เพิ่งล้างหน้าไพ่ เปลี่ยนชื่อเสียงใหม่เพียงไม่กี่วัน บริษัท ออริจิ้น โกลบอล เอมไพร์ จำกัด (มหาชน) หรือ EMPIRE ก็สร้างประเด็นฉาวโฉ่ขึ้นมา เกี่ยวกับธุรกรรมอันต้องสงสัยเข้าข่ายความไม่โปร่งใสจนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ต้องสั่งให้ชี้แจงข้อมูลด่วน ภายในวันที่ 1 ธันวาคมนี้
ก.ล.ต.สั่งให้ EMPIRE ชี้แจงกรณีที่คณะกรรมการบริษัท ฯ มีมติอนุมัติการเข้าซื้อหุ้น บริษัท นำทรัพย์ แลบบอราทอรีส์ เทรดดิ้ง จำกัด และการเพิ่มทุนนำหุ้นเสนอขายบุคคลในวงจำกัด สัดส่วน 99.99% ของทุนจดทะเบียนหรือจำนวน 320,000หุ้น ในราคาหุ้นละ 937.50 บาท จากราคาพาร์ 100 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 300 ล้านบาท ทั้งที่บริษัท นำทรัพย์ฯเพิ่งก่อตั้ง เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
ผู้ถือหุ้นบริษัท นำทรัพย์ ฯ มีอยู่ 2 รายคือ บริษัท นำทรัพย์ แลบบอราทอรีส์ โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วน 75% ของทุนจดทะเบียน โดย EMPIRE จะชำระค่าหุ้นด้วยหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงจำนวน 150 ล้านหุ้น คิดอัตราแลกเปลี่ยน 1 หุ้นบริษัท นำทรัพย์ แลบบอราทอรีส์ โฮลดิ้งต่อ 625 หุ้น EMPIRE คิดเป็นมูลค่าชำระทั้งสิ้น 225 ล้านบาท
ส่วนผู้ถือหุ้นอีกรายคือ บริษัท รวยทรัพย์ คอสเมติกส์ จำกัด ซึ่งจะชำระด้วยเงินสดจำนวน 75 ล้านบาท
การออกหุ้นใหม่เสนอขายให้บุคคลในวงจำกัดที่อาจมีผลให้ผู้ที่ได้รับจัดสรรกลายเป็นผู้มีสิทธิออกเสียงสูงสุด ต้องจัดให้มีความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระหรือ IFA แต่ EMPIRE ไม่ได้จัดให้มีรายงาน IFA
นอกจากนั้นการออกและเสนอขายหุ้นบุคคลในวงจำกัดยังไม่มีความขัดเจน และขาดข้อมูลรายละเอียดสำคัญที่ EMPIRE ใช้ประกอบการพิจารณาลงทุน ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ผู้ถือหุ้น ก.ล.ต. จึงขอให้บริษัทฯข้เท็จจริงเกี่ยวกับธุรกรรมครั้งนี้ พร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเกี่ยวการพิจารณาลงทุนในบริษัท นำทรัพย์ ฯ
EMPIRE เปลี่ยนชื่อจาก บริษัท ทเวนตี้ โฟร์ คอน แอนด์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ 24CS เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา วันเดียวกับที่บริษัท นำทรัพย์ ฯ ก่อตั้ง ซึ่งจะเป็นความบังเอิญหรือการวางแผน โดยเอาฤกษ์การทำวันธรรมธุรกรรมอันต้องสงสัยในวันเดียวกันที่เปลี่ยนชื่อ EMPIRE และ บริษัท นำทรัพย์ ฯ จัดตั้ง
การซื้อหุ้นนำทรัพย์ในราคา 937.50 บาท จากราคาพาร์เพียง 100 บาท ซึ่งจัดตั้งเพียงมี่วัน ไม่เฉพาะ ก.ล.ต.เท่านั้นที่ตั้งคำถาม สาธารณชนโดยทั่วไปย่อมตั้งข้อสงสัยว่า ธุรกรรมครั้งนี้เป็นการเล่นแร่แปรธาตุหรือไม่
