xs
xsm
sm
md
lg

Custodia-Vantage เปิดตัว! Stablecoin บนบล็อกเชนธนาคารแรกของสหรัฐฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



Custodia-Vantage เปิดตัว Stablecoin “Avit” บน Ethereum เป็นธนาคารอเมริกาครั้งแรก! พร้อมแปลงเงินฝากเป็นโทเค็นดอลลาร์จริง Caitlin Long ลั่น นี่คืออนาคตการเงินที่จะมาเปลี่ยนวงการคริปโต

วงการธนาคารและคริปโตสหรัฐฯ สะเทือน เมื่อ Custodia Bank จับมือ Vantage Bank เปิดตัว “Avit” Stablecoin ตัวแรกที่ออกโดยธนาคารอเมริกัน บนบล็อกเชน Ethereum แบบไม่ต้องขออนุญาต โดยวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา Custodia ประกาศว่า ได้แปลงเงินฝากดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นโทเค็น ใช้มาตรฐาน ERC-20 ที่ฮิตทั่วโลก

“ระบบชำระเงินดอลลาร์ใหม่เริ่มทำงานในระบบธนาคารสหรัฐฯ แล้ว!” โดย Custodia ประกาศอย่างภาคภูมิใจ นี่คือก้าวใหญ่ที่พิสูจน์ว่า ธนาคารภายใต้กฎหมายรัฐบาลกลาง สามารถออกเงินฝากโทเค็นบนบล็อกเชนสาธารณะได้แบบถูกต้อง

Caitlin Long ลั่น! นี่คืออนาคตที่แท้จริง

"Caitlin Long" ซีอีโอของ Custodia ออกมาโวว่า “เราบุกเบิกกฎหมายและระเบียบใหม่ พิสูจน์ว่าธนาคารสหรัฐฯ สามารถสร้างโทเค็นเงินฝากบนบล็อกเชนได้” เธอย้ำผ่าน X ว่า Avit ไม่ใช่ “ดอลลาร์สังเคราะห์” ที่หน่วยงานกำกับดูแลบางแห่งไม่ชอบ แต่เป็น “ดอลลาร์จริง” ผูกกับเงินฝากที่ถอนได้ทันทีจากบัญชีธนาคาร

ขณะที่ "Jeff Sinnott" ซีอีโอ Vantage Bank เห็นด้วย “นี่คือโมเมนต์สำคัญ แสดงให้เห็นว่าบล็อกเชนและ Stablecoin จะเปลี่ยนโฉมวงการชำระเงินได้ยังไง” เขากล่าว

Ethereum มีความพร้อมบล็อกเชนเหนือ Bitcoin

ที่น่าสนใจ Custodia เลือก Ethereum แทน Bitcoin ในการใช้งานเป็นฐานของ Avit ทำเอาแฟนคลับ Ethereum ออกมาชื่นชม โดย "Evan Van Ness" ทนายความดัง บอกว่า “ETH แก้ปัญหานี้ได้ แต่ Bitcoin ทำไม่ได้” ด้าน "Anthony Sassano" นักการศึกษาคริปโต ย้ำว่า “บล็อกเชนที่ไม่ต้องขออนุญาตน่ะ Ethereum ชัดๆ”

ข้อมูลจาก DeFiLlama เผยว่า Ethereum ครองตลาด Stablecoin มูลค่ากว่า 125.8 พันล้านดอลลาร์ ทิ้งห่าง Tron คู่แข่งอันดับสองเกือบสองเท่า แถมยังโฮสต์ตั๋วเงินรัฐบาลสหรัฐฯ โทเค็นมูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์ นำหน้า Stellar แบบขาดลอย

Stablecoin บูม! ผลักดันกระเป๋าเงินพุ่ง 50%

รายงานล่าสุดชี้ว่า กระเป๋าเงิน Stablecoin ที่ใช้งานจริง โตพรวดกว่า 50% ในรอบปี จาก 19.6 ล้านในกุมภาพันธ์ 2567 เป็น 30 ล้านในกุมภาพันธ์ 2568 โตแบบปีต่อปีถึง 53%! การยอมรับจากสถาบัน การใช้ในระบบชำระเงิน และการผสานกับ DeFi คือตัวผลักดันใหญ่

ไม่แค่นั้น อุปทาน Stablecoin รวมก็พุ่ง จาก 138 พันล้านดอลลาร์ในกุมภาพันธ์ 2567 เป็น 225 พันล้านดอลลาร์ในกุมภาพันธ์ 2568 โตถึง 63% แสดงว่า Stablecoin กลายเป็นหัวใจของเศรษฐกิจดิจิทัล ด้วยสภาพคล่อง ความมั่นคง และการเข้าถึงทั่วโลก

ผู้ว่า Fed หนุน! Stablecoin เสริมแกร่งดอลลาร์


เมื่อเดือนก่อน "คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์" ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ ออกมาชมว่า Stablecoin ที่ผูกดอลลาร์ สามารถยกระดับความยิ่งใหญ่ของเงินสหรัฐฯ ในโลกได้ “มันเป็นที่เก็บมูลค่าที่มั่นคง ช่วยเทรดเดอร์คริปโต เข้าถึงดอลลาร์ในที่ที่เงินเฟ้อพุ่ง เร็วขึ้นในการโอนข้ามชาติ และเริ่มเห็นแววในธุรกรรมค้าปลีก” เขากล่าวทิ้งท้าย