“อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” สานต่อพันธกิจสู่ความยั่งยืนเพื่อสังคมปีที่ 2 จับมือชุมชนท้องถิ่น 1 ปี 1 ภาค ล่าสุดขยายสู่พื้นที่ภาคเหนือ ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์กับหมู่บ้านวัฒนธรรมงานไม้แกะสลักบ้านกิ่วแลน้อย อ.สันป่าตอง นำเสน่ห์งานคราฟท์ไม้แกะสลักแบบล้านนา ชูหัตถศิลป์งานไม้แกะสลักอันปราณีตและทรงคุณค่าผสานเข้ากับความทันสมัย ลงบน Living Furniture ให้เป็นคอลเลกชัน ‘เคียงตั๋ว’ ดีไซน์สไตล์ Lannavian เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมท้องถิ่น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตปัจจุบันที่ร่วมสมัย
นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ภายในบ้าน และของตกแต่งบ้าน เปิดเผยว่า อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ยังคงมุ่งมั่นและเดินหน้าด้านความยั่งยืน (ESG) ใน ทุกมิติ ทั้งด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้การขับเคลื่อนจากแนวคิด "Sustainable Living for Future Lifestyle" ล่าสุดบริษัทฯ สานต่อกับพันธกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับชุมชนท้องถิ่น 1 ปี 1 ภาค
โดยปีแรกบริษัทฯ ได้ลงพื้นที่ภาคใต้ ร่วมกับ ‘กลุ่มใบไม้’ ชุมชนบ้านคีรีวง จ.นครศรีธรรมราช นำงานคราฟท์ผ้ามัดย้อมออร์แกนิกมาต่อยอดพัฒนาเป็นเฟอร์นิเจอร์ชุดห้องนอนและห้องนั่งเล่น คอลเลกชัน ‘Happy Vacation’ และสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับชุมชนท้องถิ่น ในปีที่ 2 ครั้งนี้ บริษัทฯ ได้ขยายพื้นที่ไปภาคเหนือเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์กับ ‘ชุมชนบ้านกิ่วแลน้อย’ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมที่โดดเด่นด้านงานคราฟท์ไม้แกะสลักสไตล์ล้านนา จากช่างฝีมือคนไทยที่ถ่ายทอดความปราณีตงดงามผ่านการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาเกือบ 60 ปี เพื่อให้งานแกะสลักด้วยมือ 100% ยังคงอยู่และเป็นหัตถศิลป์ที่ทรงคุณค่า โดยได้นำอัตลักษณ์ลวดลายความสวยงามของไม้แกะสลักมาร่วมถ่ายทอดบนเฟอร์นิเจอร์ Living Room คอลเลกชัน “เคียงตั๋ว” ด้วยการตีความดีไซน์เฟอร์นิเจอร์รูปแบบใหม่ให้มีความร่วมสมัย
สำหรับ แรงบันดาลใจในการดีไซน์สู่ Lannavian Style Furniture คอลเลกชัน ‘เคียงตั๋ว’ เป็นการถ่ายทอดผลงานศิลปะจาก จิตวิญญาณและวัฒนธรรมล้านนา โดยนำลวดลายและท่วงท่าของช้างสัตว์คู่บ้านชาวภาคเหนือ และดอกพุดตาลเอกลักษณ์งานแกะสลักไม้ของชุมชนบ้านกิ่วแลน้อย จ.เชียงใหม่ มาผสานกับเทคนิคการเซาะร่องไม้รูปทรงเรขาคณิตของสามเหลี่ยมลงบนชิ้นงานเฟอร์นิเจอร์ทั้ง 4 ซีรีย์ ได้แก่
1) เคียงตั๋ว : ตู้ไซน์บอร์ด การดีไซน์หน้าบานสไลด์ด้วยไม้แกะสลักแมทซ์กับกระจกลายดอกพิกุล ที่เพิ่มเทคเจอร์ความน่าสนใจให้กับดีไซน์ของตู้ และเพิ่มมิติให้ตู้มีดีเทลและดูอบอุ่นด้วยไฟวอร์มไวท์ 2) เคียงตั๋ว : ชั้นวางของ ด้วยไม้แกะสลักมาพรีเซนต์ความสวยงามของลวดลายงานแกะสลักไม้อันปราณีต 3) เคียงตั๋ว : ชุดโต๊ะกลาง+โต๊ะข้าง นำเอาความโค้งมนคล้ายสรีระของช้างมาดีไซน์ในส่วนโต๊ะกลาง ประกอบกับโต๊ะข้างสีดำที่แกะสลักลายช้าง ที่จินตนาการมาจากช้างที่เคียงคู่กับขอนไม้ที่จะเติมความ Art ให้กับบ้านได้ 4) เคียงตั๋ว : อาร์มแชร์ ที่ใช้เส้นโค้งเสมือนงวงช้างมาดีไซน์บนที่วางแขนของอาร์มแชร์ เพื่อเติมเต็มดีไซน์พร้อมกับรองรับการนั่งที่ผ่อนคลาย