เพราะก่อนจะเปลี่ยนชื่อจาก 24CS บริษัทจดทะเบียนแห่งนี้ จัดเป็นหุ้นร้อน ผลประกอบการขาดทุนหลายปีติดต่อ เพิ่งมีกำไรในงวด 9 เดือนแรกปีนี้ 24.03 ล้านบาท ราคาหุ้นในรอบ 12 เดือนถูกลากขึ้นสูงสุดที่ 3.42 บาท และถูกทุบลงต่ำสุดที่ 77 สตางค์ ก่อนล่าสุดปิดที่ 1.58 บาท มีนักลงทุนรายย่อยติดยอดดอยหุ้น EMPIRE รวม 2,437 ราย ซึ่งน่าจะเป็นการติดมาตั้งแต่ยังเป็นหุ้น 24CS
ธุรกรรมซื้อหุ้นบริษัท นำทรัพย์ ฯ ที่น่าสนอีกประเด็นคือ EMPIRE มีนายกระทรวง จารุศิระ นักลงทุนที่สร้างชื่อเป็นนักเดย์เทรดหรือการซื้อขายหุ้นรายวันระดับเจ้าพ่อ จัดสัมมนาและจัดแข่งขันเดย์เทรดอยู่เสมอมา เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 12.91% ของทุนจดทะเบียน
มีนักลงทุนเดย์เทรดจำนวนมาก สร้างภาพการโกยกำไร โดยแสดงตัวเลขผลกำไรเป็นรายวันจากหุ้นรายตัวผ่านสื่อโซเชียล ซึ่งไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่า เป็นเรื่อง”แหกตา”หรือไม่
เพราะปีนี้ การเล่นหุ้นเดย์เทรด น่าจะมีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่ทำกำไรได้ นอกนั้นขี้โม้หมด และถ้าทำกำไรได้ ต้องกางบัญชีซื้อขายทั้งหมดมายืนยันว่า ได้กำไรจริง ไม่ได้แหกตา
นับตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหุ้น นักลงทุนจำนวนหลายล้านคนที่ขาดทุนป่นปี้ เสียหายย่อยยับ เพราะการซื้อขายเก็งกำไรรายวันจากหุ้นตัวร้ายขนาดเล็ก รวมทั้งหุ้นที่นายกระทรวงถืออยู่ในปัจจุบัน ซึ่งแต่ละตัวมีประวัติโชกโชน มีความเกี่ยวโยงกัน มีธุรกรรมอันต้องสงสัยไซ่ฟอนเงิน จากการซื้อขายทรัพย์สิน และหลายตัวเคยมีพฤติกรรมปั่นเหมือนกัน
และปัจจุบันตกอยู่ในสภาพหุ้นตายซาก จนนักลงทุนบาดเจ็บล้มตายกันเกลี่อน
นายกระทรวงถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 บริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NEWS และถือหุ้น บริษัท เอ็กซ์ ไบโอโซแอนซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ XBIO ซึ่งเป็นหุ้นร้อน สร้างธุรกรรมการซื้อขายทรัพย์สินอันต้องสงสัยไว้มากมาย เปลี่ยนชื่อมาแทบนับครังไม่ถ้วน จาก บริษัท อุตสาหกรรม อีเล็คโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ EIC เป็นวาว แฟคเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ W เมื่อ 25 พฤษภาคม 2563 ก่อนเปลี่ยนชื่อมาเป็น EMPIRE
นายกระทรวงหรือ “ซัน” นับตั้งแต่เข้ามาอยู่ในสังกัดเครือข่ายหุ้น NEWS ได้เปลี่ยนพฤติกรรม จากนักเดย์เทรดหุ้นระดับเจ้าพ่อ ยกฐานะเป็นนักลงทุนขาใหญ่ที่เชื่อว่า ก.ล.ต.กำลังเฝ้าจับตา
ชะตากรรมสุดท้ายของนักเดย์เทรดระดับเจ้าพ่อในตลาดหุ้นรายนี้ จะจบอย่างไร หลังจากเกิดธุรกรรมอันต้องสงสัยและอาจนำไปสู่ความเสียหายของผู้ถือหุ้น EMPIRE เช่นเดียวกับที่เคยเกิดกับหุ้น XBIO และหุ้น NEWS
นักลงทุนที่ตกเป็นเหยื่อหุ้น 3 ตัวนี้ที่ นายกระทรวงถืออยู่คงเฝ้าจับตาดูอยู่


