xs
xsm
sm
md
lg

เวียดนามจัดระเบียบตลาดคริปโต สั่งเปิดไลเซนส์ 5 ราย ทุนหมื่นล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รัฐบาลเวียดนามเดินเครื่องปฏิรูปตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเต็มสูบ! นายกฯ ‘ฝ่าม มินห์ ชิงห์’ ขีดเส้นตายกลางเดือนมกราคมนี้ ต้องคลอดใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายคริปโตฯ นำร่องภายใต้ Sandbox จำนวนจำกัดเพียง 5 ราย พร้อมงัดเกณฑ์คัดกรองสุดหิน บังคับวางเงินทุนจดทะเบียนสูงลิ่วกว่า 400 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.35 หมื่นล้านบาท หวังดึง ‘แบงก์-บริษัทหลักทรัพย์’ เข้าถือหุ้นใหญ่ เพื่อจัดระเบียบตลาดให้ขาวสะอาดและป้องกันความเสี่ยงระบบการเงิน

กลายเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองในภูมิภาคอาเซียน เมื่อรัฐบาลเวียดนามภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ฝ่าม มินห์ ชิงห์ ได้ประกาศนโยบายเชิงรุกในการดึงตลาดการค้าคริปโทเคอร์เรนซีที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ให้กลับเข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่เข้มงวด (Tighter Leash) โดยสั่งการกลางที่ประชุมระดับชาติเมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาอนุมัติใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลนำร่อง (Pilot Exchanges) ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 มกราคม 2569

ปูพรมกฎหมายใหม่ ยกระดับคริปโตฯ เทียบชั้น AI

การเร่งเครื่องครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มีรากฐานมาจากกฎหมายอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล (Law on Digital Technology Industry) ฉบับใหม่ที่มีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ได้ยกระดับสถานะของ “สินทรัพย์ดิจิทัล” ให้มีความสำคัญเทียบเท่ากับอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์อย่างเซมิคอนดักเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) สะท้อนวิสัยทัศน์ของเวียดนามที่ต้องการวางโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลให้แข็งแกร่ง

วางกรอบเข้มรับแค่ 5 รายพร้อมกำแพงภาษีสังคมสุดโหด

อย่างไรก็ตาม การเปิด Sandbox ครั้งนี้ไม่ใช่การเปิดเสรีแบบไร้ทิศทาง แต่เป็นการ “คัดกรองเนื้อแท้” อย่างเข้มข้น โดยคณะกรรมการบริหารจัดการตลาดสินทรัพย์คริปโตฯ ภายใต้ ก.ล.ต. เวียดนาม ระบุว่าจะคัดเลือกผู้ประกอบการเพียง 5 ราย เท่านั้นในเฟสแรก

สิ่งที่ทำเอาวงการสตาร์ทอัพต้องสะอึก คือ “เกณฑ์การเข้าสู่ตลาด” (Entry Barriers) ที่สูงลิบลิ่ว เพื่อการันตีว่าผู้เล่นในสนามนี้ต้องเป็น “ของจริง” เท่านั้น

1.ทุนจดทะเบียนมหาศาล : ผู้ยื่นขอใบอนุญาตต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำประมาณ 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.35 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานภูมิภาค

2.โครงสร้างผู้ถือหุ้นสถาบัน : บังคับให้สถาบันต้องถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 65% โดยในจำนวนนี้ต้องมีสัดส่วนเกิน 35% มาจากองค์กรอย่างน้อย 2 แห่ง เช่น ธนาคาร, บริษัทหลักทรัพย์, บริษัทจัดการกองทุน หรือบริษัทประกันภัย

สกรีนเข้มงบการเงิน-ระบบไอที

นอกจากเรื่องเงินทุน กฎระเบียบยังเจาะลึกไปถึงความมั่นคงของบริษัทแม่ โดยผู้ถือหุ้นสถาบันต้องโชว์ผลกำไรย้อนหลัง 2 ปีติดต่อกัน พร้อมงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบแบบไม่มีเงื่อนไข (Unqualified Opinions) ส่วนระบบเทคโนโลยีของผู้ให้บริการ ต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 4 (จากสเกล 5 ระดับ) เพื่อป้องกันเหตุโจรกรรมไซเบอร์

โมเดล 3 ประสาน "คลัง-แบงก์ชาติ-ตำรวจ"

เพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปอย่างเบ็ดเสร็จ เวียดนามได้วางโมเดลการบังคับใช้กฎหมายแบบบูรณาการ 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่

- กระทรวงการคลัง ดูแลภาพรวมการดำเนินงาน

- ธนาคารกลางเวียดนาม (SBV) จับตาเส้นทางการเงินเพื่อสกัดกั้นการฟอกเงิน (AML)

- กระทรวงความมั่นคงสาธารณะ รับหน้าเสื่อปราบปรามอาชญากรรมไฮเทค

อย่างไรก็ดีก้าวย่างของเวียดนามครั้งนี้ชัดเจนว่า รัฐต้องการเปลี่ยนตลาดคริปโตฯ จาก “แดนสนธยา” ให้กลายเป็น “สนามของมืออาชีพ” โดยใช้ทุนจดทะเบียนเป็นกำแพงสกัดรายย่อยและแก๊งต้มตุ๋น แล้วดึงสถาบันการเงินดั้งเดิมเข้ามาคุมเกม ซึ่งหากโมเดลนี้สำเร็จ เวียดนามอาจกลายเป็นฮับสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความปลอดภัยสูงที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย