ประเทศไทย ตกเป็นหนึ่งใน 15 ประเทศที่ถูกประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐ ตามความคาดหมาย โดยถูกปรับขึ้นในอัตราระดับกลาง ๆ คือ 36% เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านในย่านอาเซียน แต่ก็มากพอที่จะฉุดตลาดหุ้นให้ปรับตัวลง
เพียงแต่ดัชนี ฯ ไม่ได้ดิ่งหัวลงรุนแรงอย่างที่นักลงทุนกังวลกันเท่านั้น
การประกาศขึ้นภาษีนำเข้าประเทศที่เกินดุลการค้าสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นข่าวร้ายชิ้นสุดท้ายที่นักลงทุนรอคอยกันอย่างใจจดใจจ่อ และเป็นข่าวร้ายที่แตกต่างจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นเพียงระยะสั้น หรือกระทบเพียง 2 -
3 วัน
แต่การประกาศขึ้นภาษีสินค้าจากประเทศไทยของนายทรัมป์ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุนในระยะยาว เพราะจะต้องรอประเมินว่า
ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบขนาดไหน และรัฐบาลจะมีมาตรการผ่อนหนักให้เป็นเบาอย่างไร
นักวิเคราะห์ประเมินกันแล้ว การขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐครั้งนี้ จะกระทบกับการส่งออก โดยอัตราการเติบโตการส่งออกปี 2568 จะชะลอตัวลง และกดให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือ GDP หดตัวลง ซึ่งจะมีการปรับประมาณการ GDP ลง
และเริ่มมีมุมมองแล้ว ปีนี้ GDP อาจโตต่ำกว่า 2 %
เช่นเดียวกัน เป้าหมายผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนปีนี้ ก็อาจเติบโตน้อยลง โดยเฉพาะกลุ่มส่งออก และตามมาด้วยโบรกเกอร์สำนักต่างๆ จะปรับลดประมาณการเป้าหมายดัชนี ฯ ลง โดยตัวเลข 1400 จุด อาจไม่มีโอกาสได้เห็น
อย่างไรก็ตาม การขึ้นภาษีของสหรัฐ เป็นมรสุมลูกสุดท้ายที่จะถล่มใสตลาดหุ้นไทย หลังจากช่วง 3 เดือนแรก เจอข่าวร้ายกระหน่ำใส่อย่างต่อเนื่อง จนตลาดหุ้นน่วม นักลงทุนบาดเจ็บหนัก และดัชนี ฯ ทรุดฮวบลงไปกว่า 240 จุด ซึ่งถือว่า สะท้อนรับข่าวร้ายไปหมดสิ้นแล้ว
ถ้าไม่โชคร้าย มีข่าวร้ายที่นอกเหนือจากความคาดหมายซ้ำเติมเข้ามาอีก หุ้นไม่น่าจะสร้างจุดต่ำสุดใหม่ ๆ
เพราะดัชนี ฯ ระดับ 1150 จุด ถือว่า ซึมซับรับข่าวร้ายไปหมดแล้ว แม้จะถูกผลกระทบจากการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐ ดัชนี ฯ ก็ร่วงลงในระดับที่นักลงทุนยอมรับกันได้
ในระยะสั้น ตลาดหุ้นอาจซึมหรือแกว่งตัวขึ้นลงในกรอบแคบๆ โดยนักลงทุนชะลอการซื้อขาย เพื่อรอประเมินผลกระทบจากการขึ้นภาษีของสหรัฐ
และสัปดาห์หน้า จะเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งตลาดหุ้นจะเงียบเหงาเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว
แต่หลังสงกรานต์ หลังจากหุ้นปรับฐานสะเด็ดน้ำจากผลกระทบการขึ้นภาษีของทรัมป์ สถานการณ์ตลาดหุ้นอาจพลิกฟื้นขึ้น โดยธนาคารพาณิชย์จะประกาศประกอบการไตรมาสแรกปี 2568 ถ้าผลกำไรออกมาดี ก็จะกระตุ้นบรรยากาศการซื้อขายให้คึกคักขึ้น
และเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน กองทุน TESGX จะเริ่มเปิดให้นักลงทุนเริ่มลงทุนซื้อหน่วยลงทุน โดยได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี ซึ่งคาดว่าจะมีเงินก้อนใหม่ไหลเข้ามาในกองทุน TSGX ประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาท
นอกจากนั้น อาจมีข่าวดีชิ้นใหญ่ โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน อาจประกาศลดดอกเบี้ยลงอีกครั้ง ซึ่งจะกระตุ้นให้ตลาดหุ้นคึกคักขึ้น
นักลงทุนคงต้องกันฟันทนกันอีกสักหน่อย เช่นเดียวกับที่นายอัสสเดช คงศิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์พูดปลอบใจนักลงทุน ทนให้ผลกระทบจากข่าวร้ายชิ้นสุดท้าย การขึ้นภาษีของสหรัฐจางหาย หลังจากนั้นข่าวดี ๆ จะเริ่มหลั่งไหลเข้ามา
แนวตั้งรับ 1150 จุด น่าจะแข็งแกร่งทนทานต่อแรงกระแทกจากนโยบยการขึ้นภาษีของ "ทรัมป์" หลังสงกรานต์ ท้องฟ้าในตลาดหุ้นไทยอาจสดใสขึ้น
ข่าวดี ๆ กำลังมา กัดฟันทนรอกันอีกสักเฮือก