xs
xsm
sm
md
lg

ลาก่อน X2Y2! ตลาด NFT ปิดฉาก 3 ปี เบนเข็มสู่ AI หวังสร้างมูลค่าที่ยั่งยืน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตลาด NFT ชื่อดัง X2Y2 ประกาศปิดตัว 30 เมษายนนี้ หลังเปิดให้บริการมา 3 ปี เตรียมผันตัวไปลุยโปรเจกต์ AI หวังสร้างมูลค่าที่ยั่งยืน แม้ยอดซื้อขายยังรั้งอันดับ 4 ที่ 53.6 ล้านดอลลาร์ ผู้เชี่ยวชาญชี้ NFT ไม่ตาย แต่ต้องเน้นยูทิลิตี้มากกว่าการเก็งกำไร

วงการ NFT มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่! X2Y2 ตลาดซื้อขายโทเค็นดิจิทัลที่ไม่ซ้ำใคร (NFT) ประกาศปิดตัวลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 เมษายนนี้ หลังจากเปิดให้บริการมา 3 ปี โดยทีมงานเผยว่าจะหันไปโฟกัสที่โปรเจกต์ใหม่ในวงการปัญญาประดิษฐ์ (AI) แทน เพื่อสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนให้กับวงการคริปโต

การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ทีม X2Y2 เปิดใจผ่านแถลงการณ์ว่า “นี่คือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา เราได้ทุ่มเทให้กับ AI อย่างจริงจัง ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในยุคนี้ และ AI จะพลิกโฉมวงการสกุลเงินดิจิทัลได้อย่างแน่นอน เรากำลังสร้างสิ่งใหม่ที่ไม่เหมือนใคร!”

แผนภูมิปริมาณการซื้อขาย X2Y2 365 วัน แหล่งที่มา: Token Terminal
ข้อมูลจาก Token Terminal เผยว่า ในรอบ 365 วันที่ผ่านมา X2Y2 มียอดซื้อขายรวม 53.6 ล้านดอลลาร์ ถึงแม้จะตามหลังผู้นำตลาดอย่าง Blur ที่มียอดถึง 3 พันล้านดอลลาร์อยู่มาก แต่ X2Y2 ก็ยังครองอันดับ 4 ในตลาด NFT รองจาก Blur, OpenSea และ Immutable ถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

NFT ไม่ตาย แต่ต้องเปลี่ยนแนวคิด

การปิดตัวของ X2Y2 ไม่ได้แปลว่าตลาด NFT กำลังซบเซา Charu Sethi ประธานของ Unique Network ซึ่งเน้น NFT บนเครือข่าย Polkadot และ Kusama อธิบายกับ Cointelegraph ว่า “ยุคเก็งกำไรที่เน้นของสะสมและการซื้อขายจบลงแล้ว แต่ NFT กำลังก้าวสู่ยุคใหม่ ที่จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เปิดโอกาสให้กับวงการเกม ปัญญาประดิษฐ์ การมีส่วนร่วมของแฟนๆ และการรับรองเนื้อหา”

Sethi ยังยกตัวอย่างความเคลื่อนไหวในวงการ เช่น Mythical Games ที่ออก NFT จำนวนมากบน Polkadot เพื่อใช้ในเกม หลังระดมทุนได้ 75 ล้านดอลลาร์ในปี 2564 รวมถึงรายงานจาก DappRadar ที่ระบุว่า ภาคเกมบล็อคเชนในปี 2567 มีกระเป๋าเงินใช้งานที่ไม่ซ้ำกันต่อวันถึง 7.4 ล้านใบ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ยังเติบโตได้อีก

ยูทิลิตี้คือหัวใจ ไม่ใช่แค่ใช้เพียงเพื่อเก็งกำไร

Sethi เน้นย้ำว่า ประสบการณ์ของ X2Y2 ชี้ให้เห็นว่าแพลตฟอร์ม NFT ไม่ควรพึ่งพาแค่กระแสหรือเอฟเฟกต์ของตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างชุมชนและความยืดหยุ่นด้วยการนำ NFT ไปใช้ในแอปพลิเคชันจริง “แพลตฟอร์มควรเปลี่ยนไปใช้โมเดลที่ขับเคลื่อนด้วยยูทิลิตี้ สร้างแรงจูงใจให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะผ่านเกม แฟนกีฬา หรือแอปที่ใช้ AI แพลตฟอร์มที่ประสบความสำเร็จจะสร้างระบบนิเวศที่ NFT เป็นส่วนหนึ่งของวงจรมูลค่า ไม่ใช่แค่สินทรัพย์เก็งกำไร” เธอกล่าว

Alexander Salnikov ผู้ก่อตั้งร่วมของตลาด NFT Rarible เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ โดยบอกกับ Cointelegraph ว่า การตกต่ำของ NFT ที่เห็นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวัฏจักรตลาด “NFT ยังคงเป็นหนึ่งในนวัตกรรมคริปโตที่ทรงพลัง และโปรเจกต์ต่อไปจะขับเคลื่อนด้วยการใช้งานที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะในเกม การระบุตัวตนดิจิทัล หรือการมีส่วนร่วมกับแบรนด์”

โฟกัสใหม่ของ X2Y2 พุ่งเป้าไปยัง AI

ถึงแม้ X2Y2 จะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดมากนักเกี่ยวกับโปรเจกต์ AI ใหม่ แต่ทีมงานแย้มว่า ผู้ใช้ควรจินตนาการถึง “ผลตอบแทนที่ไม่ต้องขออนุญาตและขับเคลื่อนด้วย AI” โดยแพลตฟอร์มใหม่นี้จะช่วยให้ผู้ใช้สร้างกำไรได้ทั้งในตลาดขาขึ้นและขาลง รวมถึงทุกช่วงของวัฏจักรตลาด ซึ่งน่าจะเป็นรูปแบบการซื้อขายแบบกระจายอำนาจที่ใช้ AI เป็นตัวขับเคลื่อน

ทีมงานทิ้งท้ายว่า “นี่ไม่ใช่แค่โปรเจกต์ธรรมดา แต่เป็นโอกาสที่เราจะสร้างมูลค่าจริงในระยะยาวให้กับวงการคริปโต และชุมชนที่เราภูมิใจที่ได้ให้บริการ”

AI ในอุต ฯ คริปโต อนาคตสดใสหรือฟองสบู่?

การตัดสินใจของ X2Y2 เกิดขึ้นหลังจากเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ มีรายงานว่าโทเค็นที่เกี่ยวข้องกับ AI ร่วงหนักถึง 90% จากจุดสูงสุดในปี 2567 อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดชี้ว่า การเติบโตของตัวแทนคริปโตที่ขับเคลื่อนด้วย AI อาจเดินตามรอยยุค ICO ที่เคยพุ่งแรง ล่มสลาย และฟื้นตัวมาแล้ว ดูเหมือนว่า X2Y2 พร้อมที่จะเดิมพันกับอนาคตของ AI ในวงการคริปโตครั้งนี้

การปิดตัวของ X2Y2 อาจเป็นจุดจบของหนึ่งยุคในวงการ NFT แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ที่อาจเปลี่ยนโฉมวงการคริปโตไปตลอดกาล และ AI จะพาวงการนี้ไปได้ไกลแค่ไหน?