บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) และ Bank of America Securities ในฐานะพันธมิตรหลัก ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บล. ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) และ บล. ยูบีเอส (ประเทศไทย) จัดงาน Thailand Focus 2025: Beyond the Challenges งาน flagship ประจำปีครั้งที่ 19 ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ระหว่างวันที่ 27-29 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย ทั้งในแง่นโยบายภาครัฐ ศักยภาพการแข่งขันของไทย และโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
งานนี้ได้รวมทุกมิติสำคัญของเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยไว้ในงานเดียว โดยได้รับเกียรติจาก ดร. เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ และตลาดทุนร่วมให้ข้อมูลโดยตรงแก่นักลงทุนสถาบันทั่วโลก โดยประเด็นสำคัญบางส่วนจากงาน เช่น
1. ไทยมีจุดแข็งในด้านโครงสร้างพื้นฐานและศักยภาพด้านดิจิทัลในการดึงดูดการลงทุน แนวโน้ม FDI ยังคงเพิ่มต่อเนื่องในอุตสาหกกรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และพลังงาน ด้วยมาตรการจูงใจทั้งด้านภาษีและที่ไม่ใช่ภาษีสำหรับนักลงทุนและแรงงานต่างชาติ โดยเอกชนมองเห็นโอกาสเติบโตในธุรกิจ Data Center เศรษฐกิจดิจิทัล และพลังงานทางเลือก
2. ตลาดทุนไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากสภาพคล่องและความเชื่อมั่นนักลงทุนที่ลดลง หน่วยงานกำกับและตลาดหลักทรัพย์เตรียมปฏิรูปมาตรฐานการเข้าจดทะเบียนและการเปิดเผยข้อมูล ขับเคลื่อนการลงทุนด้าน ESG ขยายกองทุนออมรูปแบบใหม่ และนำเครื่องมือกำกับดูแลดิจิทัลและ AI มาเสริมเรื่องความโปร่งใส พร้อมปฏิรูปกฎหมาย เพื่อฟื้นความเชื่อมั่น และสร้างตลาดทุนที่ยั่งยืนและแข่งขันได้
3. หนี้ครัวเรือนเป็นปัจจัยฉุดรั้งกำลังซื้อภาคเอกชน ไทยมีหนี้ครัวเรือนสูงราว 3.5 ล้านล้านบาท กระจุกตัวในสินเชื่อบุคคล รถเช่า และหนี้ที่อยู่อาศัย โดยคาดว่าหนี้นอกระบบสูงถึง 14% ของ GDP ทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น รัฐต้องปรับโครงสร้างหนี้โดยระยะสั้นมุ่งปรับโครงสร้างหนี้ผ่าน AMC จัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และใช้ข้อมูลเครดิตเชิงลึกเพื่อคัดกรองความเสี่ยง ขณะที่ระยะยาวต้องเร่งยกระดับผลิตภาพและรายได้ครัวเรือน
4. แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวยังชะลอตัว แต่ไทยยังเป็นจุดหมายหลักในการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม ธุรกิจควรเน้นความยั่งยืนเพื่อลดต้นทุน และการบริหารจัดการที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น แทนการขึ้นราคา
5. อุตสาหกรรมสุขภาพไทยมีโอกาสเติบโตจาก Health Tech, AI และการแพทย์บำบัดขั้นสูง จุดแข็งคือบุคลากรและการบริการที่มีคุณภาพ แต่ยังติดข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ เงินทุน และระบบถ่ายทอดเทคโนโลยี การสร้าง “Health Innovation Sandbox” จะช่วยในการนำเทคโนโลยีใหม่สู่การใช้งานจริงและสร้าง S-Curve ใหม่ให้ระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจในอนาคต
6. ไทยเตรียมเปิดธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ขยายการเข้าถึงบริการทางการเงิน ด้วยระบบ AI-และ Cloud-native เริ่มจากการปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบ ควบคู่การกำกับดูแลที่เข้มงวด โปร่งใส และดำเนินงานแยกจากธนาคารแม่ พร้อมระบบบริหารความเสี่ยงและความมั่นคงไซเบอร์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และเข้าถึงง่าย โดยไม่เป็นการซ้ำเติมปัญหาหนี้ครัวเรือน
งานในปีนี้มีผู้ลงทุนสถาบัน 180 ราย จาก 75 สถาบันทั่วโลก ซึ่งมาจากกลุ่มประเทศหลัก ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง และยุโรป รวมถึงตะวันออกกลางและเอเชียใต้ ให้ความสนใจเข้าร่วมงาน ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นและความน่าสนใจของตลาดทุนไทย
ผู้ลงทุนและผู้สนใจดูรายละเอียดและติดตามเนื้อหาการเสวนาได้ที่ https://www.set.or.th/th/thailandfocus/2025/overview