ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินเป้า SET ปี 69 ที่ 1,380 จุด ส่วน EPS คาดอยู่ที่ 92 บาท โต 4% จากปีนี้ แต่ยังมองการเติบโตจำกัด จึงแนะนำกลยุทธ์ Selective Buy เน้นลงทุนหุ้นด้าน AI-Data Center และการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัว มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และเป็นหุ้นที่ได้ ESG Rating สูง ส่วนจีดีพีไทยปีหน้า คาดโตราว 1.6-1.7% ต่ำกว่าศักยภาพ จากแรงหนุนส่งออกที่หายไป
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์ว่า ประเมิน SET target ปี 69 ที่ 1,380 จุด (อิง Target PER 15 เท่า) จากปัจจุบันดัชนีมี Earnings yield gap 5.8% (และสูงขึ้นเป็น 7% หากไม่รวม DELTA) สูงกว่า SD+2 จากค่าเฉลี่ย ซึ่งน่าสนใจสําหรับการลงทุนระยะกลาง-ยาว และมอง Downside จะจํากัดบริเวณ 1,200-1,250 จุด
ขณะที่โมเมนตัมกําไร บจ. ปี 68 คาดเร่งตัวขึ้นจากทั้งมาตรการกระตุ้นจากรัฐบาลและและ High Season ของการท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตามสําหรับปี 69 คาดว่าการเติบโตของกําไรจะยังจํากัดในทิศทางเดียวกับ GDP โดยประเมิน EPS ปี 69 ที่ 92 บาท หรือเพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดอื่นในภูมิภาคโดยเฉพาะอาเซียนพบว่าความน่าสนใจในแง่การเติบโตต่อกว่า จึงมองว่าแนวโน้มกระแสเงินทุนต่างชาติคาดว่ายังคงไหลเข้าจํากัด
อย่างไรก็ดีจากการเติบโตของกําไรภาพรวมที่ยังจํากัด จึงยังเน้นกลยุทธ์ Selective Buy บน Theme การลงทุน ได้แก่ การลงทุนด้าน AI-Data Center ในไทย การบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัว มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว Valuation อยู่ลึก และเป็นหุ้นที่ได้ ESG Rating สูง โดยหุ้นเด่นของเราสําหรับปี 69 ได้แก่ BA, BDMS, BTG, CBG, CENTEL, CPALL, KTB, MTC และ WHAUP
คาดจีดีพีไทยปีหน้าโตต่ำกว่าศักยภาพที่ 1.6-1.7%
นอกจากนี้ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจโลกจะเติบโตชะลอลงเล็กน้อยแต่ยังอยู่เกณฑ์ดีและมีความยืดหยุ่น ราคาน้ำมันดิบคาดยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำจากภาวะอุปทานล้นตลาดเล็กน้อย ส่วนนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลก (ยกเว้นญี่ปุ่น) คาดว่ายังอยู่ในทิศทางผ่อนคลาย แต่จะเริ่มเข้าสู่ช่วง Late-Cycle โดยอัตราดอกเบี้ยจะใกล้เคียงระดับ Neutral ภายในปลายปี 69 ทําให้แรงหนุนด้านสภาพคล่องสําหรับสินทรัพย์เสี่ยงคาดว่าจะทยอยจางลง และคาดตลาดจะให้ น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานและ Valuation มากขึ้น
ภาพรวมเศรษฐกิจไทยคาดเริ่มเห็นโมเมนตัมดีขึ้นในไตรมาส 4/68 - ปี 69 จากแรงหนุนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นและเม็ดเงินหาเสียงเลือกตั้ง โดยคาด GDP ปี 69 จะเติบโตราว 1.6-1.7% ซึ่งยังต่ํากว่าศักยภาพ จากแรงหนุนภาคการส่งออกที่หายไป ขณะที่การลงทุนมีแนวโน้มดีขึ้น แต่คาดยังรอความชัดเจนเรื่องผลการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลที่กําลังจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยในระยะกลาง-ยาวไทยยังเผชิญข้อจํากัดเชิงโครงสร้าง เช่น สังคมผู้สูงอายุ, ความคืบหน้าอุตสาหกรรมใหม่ที่ช้า และข้อจํากัดด้านการคลัง ส่วนนโยบายการเงินของกนง.คาดยังผ่อนคลายเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยโดยมอง Terminal Rate ที่ 1.25% และรักษา Policy Space ที่เหลือไว้ใช้ในยามวิกฤติ


