ท่ามกลางสงครามการค้าและตลาดโลกที่ผันผวน บิทคอยน์กลับเคลื่อนไหวสวนทางกับทองคำ จุดคำถามสำคัญว่า BTC ยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยจริงหรือไม่? ผู้เชี่ยวชาญเตือน การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอาจทำให้ บิทคอยน์กลายเป็นเพียงสินทรัพย์เก็งกำไรธรรมดา
บิทคอยน์ เคยถูกยกให้เป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” ที่สามารถรักษามูลค่าได้ในช่วงวิกฤติ เช่นเดียวกับทองคำและพันธบัตรรัฐบาล แต่ปัจจุบัน ความเชื่อนี้เริ่มสั่นคลอน เมื่อราคาของ BTC ดิ่งลง 10% ตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ทองคำพุ่งขึ้น 10% ในช่วงเวลาเดียวกัน
โดยหลังจากสงครามภาษีศุลกากรที่เกิดจากสหรัฐฯ กระทบตลาดการเงินทั่วโลก หุ้นร่วงหนัก และ บิทคอยน์ เองก็ได้รับแรงกดดันจนราคาตก ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นหาก BTC เป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยง
บิทคอยน์ไม่เคยเป็น “ที่หลบภัย”? อย่างที่กล่าวอ้าง
นักวิเคราะห์หลายรายชี้ว่าบิทคอยน์ไม่เคยเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยตั้งแต่แรก Paul Schatz จาก Heritage Capital ระบุว่า "การเคลื่อนไหวของ BTC ผันผวนเกินกว่าจะถือเป็นสินทรัพย์ที่มั่นคงได้" ขณะที่ Jochen Stanzl จาก CMC Markets (เยอรมนี) เห็นว่า บิทคอยน์เป็นเพียง “ตราสารเก็งกำไร” มากกว่าจะเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง
ด้าน Buvaneshwaran Venugopal จากมหาวิทยาลัยเซ็นทรัลฟลอริดา เสริมว่า “บิทคอยน์ไม่เคยเป็นที่หลบภัยเลย” เพราะสามารถร่วงลงได้มากถึง 80% เมื่อเกิดการปรับฐานครั้งใหญ่ ต่างจากทองคำที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่แท้จริง
บิทคอยน์อาจเป็นสินทรัพย์ที่มีความหมายใหม่?
อย่างไรก็ตามการรวมบิทคอยน์ไว้ในกองทุน ETF ของยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนอย่าง BlackRock และ Fidelity ในปี 2567 ทำให้ BTC เป็นที่ยอมรับในวงกว้างมากขึ้น แต่ก็ทำให้ "เรื่องเล่า" ของบิทคอยน์เปลี่ยนไปจากสินทรัพย์ปลอดภัยไปสู่สินทรัพย์เสี่ยงที่ขึ้นลงตามสภาพคล่องของตลาด เช่นเดียวกับหุ้นเทคโนโลยี
Adam Kobeissi บรรณาธิการบริหารของ Kobeissi Letter ระบุว่า BTC มีความสัมพันธ์สูงกับสินทรัพย์เสี่ยง และมักเคลื่อนไหวสวนทางกับทองคำ นั่นทำให้บิทคอยน์ไม่สามารถถูกมองว่าเป็น "ทองคำดิจิทัล" ได้อีกต่อไป
ขณะที่ Venugopal เสริมว่า การที่สถาบันการเงินขนาดใหญ่แห่เข้ามาลงทุนในบิทคอยน์ไม่ได้ทำให้มันปลอดภัยขึ้น กลับกัน มันกำลังกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนและถูกซื้อขายตามแนวทางของตลาดการเงินทั่วไป
บิทคอยน์กับความเป็นไปได้ใหม่ในฐานะสินทรัพย์สองด้าน?
แม้จะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น แต่บางคนเชื่อว่าบิทคอยน์อาจยังเป็นเครื่องมือรักษามูลค่าในระยะยาว Noelle Acheson นักวิเคราะห์จาก Crypto is Macro Now ชี้ว่า "หากดูในช่วงเวลา 4 ปีบิทคอยน์ให้ผลตอบแทนดีกว่าทองคำและตลาดหุ้นสหรัฐฯ"
ขณะที่ Geoff Kendrick จาก Standard Chartered มองว่าบิทคอยน์เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเหตุการณ์ทางการเงิน เช่น วิกฤตธนาคาร Silicon Valley Bank และ Signature Bank เมื่อปี 2023 แต่สำหรับสงครามการค้าหรือเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์บิทคอยน์ยังคงถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์เสี่ยง
อนาคตของบิทคอยน์จะไปทางไหน?
อย่างไรก็ดี Cathie Wood จาก Ark Investment ยังเชื่อว่าบิทคอยน์ทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงที่เกิดวิกฤตธนาคารปี 2023 ขณะที่ราคาพุ่งขึ้น 35% หลังจาก SVB ล่มสลาย แต่ Paul Schatz กลับไม่เห็นด้วย โดยมองว่าบิทคอยน์ล้มเหลวในการเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ หลังจากการล่มสลายของ FTX และฤดูหนาวคริปโตในปี 2022
Kobeissi ทิ้งท้ายว่า ความผันผวนในระยะสั้นไม่สำคัญเท่าปัจจัยพื้นฐานของบิทคอยน์ซึ่งยังคงแข็งแกร่ง แต่คำถามสำคัญคือ "อะไรคือตัวเร่งต่อไปที่จะผลักดันราคาบิทคอยน์?"
บิทคอยน์อาจไม่ใช่สินทรัพย์ปลอดภัยแบบเดิมอีกต่อไป แต่สิ่งที่แน่นอนคือ การเปลี่ยนแปลงของตลาดจะกำหนดทิศทางใหม่ของคริปโตเคอร์เรนซี และนักลงทุนต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า BTC จะกลายเป็นสินทรัพย์แบบใดในอนาคต!