นักวิเคราะห์ฯ ระบุตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งในกรอบรอความชัดเจนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีคลิปเสียง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในช่วงบ่าย สำหรับปัจจัยต่างประเทศยังไม่มีประเด็นใหม่ที่มีผลต่อดัชนี โดยให้กรอบแนวรับ 1,235 จุด และแนวต้าน 1,270 จุด
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดเคลื่อนไหวในกรอบรอติดตามความชัดเจนการเมือง ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียงของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในช่วงบ่าย ส่งผลให้ช่วงเช้าคาดว่าตลาดจะเคลื่อนไหวบวก/ลบราว 10 จุด
ทั้งนี้ ในกรณีที่นายกฯ ได้ดำรงตำแหน่งต่อ ตลาดมีโอกาสตอบรับเชิงบวก แต่หากต้องพ้นจากตำแหน่งตลาดอาจมีจังหวะปรับฐานระยะสั้น ซึ่งตามสถิติส่วนใหญ่ตลาดอาจปรับลงราว 0.7% หลังจากนั้นจะฟื้นตัวตอบรับความชัดเจนทางการเมืองเมื่อได้ข้อสรุปแล้ว
ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ ตลาดหุ้นสหรัฐบวกเล็กน้อย ส่วนตลาดหุ้นเอเชียแกว่งสลับกัน โดยช่วงนี้ตลาดหุ้นโลกไร้ปัจจัยใหม่ระหว่างรอความชัดเจนทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดยจะต้อวงติดตามตัวเลข PCE สหรัฐคืนนี้
โดยให้กรอบแนวรับ 1,235 จุด และแนวต้าน 1,270 จุด
ด้านนายภูวดล ภูสอดเงิน ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.บัวหลวง คาดว่า ดัชนี SET จะแกว่งในกรอบ 1,240-1,260 จุด รอลุ้นผลคดีคลิปเสียงนายกฯ ซึ่งมองเป็น Scenarios ดังนี้
กรณีที่ 1 นายกฯ ถูกตัดสินว่าไม่ผิด ดำรงตำแหน่งต่อ คาดตลาดหุ้นจะลงก่อนแล้วรีบาวด์ ให้กรอบ 1-2 วัน 1,220-1,260 จุด
กรณีที่ 2 กรณีถูกตัดสินว่าผิด พ้นจากตำแหน่ง และเลือกนายกฯ คนใหม่ขั้วรัฐบาลเดิมได้เร็ว คาดหุ้นไทยรีบาวด์ได้ต่อเนื่อง จากความคาดหวังการเลือกตั้งจะหนุนบรรยากาศลงทุน ขณะที่นโยบายรัฐบาลไม่ขาดตอน
กรณีที่ 3 กรณีถูกตัดสินมีความผิด และสลับขั้วทางการเมือง คาดหุ้นไทยมีความเสี่ยงด้านล่าง 1,200 จุด แนะนำขายก่อน แล้วไปรอรับ
นายภูวดล กล่าวว่า ในกรณี 1 กับ 2 มีความเป็นไปได้สูง และจะพาหุ้นไทยให้รีบาวด์ในท้ายที่สุด ดังนั้น คงกลยุทธ์เลือกหุ้นสะสมไว้รอเล่นรอบ โดยเฉพาะหุ้น Big Cap กลุ่มเดิม เช่น โรงไฟฟ้า, สื่อสารฯ, ธนาคาร ปิโตรฯ ที่จะช่วยหนุนตลาด ส่วนหุ้นอิงการเลือกตั้งให้รอจังหวะก่อน