ผลสำรวจของคอยน์เบสพบนักลงทุนประเภทสถาบันทั่วโลกจำนวนถึง 83% มีแผนลงทุนเพิ่มในคริปโตในปีนี้ ชี้ปัจจัยบวกมีมากมายตั้งแต่ผลตอบแทนที่แข็งแกร่ง การยอมรับ DeFi มากขึ้น การใช้สเตเบิลคอยน์กว้างขวางยิ่งขึ้น และกฎระเบียบที่ชัดเจนขึ้น
หลังจากจุดพลิกผันสำคัญในปี 2024 คริปโตเข้าสู่ปีใหม่ด้วยโมเมนตัมที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นของนักลงทุน นอกจากมั่นใจว่า สกุลเงินดิจิทัลจะให้ผลตอบแทนที่น่าดึงดูดต่อไปแล้ว นักลงทุนยังเชื่อในแนวโน้มสดใสของสเตเบิลคอยน์ DeFi การแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน และอีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักลงทุนประเภทสถาบันส่วนใหญ่ในการสำรวจนี้มีแผนจัดสรรสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) 5% ลงทุนในคริปโตในปี 2025
งานวิจัยชิ้นใหม่จากอีวาย-พาร์เธนอน และคอยน์เบส จากการสำรวจความคิดเห็นผู้มีอำนาจตัดสินใจของบริษัท 352 แห่งทั่วโลกที่จัดทำขึ้นในเดือนมกราคมพบว่า ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนสนใจคริปโตมากขึ้นมาจากความเชื่อที่ว่า กฎระเบียบที่มีความชัดเจนมากขึ้นจะเป็นตัวเร่งที่ปลดล็อกโอกาสใหม่ๆ ในสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการรับฝากสินทรัพย์คริปโต
ผลสำรวจพบว่า นักลงทุน 83% มีแผนจัดสรรเงินลงทุนในคริปโตเพิ่มขึ้นสำหรับปีนี้ เนื่องจากมองว่า คริปโตคือโอกาสดีที่สุดในการสร้างผลตอบแทนที่ปรับตามระดับความเสี่ยงในการลงทุนที่น่าสนใจในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยนักลงทุน 59% เล็งดึงเงินมากกว่า 5% จาก AUM ไปลงทุนในคริปโต ตอกย้ำบทบาทที่เพิ่มขึ้นของคริปโตในพอร์ตของนักลงทุนประเภทสถาบัน
และจากการเติบโตที่โดดเด่นของสเตเบิลคอยน์จึงไม่น่าแปลกใจที่นักลงทุน 84% ใช้สินทรัพย์นี้ในปัจจุบันหรือสนใจที่จะใช้ในอนาคต นักลงทุนส่วนใหญ่ใช้หรือสนใจที่จะใช้สเตเบิลคอยน์สำหรับการใช้งานจริงในรูปแบบต่างๆ นอกเหนือจากแค่อำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมคริปโต เช่น สร้างผลตอบแทน (73%) ซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (69%) จัดการเงินสดภายใน (68%) และการชำระเงินภายนอก (63%)
ขณะเดียวกัน นักลงทุนเกือบ 1 ใน 3 (73%) เผยว่า ปัจจุบัน บริษัทของตนถือครองคริปโตสกุลต่างๆ นอกเหนือจากบิตคอยน์และอีเธอเรียม อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสังเกตว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ถืออัลต์คอยน์เพียง 1 หรือ 2 สกุลเท่านั้น โดยอัลคอยน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ริปเปิล (XRP) และโซลานา (SOL)
ผลสำรวจยังพบว่า แม้ขณะนี้มีนักลงทุนเพียง 24% ที่เกี่ยวข้องกับ DeFi หรือระบบการเงินแบบกระจายอำนาจ แต่ตัวเลขนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 3 เท่าเป็น 75% ในอีก 2 ปี โดยนักลงทุนให้ความสนใจเป็นพิเศษกับอนุพันธ์คริปโตแบบกระจายอำนาจ ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ การถือครองคริปโตเพื่อรับดอกเบี้ย การเข้าถึงอัลต์คอยน์ และการชำระเงินข้ามพรมแดน สะท้อนศักยภาพของ DeFi ในการดิสรัปต์บริการทางการเงินดั้งเดิม
อย่างไรก็ตาม แม้นักลงทุนมองแนวโน้มคริปโตบวกมาก แต่ยังมีหลายสิ่งที่น่ากังวล อาทิ แนวโน้มความเป็นไปเกี่ยวกับกฎระเบียบซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนกังวลมากที่สุด (52%) ตามด้วยความผันผวน (47%) และความปลอดภัยในการรับฝากสินทรัพย์ (33%)
ในทางกลับกัน นักลงทุน 68% เชื่อว่า กฎระเบียบที่ชัดเจนขึ้นจะเป็นปัจจัยเร่งการเติบโตในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล
รายงานการสำรวจชิ้นนี้สรุปว่า นักลงทุนประเภทสถาบันจะเกี่ยวข้องกับคริปโตมากขึ้นในปี 2025 ทั้งในรูปการจัดสรรเงินลงทุนเพิ่ม การเพิ่มกรณีการใช้งานจริง การเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้บ่งชี้โมเมนตัมเชิงบวก
และแม้ความผันผวนประกอบกับปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคอาจยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ ทว่า รายงานยังมั่นใจในแนวโน้มระยะยาวของสินทรัพย์ดิจิทัล