สัญญาณเตือนภัยความมั่นคงเครือข่าย Bitcoin? กำลังการขุด (Hashrate) ดิ่งหลุดระดับจิตวิทยา 1 Zetahash ต่อวินาทีเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน นักวิเคราะห์ชี้เป้าจำเลยสำคัญคือ “ปัญญาประดิษฐ์” (AI) ที่กำลังเข้ามา “แย่งชิงทรัพยากรพลังงาน” (Compete for the grid) บีบให้เหมืองขุดต้องปรับตัวหนีตายจากสมรภูมิ Margin ต่ำ สู่โลก AI Computing ที่หอมหวานกว่า แม้รายได้ฝั่งขุดจะเริ่มฟื้นตัวแต่ก็รั้งไม่อยู่
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของเครือข่าย Bitcoin เมื่อข้อมูลล่าสุดจาก Hashrate Index ระบุว่า ค่าเฉลี่ยกำลังการขุด 7 วันย้อนหลัง (7-day MA) ได้ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 1,000 Exahash per second (EH/s) หรือ 1 Zetahash (ZH/s) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางเดือนกันยายน โดยร่วงลงมาอยู่ที่ 993 EH/s คิดเป็นการปรับฐานลงถึง 15% จากจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่เคยทำไว้ที่ 1,157 EH/s
AI ทำจุดเปลี่ยนเหมืองขุด
Leon Lyu ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง StandardHash ได้ออกมาวิเคราะห์ผ่านแพลตฟอร์ม X โดยชี้เป้าว่า สาเหตุหลักของการไหลออกของกำลังขุดครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากราคา Bitcoin เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่เหมืองขุดจำนวนมากกำลัง “โยกย้ายทรัพยากรไฟฟ้า” (Reallocating Power) ไปให้บริการประมวลผลสำหรับ AI (AI Compute Services) แทน
ต้องยอมรับว่าปี 2568 ที่ผ่านมาคือปีแห่งความโหดร้ายสำหรับนักขุด (Harshest Margin Environment) รายได้ที่ลดฮวบและหนี้สินที่พุ่งสูง บีบให้ผู้ประกอบการต้องดิ้นรนหาทางรอด และโครงสร้างพื้นฐานของเหมืองขุดที่มีทั้ง “ไฟฟ้ากำลังสูง” และ “ระบบระบายความร้อน” (Cooling Infrastructure) นั้น เอื้ออำนวยอย่างยิ่งต่อการดัดแปลงไปใช้ในงาน High-Performance Computing (HPC) สำหรับ AI ซึ่งให้ผลตอบแทน (Margin) ที่สูงกว่าการขุด Bitcoin แบบเดิม
ขุดง่ายขึ้น ได้เงินเยอะขึ้น แต่คนยังเลิก?
สิ่งที่น่าสนใจและตอกย้ำทฤษฎี “AI ดูดซับพลังงาน” คือความย้อนแย้งของข้อมูลตลาด ในช่วงเดือนที่ผ่านมาความยากในการขุด (Mining Difficulty) ได้ปรับลดลงถึง 4 ครั้ง (จาก 156 ล้านล้าน เหลือ 146.5 ล้านล้าน) ซึ่งในทางทฤษฎีแล้วควรจะดึงดูดให้นักขุดกลับเข้ามา เพราะใช้พลังงานน้อยลงในการหาบล็อก
แถมค่า Hashprice (รายได้ต่อหน่วยกำลังขุด) ก็ดีดตัวขึ้นจาก 37.15 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 40 ดอลลาร์ ต่อ Petahash/วัน ซึ่งแปลว่าความสามารถในการทำกำไร (Profitability) ของการขุด Bitcoin นั้น “ดีขึ้น”
แต่ทว่า Hashrate กลับยัง “ลดลง” นี่คือหลักฐานที่ชัดเจนว่า แรงดึงดูดจากอุตสาหกรรม AI นั้นทรงพลังมากพอที่จะทำให้เหมืองขุดยอมทิ้งกำไรที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยของ Bitcoin เพื่อไปไล่ล่ากำไรก้อนโตในโลก AI
เครื่องขุดค้างสต็อกเต็มโกดัง?
Lyu ยังทิ้งท้ายประเด็นที่น่าจับตามองว่า ตัวเลข Hashrate ที่เราเห็นอาจจะยังไม่ใช่ภาพจริงทั้งหมด เพราะมีความเป็นไปได้ที่ผู้ผลิตเครื่องขุดรายใหญ่ (เช่น Bitmain) อาจจะกำลังแอบเสียบปลั๊กเดินเครื่อง “สินค้าคงคลังส่วนเกิน” (Surplus Machines) เพื่อระบายของผ่านข้อตกลงที่คลุมเครือ ซึ่งหมายความว่ากำลังการขุดที่หายไปจริงๆ (Net Outflow) จากผู้เล่นรายย่อยอาจจะรุนแรงกว่าตัวเลขที่รายงานออกมาเสียอีก
ทั้งนี้สงครามแย่งชิง “กริดไฟฟ้า” ระหว่าง Bitcoin และ AI ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ และดูเหมือนว่าในยกนี้ AI กำลังเป็นฝ่ายได้เปรียบ ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมเหมืองขุดครั้งใหญ่ในระยะยาว


