xs
xsm
sm
md
lg

Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าบาทเปิดที่ 31.24-รอติดตามพัฒนาการความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(13ม.ค.69)ที่ระดับ 31.24 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัวแทบไม่เปลี่ยนแปลง”จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.15-31.40 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในลักษณะ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 31.18-31.28 บาทต่อดอลลาร์) แม้จะมีจังหวะทยอยแข็งค่าขึ้น จนเกือบทะลุโซนแนวรับระยะสั้น ตามการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของราคาทองคำ (XAUUSD) ซึ่งได้อานิสงส์จากทั้งความกังวลประเด็นการเข้าแทรกแซงการทำงานของเฟดจากฝั่งการเมืองสหรัฐฯ (Fed Independence) หลังประธานเฟด Jerome Powell ได้ถูกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ยื่นสอบสวนทางอาญา รวมถึงประเด็นความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk)

อย่างไรก็ดี การแข็งค่าของเงินบาทก็ถูกชะลอลง หลังผู้เล่นในตลาดเริ่มทยอยทำกำไรทองคำ กดดันให้ราคาทองคำย่อตัวลงบ้าง ส่วนเงินดอลลาร์ก็รีบาวด์แข็งค่าขึ้นอีกครั้ง หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อ CPI ในเดือนธันวาคม นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามภาวะตลาดแรงงานสหรัฐฯ ผ่านรายงานยอดการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์ โดย ADP พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงิน โดยเฉพาะในช่วงที่ความเป็นอิสระของเฟดเผชิญแรงกดดันจากฝั่งการเมืองสหรัฐฯ อีกครั้ง

นอกจากนี้ บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ อาทิ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับเวเนซุเอลา เหตุประท้วงและจราจลในอิหร่าน รวมถึง สงครามรัสเซีย-ยูเครน

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เรายังคงประเมินว่า เงินบาท (USDTHB) อาจเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในลักษณะ Sideways ไปก่อนได้ เนื่องจากในช่วงนี้ เงินดอลลาร์ก็อาจเคลื่อนไหวไร้ทิศทางเช่นกัน เพราะแม้ว่า รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะออกมาสดใสและดีกว่าคาด แต่เงินดอลลาร์ก็เสี่ยงเผชิญแรงกดดันจากทั้ง ความกังวลต่อการเข้าแทรกแซงการทำงานของเฟดจากฝั่งการเมืองสหรัฐฯ และความกังวลต่อแนวโน้มเสถียรภาพการคลังของรัฐบาล ซึ่งต้องรอลุ้น คำตัดสินของศาลสูงสุดของสหรัฐฯ (Supreme Court) ในคดีมาตรการภาษีนำเข้า IEEPA ที่อาจรู้ผลเร็วสุดในวันพุธที่ 14 มกราคม นี้

นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวของราคาทองคำยังคงส่งผลกระทบต่อทิศทางเงินบาทพอสมควร ดังจะเห็นได้จากทั้ง Correlation ระหว่างเงินบาทกับทองคำที่อยู่ในระดับสูงเกิน 80% ขณะที่ ความอ่อนไหวของเงินบาทต่อการปรับเปลี่ยนของราคาทองคำ (Beta/Sensitivity) ก็อยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 1 ปี ที่ผ่านมา ทำให้ จังหวะการปรับตัวขึ้น/ลง ของราคาทองคำก็มีผลกระทบต่อเงินบาท โดยในช่วงนี้ แม้ว่าราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ ซึ่งอาจจะเพิ่มความเสี่ยงที่ราคาทองคำอาจย่อตัวลงบ้าง ตามแรงขายทำกำไร ทว่าประเด็นต่างๆ ที่อาจกดดันเงินดอลลาร์ ที่กล่าวมาในข้างต้น ก็ล้วนสามารถหนุนราคาทองคำให้รีบาวด์สูงขึ้นได้ หรืออาจสามารถผลักดันให้ ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำจุดสูงสุดใหม่ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้ รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในคืนนี้ ซึ่งจะทยอยรับรู้ในช่วงตั้งแต่ 20.30 น. ตามเวลาประเทศไทย เนื่องจากสถิติข้อมูลย้อนหลัง สะท้อนว่า เงินบาท (USDTHB) อาจมีกรอบการแกว่งตัว +/-1.0 SD ราว +0.12/-0.30% ในช่วงหลังรับรู้ข้อมูล 30 นาที
กำลังโหลดความคิดเห็น