นักลงทุนกำลังใจจดใจจ่อว่า วันจันทร์ที่ 31 มีนาคมนี้ หรือวันปิดฉากไตรมาสแรกปี 2568 ตลาดหุ้นจะผันผวนรุนแรงเพียงใด จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงในรอบเกือบ 100 ปี ซึ่งส่งผลกระทบในวงกว้าง
ดัชนีหุ้นดิ่งวูบในทันทีที่เปิดการซื้อขายภาคบ่ายวันศุกร์ที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา หลังเกิดแผ่นดินไหว เพราะนักลงทุนตื่นตระหนกและพากันเทขายหุ้น แต่ตลาดหลักทรัพย์ ฯ ได้ประกาศ ปิดการซื้อขายหุ้นในทันที จากภัยพิบัติฉุกเฉินที่ต้องเร่งอพยพคนออกจากอาคารสูง
ตลาดหุ้นปิดทิ้งท้าย ก่อนถูกสั่งหยุดการซื้อขายกะทันหันที่ 1175.45 จุด ลดลง 12.45 จุด มูลค่าซื้อขาย 17,321.58 ล้านบาท
สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสัปดาห์ที่ตลาดหุ้นเงียบเหงาที่สุดนับจากวิกฤตโควิด เพราะนักลงทุนพากันชะลอการซื้อขาย เพื่อรอดูท่าทีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐที่จะประกาศขึ้นภาษีศุลกากร
มูลค่าการซื้อขายหุ้นลดฮวบเหลือวันละต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาท มีเพียงวันอังคารที่ 25 มีนาคมเพียงวันเดียวเท่านั้นที่มีมูลค่าซื้อขาย 3 หมื่นล้านบาท
ดัชนีหุ้นมีลักษณะแกว่งตัวลงในกรอบแคบ ๆ นักลงทุนทั้งหมด พุ่งความสนใจไปในวันที่ 2 เมษายน รอดูว่านายทรัมป์จะประกาศขึ้นภาษีกับประเทศที่เกินดุลการค้าสหรัฐระดับใด และประเทศไทยจะรับผลกระทบหนักขนาดไหน
แต่ผลกระทบรุนแรงที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายก็อุบัติขึ้น เกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรง ซึ่งไม่สามารถประเมินความเสียหายทางทรัพย์สินได้ในทันที แต่สามารถคาดหมายถึงผลกระทบในความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้
ปฏิกิริยาการตื่นตระหนกเทขายหุ้น เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนประเมินแล้วว่า ตลาดหุ้นได้รับผลกระทบหนักแน่ จึงลดความเสี่ยงด้วยการชิงเทขายหุ้นออกก่อน
ตลาดหุ้นถูกข่าวร้ายกระหน่ำอยู่รอบด้านอย่างต่อเนื่อง นับจากต้นปีดัชนี ฯ ปักหัวลง จากจุดปิดสิ้นปี 2567 ที่ระดับ 1400.21 จุด ทรุดลงมาเหลือเพียง 1175.45 จุด ลดลงมาแล้วประมาณ 225 จุด และเหตุการณ์แผ่นดินไหว จะเป็นปัจจัยลบที่ซ้ำเติมเข้ามาอีก
แนวรับดัชนี ฯ 1150 จุด ถือเป็นกำแพงอันแข็งแกร่งที่ตั้งรับความถดถอยของตลาดหุ้นรอบนี้มาได้ตลอด แต่เหตุการณ์แผ่นดินไหว อาจทำให้กำแพง 1150 จุด พังทลายลง
การสั่งปิดการซื้อขายหุ้นภาคบ่ายเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เป็นการระงับยับยั้งแรงขายที่กำลังไหลบ่า ตัดตอนดัชนี ฯ ที่ดิ่งลง
แต่วันจันทร์ที่ 31 มีนาคมนี้ หรือวันสิ้นไตรมาสแรกปี 2568 ตลาดหุ้นจะกลับมาซื้อขายตามปกติ ภายใต้สภาพจิตใจของนักลงทุนที่ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ และยังตื่นตระหนกกับแผ่นดินไหว ยังกังวลกับผลกระทบที่จะพุ่งตรงใส่ตลาดหุ้น
นักลงทุนที่มีความรู้สึกเปราะบางต่อผลกระทบแผ่นดินไหว คงเตรียมตัวลดน้ำหนักการลงทุน เตรียมมาขายหุ้นต่อ ซึงจะกดให้ดัชนีฯดิ่งลงต่อเนื่องจากวันศุกร์ที่ผ่านมา และไม่อาจคาดหมายได้ว่า ดัชนี ฯ ระดับ 1150 จุด จะรับอยู่หรือไม่
นอกจากนั้น หากนายทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้ากับประเทศที่เกินดุลการค้าสหรัฐในอัตราสูง จะกลายเป็นอัพเตอร์ช็อกตามมาในตลาดหุ้น
แนวโน้มตลาดหุ้นระยะสั้นน่าวังเวงจริงๆ ข่าวร้ายกระหน่ำใส่ไม่ขาดสาย ข่าวดีไม่มีเลย
แผ่นดินไหวครั้งนี้ ถล่มซ้ำเติมตลาดหุ้นจมดิน จนไม่อาจคาดหมายได้ว่า ดัชนี ฯ จะถอยหลังไปตั้งหลักที่ระดับใด
แต่นักลงทุนส่วนใหญ่คงทำใจไว้แล้ว พร้อมจะสู้ตาย พร้อมจะถือหุ้นรอคอยการฟื้นตัวของตลาดหุ้น
เพราะทนตัดขาดทุนขายไม่ไหว ขายตอนนี้จะเหลือเพียงเศษสตางค์แค่กำมือกลับบ้านเท่านั้น จึงขอกำหุ้นสู้ต่อ แม้ระยะสั้นตลาดหุ้นไม่มีสัญญาณฟื้นก็ตาม