าวก็อาจยังดำเนินต่อไปจนกว่าความปั่นป่วนในตลาดบอนด์โลกจะทยอยลดลงบ้าง ทำให้ เราประเมินว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทก็อาจเริ่มชะลอลงได้บ้าง

ทั้งนี้ เราประเมินว่า หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นทะลุโซน 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจนและแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องทดสอบโซนแนวรับที่เราประเมินไว้ได้จริง จะถือว่าเป็นการแข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐานไปมาก โดยจากโมเดล Valuation ของเรา ประเมินว่า เงินบาทจะมีระดับ Fair Value ในช่วง 33-34 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้การแข็งค่าขึ้นทดสอบโซน 30.50-30.75 บาทต่อดอลลาร์ จะเป็นการแข็งค่าขึ้นเกินปัจจัยพื้นฐานไปมาก เพิ่มความเสี่ยงที่เงินบาทจะพลิกกลับมาอ่อนค่าลงได้ในระยะ 3 เดือน และ 6 เดือน ข้างหน้า
กำลังโหลดความคิดเห็น