ก.ล.ต. ชี้แจงกรณีเพิ่ม USDC และ USDT ในบัญชีคริปโตฯ ย้ำไม่ได้อนุมัติให้ใช้ชำระค่าสินค้า-บริการ แต่เพิ่มเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการและศูนย์ซื้อขาย
ตามที่มีข้อมูลปรากฏในสื่อโซเชียลเกี่ยวกับการเพิ่มบัญชีรายชื่อคริปโตเคอร์เรนซีที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศกำหนด โดยเพิ่มเติมอีก 2 สกุล ได้แก่ USD Coin (USDC) และ Tether (USDT) พร้อมระบุว่า USDT ได้รับการอนุมัติให้ใช้ชำระค่าสินค้าและบริการอย่างถูกกฎหมายนั้น
นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ ก.ล.ต. และโฆษก ได้ออกมาชี้แจงว่า ก.ล.ต. ไม่ได้มีการอนุมัติเหรียญ USDT เพื่อใช้ในการชำระค่าสินค้าและบริการแต่อย่างใด การปรับปรุงหลักเกณฑ์บัญชีรายชื่อคริปโตเคอร์เรนซีครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการและศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเท่านั้น
วัตถุประสงค์การเพิ่ม USDC และ USDT
การเพิ่มเติม USDC และ USDT ในบัญชีรายชื่อคริปโตเคอร์เรนซีที่ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ ได้แก่
1.เพื่อให้ผู้ออกเสนอขายโทเคนดิจิทัล (Issuer) สามารถรับคริปโตเคอร์เรนซีเป็นรูปแบบการตอบแทนได้ รวมถึงผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) สามารถรับคริปโตเคอร์เรนซีจากผู้ลงทุนหรือ Issuer ในการทำธุรกรรมได้
2.เพื่อให้ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล สามารถซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลกับคริปโตเคอร์เรนซีได้เพิ่มเติมอีก 2 สกุล
บัญชีรายชื่อคริปโตเคอร์เรนซีปัจจุบัน โดยก่อนหน้านี้ ก.ล.ต. ได้ประกาศบัญชีรายชื่อคริปโตเคอร์เรนซีที่สามารถใช้ได้ 5 รายชื่อ ได้แก่
- Bitcoin (BTC)
- Ethereum (ETH)
- Ripple (XRP)
- Stellar (XLM)
- คริปโตเคอร์เรนซีที่ใช้ในการทดสอบการชำระราคาแบบอัตโนมัติ (Programmable Payment) ภายใต้ Enhanced Regulatory Sandbox ตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
อย่างไรก็ดีการเพิ่ม USDC และ USDT ในบัญชีรายชื่อคริปโตเคอร์เรนซีของ ก.ล.ต. ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการและศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเท่านั้น โดย ก.ล.ต. ยืนยันว่าไม่ได้อนุมัติให้ใช้ USDT ในการชำระค่าสินค้าและบริการแต่อย่างใด