นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 31.00-31.65 บาท/ดอลลาร์ และกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วงโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.15-31.30 บาท/ดอลลาร์ จากระดับเปิดเช้านี้ (12ม.ค.69)ที่ 31.32 บาทต่อดอลลาร์“แข็งค่าขึ้น”จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ 31.46 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวผันผวน ไร้ทิศทางที่ชัดเจน ก่อนที่จะทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเข้าใกล้โซนแนวรับ 31.20 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย (แกว่งตัวในกรอบ 31.21-31.48 บาทต่อดอลลาร์) โดยแม้จะเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าจากการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ หลังรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ออกมาผสมผสาน ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน (U of Michigan Consumer Sentiment) ก็ออกมาดีกว่าคาด และบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด ก็ไม่ได้ส่งสัญญาณถึงความจำเป็นที่เฟดต้องเร่งรีบเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดลงบ้าง
ทว่า เงินบาทยังคงได้แรงหนุนเพิ่มเติม ตามการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ของราคาทองคำ (XAUUSD) โดยเฉพาะในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชียรับข่าวความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนแรงขึ้น จากความกังวลว่า ทางการสหรัฐฯ รวมถึงพันธมิตรอย่างอิสราเอล อาจใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หลังเหตุการประท้วงและจราจลในกรุงเตหะรานของอิหร่าน ทวีความรุนแรงมากขึ้น จนมีรายงานข่าวผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
สำหรับสัปดาห์นี้รวมถึงในช่วงระยะสั้น เราประเมินว่า ควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ พร้อมติดตามประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด และการตัดสินคดีมาตรการภาษีนำเข้า IEEPA โดยศาลสูงสุดของสหรัฐฯ
สำหรับ แนวโน้มเงินบาท เรายังคงประเมินว่า เงินบาท (USDTHB) อาจเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน ในกรอบ Sideways เพราะแม้ว่า เงินดอลลาร์จะทยอยแข็งค่าขึ้นและยังมีโมเมนตัมการปรับตัวขึ้นอยู่ แต่เงินบาทก็ยังพอได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ โดยเฉพาะในจังหวะที่ตลาดมีความกังวลต่อประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ ไม่ว่าจะสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับเวเนซุเอลา (หรืออาจจะรวมกลุ่มประเทศละตินอเมริกา) สหรัฐฯ กับพันธมิตร NATO ในประเด็น Greenland และล่าสุด สหรัฐฯ กับอิหร่าน หลังการประท้วงในกรุงเตหะราน ของอิหร่านมีความรุนแรงมากขึ้น
อย่างไรก็ดี โดยผู้เล่นในตลาดควรระวัง ว่า เงินบาทเสี่ยงเคลื่อนไหว Two-way Risk หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง บนความผันผวนที่สูงขึ้น ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด ประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และความกังวลของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มเสถียรภาพการคลังของสหรัฐฯ ซึ่งต้องรอลุ้นและติดตามการพิจารณาคดีมาตรการภาษีนำเข้า IEEPA ของศาลสูงสุดสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
ในเชิงเทคนิคัลนั้น เรามองว่า หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทยังไม่ได้กลับสู่แนวโน้มแข็งค่าขึ้น จนกว่าจะสามารถแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 31.20 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน ทำให้เราประเมินว่า เงินบาทอาจแกว่งตัวไร้ทิศทางไปก่อนในระยะสั้น (ประเมินด้วย Time Frame Daily) แต่ในแนวโน้มระยะกลางนั้น (ประเมินด้วย Time Frame Weekly) เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้น จนกว่าจะสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 31.80 บาทต่อดอลลาร์ และเราจะปรับมุมมองต่อแนวโน้มเงินบาทใหม่ หากสามารถอ่อนค่าทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 30 สัปดาห์ หรือโซน 32.30 บาทต่อดอลลาร์
ในส่วนของเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า โมเมนตัมการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์มีกำลังมากขึ้น ทว่าต้องจับตาการตัดสินคดีมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งอาจสร้างความกังวลต่อประเด็นเสถียรภาพการคลังของสหรัฐฯ กดดันเงินดอลลาร์ และควรจับตาการปรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด


