บมจ.บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป [BKA] กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชน (IPO) จำนวน 60,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ที่หุ้นละ 1.80 บาท ระยะเวลาจองซื้อ วันที่ 8-10 เมษายน 2568 โดยจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)
การกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทที่เสนอขายในครั้งนี้ พิจารณาจากอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio : P/E) ทั้งนี้ ราคาหุ้นที่เสนอขายหุ้นละ 1.80 บาท คิดเป็น P/E Ratio เท่ากับ 10.00 เท่า โดยคำนวณจากผลประกอบการสำหรับปี 2567 ซึ่งมีกำไรสุทธิเท่ากับ 36.82 ล้านบาท เมื่อหารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ที่เท่ากับ 210,000,000 หุ้น (Fully Diluted) จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้น เท่ากับ 0.18 บาท
ส่วน P/E ของดัชนีราคากลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (mai / PROPCON) ย้อนหลัง 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือนและ 1 ปี นับจากวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 เท่ากับ 27.29 เท่า 28.46 เท่า 26.95 เท่า และ 28.50 เท่า ตามลำดับ
ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นเดิมที่มีส่วนร่วมในการบริหารได้ทำสัญญาข้อจำกัดการโอนหุ้นสำหรับผู้ถือหุ้น (Voluntary IPO Lock Up) กับผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ โดยตกลงที่จะจำกัดสิทธิจำนำ จำนอง ก่อภาระผูกพัน ขายหรือจำหน่ายจ่ายโอนหุ้นที่ไม่ติด Silent Period จำนวน 15,000,000 หุ้น ให้แก่บุคคลอื่นใดในช่วงระยะเวลา 3 เดือน นับแต่วันที่หุ้นของบริษัทเริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์
วัตถุประสงค์การระดมทุนครั้งนี้ เพื่อ 1.ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในดำเนินงานของบริษัท 75.83 ล้านบาท และ 2.ใช้พัฒนาธุรกิจ Property Technology (Prop Tech) สร้าง Platform ตัวกลางในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ 20.00 ล้านบาท
BKA ประกอบธุรกิจบ้านมือสองตกแต่งใหม่ โดยรับฝากขายบ้านมือสองพร้อมกับการปรับปรุงก่อนขาย (ธุรกิจบ้านแต่ง) เน้นบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ ให้มีสภาพใหม่พร้อมอยู่อาศัย มีการออกแบบที่สวยงาม งานปรับปรุงที่มีคุณภาพ พร้อมรับประกันผลงานและให้บริการหลังการขาย
ธุรกิจบ้านแต่งเป็นธุรกิจหลักที่บริษัทวางแผนให้มีการเติบโตต่อเนื่องในอนาคต เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนที่สูงเมื่อเทียบกับเงินลงทุน อีกทั้งยังเป็นธุรกิจที่ช่วยเหลือผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยให้สามารถซื้อบ้านได้ในราคาที่เหมาะสม และอยู่ในภาคธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีความต้องการเป็นจำนวนมาก โดยที่อยู่อาศัยถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ของการดำรงชีพที่คาดว่ายังสามารถเติบโตต่อเนื่องต่อไปได้ในอนาคต
นอกจากนี้บริษัทยังดำเนินธุรกิจให้บริการเป็นนายหน้าซื้อขายอสังหาริมทรัพย์หรือรับฝากขายบ้านมือสอง (ธุรกิจบ้านฝาก) และการซื้อบ้านมือสองมาทำการปรับปรุงเพื่อขายต่อ (ธุรกิจบ้านตัด)