ซึ่งการออกแบบที่ถ่ายทอดเรื่องราวทางวัฒนธรรมบวกกับความร่วมสมัยทำให้เฟอร์นิเจอร์คอลเลกชันนี้ จะสามารถตอบโจทย์ดีไซน์การใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว และรองรับฐานลูกค้าที่กว้างขึ้นทั้ง GEN Z-X (อายุ 35-55 ปี) รายได้ระดับ B ถึง A ทั้งนี้ยังตอบรับกับกระแสรักษ์โลกที่ทุกภาคส่วนต่างให้ความสำคัญ ทั้งในมุมของผู้บริโภครายย่อย และภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ และกลุ่มธุรกิจโรงแรม ทำให้มีการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ส่งผลให้เฟอร์นิเจอร์ในกลุ่ม Eco-Friendly หรือ Green Furniture จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยในปี 2573 คาดว่า ตลาด Eco-Friendly Furniture ทั่วโลก จะมีมูลค่ากว่า 81.9 พันล้านดลลาร์สหรัฐฯ เติบโตเฉลี่ย 8.0%CAGR (ปี 2566-73) เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีมูลค่า 47.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เกือบ 2 เท่าตัว
นางสาวกฤษชนก กล่าวว่า การลงพื้นที่ทำงานร่วมกับกลุ่มชุมชนในพื้นที่บ้านกิ่วแลน้อย ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดร่วมกันระหว่างไอเดียงานศิลปะงานแกะสลักและกระบวนการออกแบบและผลิตเชิงอุตสาหรรม เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์คอลเลกชันนี้ให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุดตามที่ตั้งใจไว้ ซึ่งถือเป็นความท้าทายที่ต้องมาศึกษาร่วมกัน
ทั้งนี้ไม้ที่ใช้แกะสลักเป็นไม้สักที่เหลือใช้จากชุมชนและต้องนำมาประสานไม้ให้เป็นชิ้นเดียวกัน โดยการต่อลายงานแกะสลักให้ออกมาสวยงาม ซึ่งเทคนิคพิเศษนี้เป็นภูมิปัญญาของกลุ่มชุมชนและต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษ รวมถึงการใช้เทคนิคการออกแบบให้ชิ้นงานดูโมเดิร์นขึ้นด้วยการใส่ลวดลายกราฟฟิกรูปทรงสามเหลี่ยมจากการเซาะร่องไม้ที่ ILMเติมไอเดียให้กับกลุ่มชุมชน เพื่อผสานให้ชิ้นงานออกมาร่วมสมัยสามารถรองรับกลุ่มลูกค้าได้กว้างมากขึ้น
สำหรับ ‘เคียงตั๋ว’ ไม่เพียงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้คนเท่านั้น หากแต่เป็นการหลอมรวมธรรมชาติ วัฒนธรรม
และวิถีการใช้ชีวิตของผู้คนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนที่แท้จริง สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของILMในการขับเคลื่อนธุรกิจโดยยึดมั่นแนวคิดด้านความยั่งยืน (ESG)อย่างรอบด้าน ซึ่งครั้งนี้นับเป็นพัฒนามิติสังคมและสิ่งแวดล้อม
ทั้งการร่วมอนุรักษ์ภูมิปัญญาและศิลปะล้านนาให้คงอยู่และรู้จักแพร่หลายในวงกว้าง ควบคู่การร่วมสนับสนุนเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยเลือกใช้ไม้ยางพาราที่ไม่สามารถผลิตน้ำยางได้แล้วมาเป็นโครงสร้างหลักของเฟอร์นิเจอร์ และยังส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างรู้ค่าโดยนำไม้สักเก่าจากชุมชนกลับมาใช้ใหม่ เพื่อสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน