กระแสการซื้อหุ้นคืนของบริษัทจดทะเบียน กำลังเป็นปัจจัยที่สร้างสีสันในตลาดหุ้น โดยหลังจากที่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ทุ่มเงิน 16,000ล้านบาท เพื่อซื้อหุ้นคืนจำนวน 470 ล้านหุ้นแล้ว บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO ก็ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนตามมาติด
คณะกรรมการ HMPRO มีมติเมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน วงเงิน 7,600 ล้านบาท โดยจะซื้อหุ้นคืนจำนวน 800 ล้านหุ้น หรือ 6% ของทุนชำระแล้ว
การประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนในทันที โดยแห่กันเข้ามาซื้อหุ้น HMPRO ทำให้ราคาปรับตัวขึ้นทันทีเมื่อเปิดการซื้อขายวันที่ 26 มีนาคม ก่อนจะปิดการซื้อขายที่ 8.40 บาท เพิ่มขึ้น 70 สตางค์ หรือเพิ่มขึ้น 9.09% มูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 959.12 ล้านบาท
นักลงทุนที่ถือหุ้น HMPRO ไว้ก่อนหน้า เหมือนถูกหวย รวยขึ้นมาในพริบตาจากโครงการซื้อหุ้นคืน ซึ่งคำนวณราคาหุ้นที่จะซื้อคืนจำนวน 800 ล้านหุ้น จะมีราคาเฉลี่ย 9.50 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาซื้อขายบนกระดาน จึงกระตุ้นให้นักลงทุนเข้ามาซื้อหุ้น “ดักทาง” หรือดักเก็งกำไรจากโครงการซื้อหุ้นคืน
วันที่ 24 มีนาคม ราคาหุ้น HMPRO ปิดที่ 7.95 บาท และน่าจะเป็นฐานราคาในระดับต่ำที่ใช้อ้างอิงการตัดสินใจซื้อขายหุ้นของนักลงทุนในรอบนี้ เพราะเป็นราคาที่ทำให้คณะกรรมการ HMPRO ตัดสินใจเริ่มโครงการซื้อหุ้นคืน
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ PTT มีมติซื้อหุ้นคืน เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมีวงเงินซื้อหุ้นคืน 16,000 ล้านบาท จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืน 470 ล้านหุ้น หรือ 1.65% ของทุนชำระแล้ว ราคาหุ้นที่จะซื้อคืนเฉลี่ยประมาณ 34.04 บาทต่อหุ้น
ราคาหุ้น PTT วันที่ 19 มีนาคมปิดที่ 29.75 บาท ซึ่งจะเป็นฐานราคาในระดับต่ำที่ใช้อ้างอิงการตัดสินใจซื้อขายหุ้น PTT ของนักลงทุนในช่วงนี้หรือในช่วงโครงการซื้อหุ้นคืน
ราคาหุ้น PTT ขยับขึ้นทันทีที่มีการประกาศซื้หุ้นคืน โดยล่าสุดวันที่ 26 มีนาคมปิดที่ 32.50 บาท ปรับตัวขึ้น 2.75 บาท จากก่อนวันที่จะมีการประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนหรือปรับตัวขึ้นเกือบ 10%
ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งภาวะตลาดหุ้นตกต่ำ โครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินของบริษัทจดทะเบียน มีอัตราเร่งตัวหรือเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2566 มีบริษัทจดทะเบียน 25 แห่ง ประกาศซื้อหุ้นคืน วงเงินรวม 11,576 ล้านบาท
ปี 2567 มีบริษัทจดทะเบียนจำนวน 39 แห่ง ประกาศซื้อหุ้นคืน วงเงินรวม 259,223 ล้านบาท
ส่วนปี 2568 ยังไม่ทันผ่านพ้นไตรมาสแรก มีบริษัทจดทะเบียนประกาศซื้อหุ้นคืนแล้ว 29 บริษัท วงเงินซื้อหุ้นคืนรวม 36,945 ล้านบาท โดย HMPRO เป็นบริษัทจดทะเบียนรายล่าสุดที่ประกาศซื้อหุ้นคืน
บริษัทจดทะเบียนที่จะซื้อหุ้นคืนได้ ต้องมีกำไรสะสม มีสภาพคล่องทางการเงิน และเมื่อฝ่ายบริหารเห็นว่า ราคาหุ้นที่ซื้อขายบนกระดาน ต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานที่ควรจะเป็น จึงประกาศซื้อหุ้นคืน ซึ่งเชื่อว่า ในปีนี้ จะมีบริษัทจดทะเบียนอีกหลายแห่ง ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนตามมา ถ้าราคาหุ้นยังไม่ฟื้นหรือฟุบลงต่อ
นักลงทุนเห็นเป็นที่ประจักษ์แล้ว การประกาศซื้อหุ้นคืนของ PTT และ HMPRO มีแรงกระตุ้นต่อราคาหุ้นเพียงใด
หน้าที่ของนักลงทุนที่คิดจะดักเก็งกำไรหุ้นที่บริษัท ฯ จะประกาศซื้อคืนคือ การศึกษาและเสาะหา เพื่อประเมินหรือคาดหมายว่า บริษัทจดทะเบียนใดอยู่ในจ่ายที่จะมีโครงการซื้อหุ้นคืน และเข้าไปซื้อดักทางไว้ล่วงหน้า
วันดีคืนดีที่บริษัทฯประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน จะมีโอกาสกำไรเหนาะๆ 10% เช่นเดียวกับหุ้น PTT และ HMPRO
เสียดายที่โครงการซื้อหุ้นคืน บริษัทจดทะเบียนไม่นัดหมาย ทำพร้อม ๆ กัน ซึ่งจะจุดพลุให้ตลาดหุ้นสดใสคึกคักสุดขีด
แต่เมื่อบริษัทจดทะเบียนต่างคนต่างทำ ความคึกคักสดใสจึงเกิดขึ้นเฉพาะหุ้นรายตัวเท่านั้น ไม่ได้จุดชนวนให้หุ้นขึ้นกันพรึบพรั่บทั้งตลาด
ถ้าหน่วยงานที่กำกีบดูแลตลาดหุ้น วางแผนกันดี ๆ ชักชวนบริษัทจดทะเบียนเปิดโครงการซื้อหุ้นคืนพร้อมๆกัน ป่านนี้อาจมีมาตรการกระตุ้นตลาดหุ้นครั้งใหญ่
ช่วยพลิกฟื้นตลาดหุ้นที่กำลังเงียบเหงาซบเซาสุดขีด ให้ฟื้นคืนชีพสู่ความคักคักสุดเหวี่ยงไปแล้วก็ได้