หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลขนาดใหญ่ กำลังเผชิญแรงขายอย่างหนัก หลังนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ โบรกเกอร์สำนักต่าง ๆ ลดความคาดหมายแนวผลประกอบการ จากผลกระทบบริษัทประกันขนาดใหญ่ ปรับกรมธรรม์สุขภาพแบบเหมาจ่าย เป็นกรมธรรม์สุขภาพร่วมจ่าย จนราคาหุ้นโรงพยาบาลบางแห่ง ลงไปสร้างจุดต่ำสุดในรอบหลายปี
ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มปรับตัวลงต่อเนื่อง เพราะผลประกอบการชะลอตัว โดยเฉพาะหุ้นบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH และหุ้น บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS
ประเดิมรับปี 2569 เพียงไม่กี่วัน สถานการณ์หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลยังไม่กระเตื้องขึ้น แต่กลับทรุดลงต่อเนื่อง โดยถูกซ้ำเติมจากผลกระทบ ข่าวบริษัทประกันชีวิตขนาดใหญ่ บริษัท เอไอเอ จำกัด ปรับกรมธรรม์ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายเป็นกรมธรรม์รวมจ่าย เพื่อลดภาระการคุ้มครองค่ารักษาผู้ทำประกันสุขภาพ และบริษัทประกันชีวิตรายอื่น ๆ อาจปรับกรมธรรม์ประกันสุขภาพตามมา ส่งผลให้รายได้โรงพยาบาลลดลง
BDMS มีสัดส่วนรายได้จากการประกันสุขภาพประมาณ 38% ของรายได้รวม BH มีสัดส่วนรายได้จากประกันประมาณ 21% ของรายได้รวม และจะถูกผลกระทบรายได้หดตามมาแน่
หุ้น BDMS วันอังคารที่ผ่านมาปิดที่ 17.60 บาท ลดลง 50 สตางค์ โดยระหว่างชั่วโมงซื้อขาย ลงไปที่ 17.40 บาท ซึ่งเป็นราคาต่ำสุดในรอบหลายปี ขณะที่หุ้น BH ปิดที่ 136.50 บาท ลดลง 2 บาท โดยในรอบ 12 เดือน เคยลงไปต่ำสุดที่ 130 บาท
หุ้นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ทั้ง 2 แห่ง หลุดลงมาต่ำกว่า ราคาเป้าหมายต่ำสุดที่ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์บางแห่งประมาณการไว้ โดย BDMS โบรกเกอร์บางแห่งกำหนดราคาเป้าหมายต่ำสุดที่ 20.80 บาท ส่วน BH โบรกเกอร์บางแห่งกำหนดราคาเป้าหมายต่ำสุดที่ 166 บาท
ราคาหุ้นที่ดิ่งลงมาลึก ทำให้นักวิเคราะห์บางคน มีคำแนะนำให้นักลงทุน หาจังหวะช้อนซื้อ เมื่อราคาหุ้นปรับตัวลงอีก เพราะถือว่า ราคาได้ซึมซับรับข่าวร้ายมาระดับหนึ่งแล้ว แต่นักวิเคราะห์บาคนก็ยังแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังการลงทุนเพราะราคาอาจปรับฐานยังไม่สะเด็ดน้ำ
หุ้นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เคยครองเป็นหุ้นยอดนิยมสำหรับนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนระยะยาวอยู่หลายปี แต่หุ้นโรงพยาบาลกลับป่วยไข้เสียเอง โดยเข้าสู่ช่วงขาลงเต็มตัวเมื่อปีที่แล้ว และต้นปีก็มีข่าวร้ายกระหน่ำเข้ามาอีก
ค่า พี/อี เรโชว์ หุ้น BDMS ลงมาเหลือ 16.96 เท่า อัตราเงินปันผลตอบแทน 4.26% ส่วน BH ค่า พี/อี เรโช 14.43 เท่า อัตราเงินปันผลตอบแทน 3.66% ซึ่งหากพิจารณาตามปัจจัยพื้นฐาน ราคาหุ้นทั้ง2 โรงพยาบาล อยู่ในระดับที่น่าสนใจ เพียงแต่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ยังกังวลแนวโน้มผลประกอบการที่จะชะลอตัวลงเท่านั้น
ผู้ถือหุ้นรายย่อย BDMS มีจำนวนทั้งสิ้น 92,443 ราย ขณะที่ BH มีผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวน 18,537 ราย 2 บริษัท มีผู้ถือหุ้นรายย่อยติดค้างอยู่รวมทั้งสิ้น 110, 980 ราย ซึ่งแทบทั้งหมด ขาดทุนในหุ้นทั้ง 2 โรงพยาบาลใหญ่
BDMS รอบนี้ทรุดหนัก สร้างจุดต่ำสุดใหม่ในรอบหลายปีแล้ว ส่วนBH เหลือกันชนอีกเพียงไม่กี่บาท จะลงไปสร้างจุดต่ำสุดใหม่ แต่พอยังมีมุมมองโลกในแง่ดีของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์บ้าง
หุ้นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ทั้ง 2 บริษัท น่าจะสะท้อนรับข่าวร้ายไปเต็มอิ่มแล้ว แม้ยังไม่มีสัญญาณการกลับตัวขึ้น แต่คงไม่ลงลึกไปกว่านี้มากนัก


