อวสานเจ้าพ่ออาณาจักรสีเทา! ทางการกัมพูชาส่งตัว ‘เฉิน จื้อ’ ผู้ก่อตั้ง Prince Group และสมุนข้ามแดนกลับไปรับโทษที่จีนอย่างเงียบเชียบ หลังถูกถอดสัญชาติเซ่นคดีฉาวโลก เชือดหมู ( Pig Butchering) ฟอกเงินผ่านคริปโตฯ มูลค่ามหาศาลกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ สหรัฐฯ แฉเบื้องหลังอาณาจักรธุรกิจบังหน้าค้ามนุษย์-ต้มตุ๋น จับตาบทลงโทษสุดโหดจากแดนมังกรที่อาจถึงขั้น ‘ประหารชีวิต’ พร้อมปมจัดสรรทรัพย์สินบิทคอยน์ล็อตใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ถูกอายัดจะตกเป็นของใคร
กลายเป็นข่าวดังสะเทือนวงการอาชญากรรมข้ามชาติ เมื่อทางการกัมพูชาตัดสินใจเด็ดขาดในการส่งตัว เฉิน จื้อ (Chen Zhi) นักธุรกิจหนุ่มวัย 38 ปี ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท Prince Group ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์และการเงินในกัมพูชา กลับสู่มาตุภูมิอย่างสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ภายหลังจากที่สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรได้เปิดโปงว่า อาณาจักรธุรกิจของเขาคือฉากหน้าของเครือข่ายต้มตุ๋นคริปโทเคอร์เรนซีและการฟอกเงินที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
จาก ‘นักบุญ’ สู่ ‘นักโทษ’ เบื้องลึกการถอดสัญชาติ
ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา ภายใต้ความร่วมมือทวิภาคีระหว่างจีนและกัมพูชา โดย เฉิน จื้อ พร้อมด้วยสมุนคนสนิทอย่าง ซู จี เหลียง (Xu Ji Liang) และ เซา จี ฮุย (Shao Ji Hui) ถูกควบคุมตัวและเนรเทศทันที หลังจากที่รัฐบาลกัมพูชาได้ออกพระราชกฤษฎีกา “เพิกถอนสัญชาติ” ของ เฉิน จื้อ ไปเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งถือเป็นการเปิดไฟเขียวให้ทางการจีนเข้ามาจัดการกับพลเมืองของตนเองที่ใช้ต่างแดนเป็นฐานบัญชาการ
ก่อนหน้านี้ Prince Group พยายามสร้างภาพลักษณ์เป็นองค์กรธุรกิจชั้นนำที่ลงทุนในธุรกิจโรงแรมและการเงินในกัมพูชามาตั้งแต่ปี 2558 แต่ในสายตาของหน่วยงานสืบสวนระดับโลกอย่างกระทรวงการคลังสหรัฐฯ นี่คือ “องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” ที่พัวพันกับการค้ามนุษย์ บังคับใช้แรงงาน และหลอกลวงนักลงทุนทั่วโลก
"ขุมทรัพย์บาปบิทคอยน์ 5 แสนล้านบาท
หัวใจสำคัญของคดีนี้คือเม็ดเงินมหาศาลที่ได้จากการหลอกลวงแบบ “Pig Butchering” (กระบวนการขุนหมูให้อ้วนแล้วเชือด) หรือการหลอกให้เหยื่อตายใจแล้วทุ่มเงินลงทุนในแพลตฟอร์มคริปโตฯ ปลอม ก่อนจะเชิดเงินหนี
อัยการสหรัฐฯ ได้ยื่นฟ้องและดำเนินการยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการอายัดกระเป๋าเงินดิจิทัลที่มีบิทคอยน์กว่า 127,000 BTC คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 5.4 แสนล้านบาท) ซึ่งถือเป็นการยึดทรัพย์สินคริปโตฯ จากคดีฉ้อโกงที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยเส้นทางการเงินถูกโยกย้ายผ่านบริษัทเชลล์ (Shell Companies) กว่า 100 แห่ง เพื่อฟอกเงินให้ขาวสะอาด
จีนลงโทษขั้นเด็ดขาดชีวิตแลกชีวิต?
เมื่อ เฉิน จื้อ กลับถึงแผ่นดินจีน สิ่งที่รอเขาอยู่คือกฎหมายอาญาที่เข้มงวดที่สุดในโลก แม้การกระทำผิดจะเกิดขึ้นนอกประเทศ แต่กฎหมายจีนให้อำนาจในการดำเนินคดีพลเมืองที่ก่ออาชญากรรมร้ายแรงในต่างแดน โดยเฉพาะคดีที่สร้างความเสียหายระดับมหภาค เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงประชาชน การฟอกเงิน และการค้ามนุษย์
ในอดีต ศาลจีนเคยมีคำพิพากษาลงโทษผู้กระทำผิดในคดีลักษณะนี้อย่างรุนแรง ตั้งแต่การจำคุกตลอดชีวิต ไปจนถึง “โทษประหารชีวิต” ในกรณีที่มีการใช้ความรุนแรงหรือบังคับใช้แรงงานร่วมด้วย นอกจากนี้ ทรัพย์สินทั้งหมดของเครือข่ายมีโอกาสสูงที่จะถูกยึดเข้าหลวง
กวาดล้างครั้งใหญ่ "สัญญาณเตือนถล่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์"
การจับกุมและเนรเทศครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของยุทธการกวาดล้างเครือข่ายฉ้อโกงไซเบอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Tether, Binance และ Coinbase ในการแกะรอยเส้นทางเงิน
ประเด็นที่ต้องจับตาต่อไปคือ “การจัดการทรัพย์สิน” ระหว่างสหรัฐฯ และจีน เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นผู้ยึดบิทคอยน์ล็อตใหญ่ไว้ แต่ตัวผู้กระทำผิดอยู่ในมือจีน การเจรจาเพื่อนำทรัพย์สินมาเยียวยาผู้เสียหาย (Victim Compensation) จะเป็นโจทย์หินทางการทูตและกฎหมาย แต่ที่แน่ๆ นี่คือสัญญาณเตือนไปยังเครือข่ายสีเทาทั่วภูมิภาคว่า ยุคทองของการลอยนวลพ้นผิดได้สิ้นสุดลงแล้ว


