งบการเงินไตรมาสสุดท้ายปี 2568 ของ ‘MicroStrategy’ (Strategy) ทำเอานักลงทุนตาค้าง! หลังเปิดเผยตัวเลขขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Loss) จากการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลสูงถึง 1.74 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 6 แสนล้านบาท) เซ่นพิษความผันผวนของราคาบิทคอยน์ส่งท้ายปี แต่ ‘Michael Saylor’ ยังคงยึดมั่นในศรัทธาแรงกล้า เดินหน้าพิมพ์หุ้นขายระดมเงินมาช้อนซื้อบิทคอยน์เพิ่มอีกกว่า 1,200 BTC ในช่วงปีใหม่ ดันยอดถือครองทะลุ 6.7 แสนเหรียญ ยืนยันสถานะ ‘วาฬองค์กร’ เบอร์หนึ่งของโลกที่ไม่มีใครเทียบติด
บริษัท MicroStrategy (Strategy) ภายใต้การนำของสาวกบิทคอยน์ตัวพ่ออย่าง *Michael Saylor ได้ยื่นเอกสาร 8-K ต่อหน่วยงานกำกับดูแลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เปิดเผยสถานะทางการเงินที่น่าตื่นตะลึงสำหรับไตรมาสที่สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568
เจ็บแต่ตัวเลข ขาดทุนทิพย์ 1.74 หมื่นล้าน
รายงานระบุว่า บริษัทบันทึก “ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง” (Unrealized Loss) จากสินทรัพย์ดิจิทัลเฉพาะในไตรมาสที่ 4 สูงถึง 17.44 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นผลมาจากการตีมูลค่าสินทรัพย์ตามราคาตลาด (Mark-to-Market) ในช่วงที่ราคาบิทคอยน์ปรับตัวลดลง
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงตัวเลขทางบัญชีเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าบริษัทควักเนื้อจ่ายเงินสดออกไปจริงๆ โดยในทางบัญชี บริษัทได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (Deferred Tax Benefit) กลับมาช่วยบรรเทาตัวเลขราว 5.01 พันล้านดอลลาร์
เมื่อรวมตลอดทั้งปี 2568 บริษัทบันทึกผลขาดทุนทางบัญชีจากสินทรัพย์ดิจิทัลรวม 5.40 พันล้านดอลลาร์
ซื้อของแพงไม่หวั่นปีใหม่ช้อนอีก 116 ล้านดอลล์
แม้ตัวเลขในงบจะดูน่ากลัว แต่ในโลกความเป็นจริง MicroStrategy ยังคงเดินหน้าสะสม บิทคอยน์อย่างบ้าคลั่ง ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ระหว่างวันที่ 1-4 มกราคม 2569 บริษัทได้ควักเงินอีก 116 ล้านดอลลาร์ เข้าซื้อบิทคอยน์เพิ่มอีก 1,283 BTC ที่ราคาเฉลี่ยสูงลิ่วถึง 90,391 ดอลลาร์ต่อเหรียญ
การเข้าซื้อครั้งล่าสุดนี้ ส่งผลให้ ณ วันที่ 4 มกราคม MicroStrategy มีบิทคอยน์ในคลังสมบัติรวมทั้งสิ้น 673,783 BTC คิดเป็นมูลค่าต้นทุนรวม (Aggregate Purchase Price) กว่า 50.55 พันล้านดอลลาร์ โดยมีราคาต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 75,026 ดอลลาร์ต่อเหรียญ
กลยุทธ์ ‘ขายกระดาษ แลกบิทคอยน์’ ยังทำงาน
แหล่งเงินทุนที่ Saylor นำมาใช้ซื้อของรอบนี้ ก็มาจากมุกเดิมที่เขาถนัด นั่นคือโครงการ “At-the-Market (ATM)” หรือการทยอยขายหุ้นสามัญ Class A ของบริษัทออกไปในตลาด
- ช่วง 29-31 ธ.ค. : ขายหุ้นได้เงินสดสุทธิ 195.9 ล้านดอลลาร์
- ช่วง 1-4 ม.ค. : ขายหุ้นได้เงินสดสุทธิ 116.3 ล้านดอลลาร์
เงินที่ได้จากการขายหุ้นเหล่านี้ ถูกนำไปเปลี่ยนเป็นบิทคอยน์แทบจะทันที ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ Saylor เชื่อมั่นว่าเป็นวิธีสร้างมูลค่าสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว
เกราะป้องกันสภาพคล่อง "เงินสดสำรอง 2.25 พันล้าน"
เพื่อลบคำสบประมาทว่าบริษัทเสี่ยงล้มละลายหากคริปโทฯ ขาลง MicroStrategy แจ้งว่า ณ วันที่ 4 มกราคม บริษัทมีเงินสำรองดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Reserve) อยู่ถึง 2.25 พันล้านดอลลาร์ โดยเงินก้อนนี้มีไว้เพื่อการันตีการจ่ายเงินปันผลสำหรับหุ้นบุริมสิทธิและจ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทจะมีสภาพคล่องเพียงพอเสมอ ไม่ว่าตลาดคริปโตฯ จะผันผวนแค่ไหน
อย่างไรก็ดีตัวเลขขาดทุนทางบัญชี 1.74 หมื่นล้านดอลลาร์ อาจดูน่าตกใจสำหรับนักบัญชี แต่สำหรับ Michael Saylor มันคือ "ความผันผวนระยะสั้น" ที่ต้องแลกมากับการถือครองสินทรัพย์ที่เขาเชื่อว่าเป็น "ทองคำดิจิทัล" ตราบใดที่เขายังสามารถระดมทุนจากการขายหุ้นได้ จักรกลสังหารบิทคอยน์ของ MicroStrategy ก็ดูจะยังไม่มีวันหยุดทำงานง่ายๆ


