xs
xsm
sm
md
lg

ส่องบทบาท Stablecoin ในอิหร่าน-เวเนซุเอลา อาวุธสู้เงินเฟ้อหรือเครื่องมือฟอกเงิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วิกฤตการเมืองและเศรษฐกิจใน ‘เวเนซุเอลา-อิหร่าน’ ร้อนระอุรับปี 2569 ดัน ‘Stablecoin’ ขึ้นแท่นตัวละครเอกที่เต็มไปด้วยความย้อนแย้ง ด้านหนึ่งคือ ‘อัศวินขี่ม้าขาว’ ช่วยประชาชนสู้เงินเฟ้อและเป็นหลุมหลบภัยทางเศรษฐกิจ แต่อีกด้านกลับกลายเป็น ‘อาวุธลับ’ ของรัฐบาลเผด็จการและองค์กรติดแบล็กลิสต์ ใช้โยกย้ายเงินสกปรกนับพันล้านดอลลาร์เพื่อหลบหนีมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ บีบให้ผู้ออกเหรียญต้องไล่บี้แช่แข็งบัญชีมูลค่ามหาศาล

ความวุ่นวายทางการเมืองและวิกฤตค่าครองชีพที่ปะทุขึ้นในเวเนซุเอลาและอิหร่านตั้งแต่ต้นปี 2569 ได้ฉายภาพให้เห็นถึงบทบาทคู่ขนาน (Duality) ของสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะ Tether (USDT) เหรียญ Stablecoin ที่อิงมูลค่าดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในระบบนิเวศการเงินของทั้งสองประเทศ ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อรุนแรงและการถูกตัดขาดจากระบบการเงินโลก

เมื่อ ‘ประชาชน’ อิหร่านหนีตาย แต่ ‘กองกำลังปฏิวัติ’ ใช้ฟอกเงิน

สถานการณ์ในอิหร่านกำลังเข้าขั้นวิกฤต การประท้วงลุกลามไปทั่วประเทศหลังค่าเงินเรียล (Rial) ดิ่งลงทำสถิติต่ำสุดใหม่เมื่อเทียบกับดอลลาร์ รัฐบาลตอบโต้ด้วยการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตและจับกุมผู้คนนับพัน แต่ในมุมมืดของเศรษฐกิจ USDT บนเครือข่าย Tron กลับกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีการใช้งานสูงสุด ประชาชนใช้มันเพื่อ “ประกันความเสี่ยง” (Hedge) จากการพังทลายของค่าเงิน

อย่างไรก็ตาม การใช้งานไม่ได้จำกัดแค่คนตัวเล็กๆ รายงานจาก TRM Labs เปิดเผยข้อมูลชวนตกตะลึงว่า ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา กองพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร ได้ใช้ Stablecoin เป็นเครื่องมือในการเคลื่อนย้ายเงินทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์

กลยุทธ์ของ IRGC คือการใช้ “บริษัทบังหน้า” (Front Companies) ที่จดทะเบียนในสหราชอาณาจักรอย่าง Zedcex และ Zedxion ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน โดยมีตัวละครสำคัญคือ Babak Zanjani นายทุนคนสำคัญที่เชี่ยวชาญการฟอกเงินรายได้จากการค้าน้ำมันให้ระบอบการปกครอง แม้รัฐบาลอิหร่านจะพยายามจำกัดการถือครอง Stablecoin ของประชาชนไว้ไม่เกิน 10,000 ดอลลาร์ แต่สำหรับระดับองค์กรภาครัฐ กลับใช้มันเป็นท่อส่งน้ำเลี้ยงเส้นใหญ่ในการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร (Sanctions Evasion)

ที่มา : @0xG00gly
เวเนซุเอลา จ่ายค่าตัดผมยันค้าน้ำมันเถื่อนด้วย USDT

ข้ามฝั่งมาที่ลาตินอเมริกา เรื่องราวในเวเนซุเอลาก็ไม่ต่างกัน ความเชื่อมั่นในธนาคารท้องถิ่นและสกุลเงินโบลิวาร์ที่พังพินาศ ทำให้ USDT กลายสภาพเป็น “เงินตราที่แท้จริง” ในชีวิตประจำวัน

“คุณจ่ายคนจัดสวน จ่ายค่าตัดผม คุณใช้ Tether ได้กับแทบทุกอย่าง” Mauricio Di Bartolomeo ผู้ประกอบการคริปโตฯ ชาวเวเนซุเอลากล่าวกับ Wall Street Journal สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนเลือกใช้ Stablecoin แทนระบบธนาคารที่ล่มสลาย

แต่ในระดับมหภาค รัฐวิสาหกิจน้ำมันแห่งชาติ Petroleos de Venezuela (PDVSA) กลับใช้ USDT เป็นเครื่องมือหลักในการอยู่รอด โดยมีการประเมินว่ากว่า 80% ของรายได้จากการส่งออกน้ำมัน ถูกชำระด้วย Tether เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากสหรัฐฯ ที่คว่ำบาตรมาตั้งแต่ปี 2563

Tether เดินหน้าล้างบางไล่อายัดบัญชีพันล้าน


แรงกดดันจากสหรัฐฯ ทำให้ Tether ผู้ออกเหรียญต้องทำงานเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานรัฐเพื่อสกัดกั้นเส้นทางการเงินเหล่านี้ ข้อมูลจาก AMLBot ระบุว่า ระหว่างปี 2566 ถึงปลายปี 2568 Tether ได้ทำการขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) และแช่แข็งเงินมูลค่ารวมกว่า 3.3 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.1 แสนล้านบาท) โดยกว่าครึ่งเป็น USDT บนเครือข่าย Tron

ล่าสุดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานการสั่งอายัดบัญชีเพิ่มเติมอีก 182 ล้านดอลลาร์ จาก 5 กระเป๋าเงินต้องสงสัย ซึ่งแม้จะยังไม่ยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับอิหร่านหรือเวเนซุเอลาโดยตรง แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงมาตรการขั้นเด็ดขาดในการปิดประตูตีแมวกลุ่มทุนสีเทาที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเกราะกำบัง

ทั้งนี้เหรียญ USDT ในวันนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงนวัตกรรมการเงิน แต่คือสมรภูมิทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลสหรัฐฯ และผู้ออกเหรียญต้องไล่ล่าเกมแมวจับหนู (Cat-and-mouse game) กับรัฐบาลเผด็จการที่ใช้ช่องโหว่ของโลก DeFi เพื่อต่อลมหายใจให้ระบอบอำนาจของตนเอง