‘พอล แอตกินส์’ ส่งสัญญาณบวกแรง! มั่นใจร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับประวัติศาสตร์ จะฝ่าด่านสภาคองเกรสไปถึงโต๊ะทำงานของ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ เพื่อลงนามบังคับใช้ได้ภายในปีนี้แน่นอน หวังสังคายนากฎระเบียบครั้งใหญ่ ดึงตลาดออกจาก ‘โซนสีเทา’ ที่คลุมเครือมานาน พร้อมหนุนนโยบายผู้นำสหรัฐฯ ปั้นประเทศสู่ศูนย์กลางคริปโต ฯ โลก ท่ามกลางความท้าทายจากโรคเลื่อนในวุฒิสภาและเส้นตาย ‘ชัตดาวน์’ ที่จ่อคอหอย
สัญญาณความชัดเจนของกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐอเมริกาเริ่มสว่างไสวขึ้นอีกครั้ง เมื่อ พอล แอตกินส์ (Paul Atkins) ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นผ่านสื่อใหญ่อย่าง Fox Business เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่ากฎหมายปฏิรูปโครงสร้างตลาดคริปโทเคอร์เรนซี (Crypto Market Structure Bill) ที่ได้รับการสนับสนุนจากทั้งสองพรรคการเมือง (Bipartisan) จะมีผลบังคับใช้ภายในปีนี้
ขานรับนโยบาย ‘ทรัมป์’ "ดันอเมริกาเบอร์หนึ่งคริปโตโลก"
แอตกินส์ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามีแนวคิดสนับสนุนเสรีภาพทางการเงิน ได้กล่าวชื่นชมความสำเร็จของการผ่านกฎหมาย GENIUS Act ในปี 2568 ที่ผ่านมา ว่าเป็นก้าวแรกที่สำคัญ แต่กฎหมายโครงสร้างตลาดฉบับใหม่นี้จะเป็น “จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ” (Key Boost) ที่จะปลดล็อกศักยภาพของอุตสาหกรรมคริปโทฯ ในสหรัฐฯ อย่างแท้จริง
“กฎหมายฉบับนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของท่านประธานาธิบดี ที่ต้องการทำให้อเมริกาเป็นเมืองหลวงคริปโตฯ ของโลกเมื่อเรามีกฎหมายที่ชัดเจนและกติกาที่แน่นอน ความเชื่อมั่นก็จะเกิดขึ้นในตลาด” แอตกินส์ กล่าว
เขาย้ำจุดยืนที่ชัดเจนว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่รัฐบาลสามารถทำให้กับนักลงทุนได้ในขณะนี้ คือการนำตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลออกจาก “โซนสีเทาทางกฎหมาย” (Regulatory Gray Zone) ซึ่งกัดกินความเชื่อมั่นมานานหลายปี โดยกฎหมายฉบับนี้จะช่วย “ป้องกันอนาคต” (Future-proof) จากการใช้อำนาจเกินขอบเขตของหน่วยงานกำกับดูแล (Rogue Regulators) และแบ่งแยกอำนาจหน้าที่ระหว่าง ก.ล.ต. (SEC) และ คณะกรรมาธิการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ (CFTC) ให้ชัดเจน
จับตาความเสี่ยง ‘Government Shutdown’
นอกจากเกมการเมืองในสภาแล้ว อีกหนึ่งอุปสรรคที่อาจขัดขวางไทม์ไลน์ของกฎหมายฉบับนี้ คือความเสี่ยงที่หน่วยงานรัฐบาลอาจต้อง “ปิดทำการชั่วคราว” (Government Shutdown) หากสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายได้ทันเส้นตายวันที่ 30 มกราคม นี้ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง กระบวนการพิจารณากฎหมายต่างๆ อาจต้องหยุดชะงักลง
อย่างไรก็ดีคำยืนยันของ พอล แอตกินส์ ถือเป็นยาชูกำลังขนานดีสำหรับนักลงทุนที่รอคอยความชัดเจน แต่เกมนี้ยังไม่จบง่ายๆ นักลงทุนต้องจับตาดูการงัดข้อในวุฒิสภาและการแก้ปมงบประมาณให้ดี เพราะนี่คือเดิมพันครั้งสำคัญที่จะชี้ชะตาว่า สหรัฐฯ จะก้าวขึ้นเป็น “Crypto Capital” ได้จริงตามราคาคุยของทรัมป์หรือไม่
สะดุด ‘โรคเลื่อน’ วุฒิสภายังเสียงแตก
อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่ดวงดาวไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ล่าสุดคณะกรรมาธิการเกษตรของวุฒิสภา (Senate Agriculture Committee) ซึ่งกำกับดูแล CFTC ได้ประกาศเลื่อนการพิจารณาร่างกฎหมายขั้นสุดท้าย (Markup) ออกไปเป็นช่วงสิ้นเดือนมกราคม โดยให้เหตุผลว่าต้องการเวลาเพิ่มเติมเพื่อลงรายละเอียดและรวบรวมเสียงสนับสนุน
ในขณะที่คณะกรรมาธิการการธนาคาร (Senate Banking Committee) ซึ่งกำกับดูแล SEC ยังคงเดินหน้าตามแผนที่จะพิจารณาร่างกฎหมายฉบับเดียวกันในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการประสานงานระหว่างหน่วยงานยังเป็นโจทย์ที่ท้าทาย


