รัฐบาลญี่ปุ่นไฟเขียวร่างกฎหมายปฏิรูปกฎเกณฑ์คริปโต ลดอุปสรรคให้ธุรกิจนายหน้าซื้อขาย และเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้ให้บริการ Stablecoin ด้านรัฐสภาเตรียมพิจารณาไฟเขียวเร็วๆ นี้ คาดส่งผลต่ออุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศ
กฎเกณฑ์ใหม่เอื้อธุรกิจคริปโตมากขึ้น
รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติข้อเสนอแก้ไข พระราชบัญญัติบริการชำระเงิน ซึ่งควบคุมตลาดคริปโตและ Stablecoin ตามรายงานของหน่วยงานบริการทางการเงิน (FSA) และ CoinPost สื่อท้องถิ่น โดยร่างกฎหมายนี้ได้ส่งเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาแล้ว และมีแนวโน้มจะผ่านการอนุมัติในเร็ววัน
ในอดีต รัฐสภาญี่ปุ่นไม่เคยปฏิเสธร่างกฎหมายเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี และในทางกลับกัน คณะรัฐมนตรีเองก็ไม่เคยปฏิเสธข้อเสนอจาก FSA ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลตลาดคริปโตของประเทศ
นายหน้าซื้อขายคริปโตไม่ต้องขอใบอนุญาตแบบเดิมอีกต่อไป
ร่างกฎหมายฉบับนี้จะช่วยลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจของบริษัทนายหน้าซื้อขายคริปโต โดยอนุญาตให้พวกเขาดำเนินงานในฐานะ "ธุรกิจตัวกลาง" โดยไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตในระดับเดียวกับแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตหรือผู้ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัลอีกต่อไป
นอกจากนี้ กฎหมายยังเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการ Stablecoin สามารถใช้สินทรัพย์ที่หลากหลายขึ้นเป็นหลักประกันให้กับเหรียญของตน จากเดิมที่ต้องสำรองเงิน 1:1 ในบัญชีธนาคารที่ได้รับการควบคุม
Stablecoin ใช้พันธบัตรหนุนหลังได้ ลดภาระเงินสด
การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้อนุญาตให้บริษัทผู้ออก Stablecoin สามารถใช้ พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นและสหรัฐฯ เป็นหลักประกันได้บางส่วน แต่ต้องเป็นพันธบัตรที่มีอายุคงเหลือไม่เกิน 3 เดือนเท่านั้น
ทั้งนี้ ผู้ออก Stablecoin จะสามารถใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันได้สูงสุด 50% ส่วนที่เหลือต้องถือเป็นเงินสดในบัญชีเดินสะพัด นอกจากนี้ ยังเปิดทางให้ถือเงินในบัญชีพันธบัตรที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง ซึ่งสามารถไถ่ถอนได้ก่อนกำหนด
นายหน้าซื้อขายคริปโตไม่ต้องทำตามกฎ AML
อีกประเด็นสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้คือ นายหน้าซื้อขายคริปโตจะไม่ต้องปฏิบัติตามกฎต่อต้านการฟอกเงิน (AML) และข้อกำหนดทางการเงินอื่น ๆ ซึ่ง CoinPost ระบุว่า จะช่วยลดอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาด และดึงดูดบริษัทใหม่ๆ เข้ามา
อย่างไรก็ตาม บริษัทที่ต้องการได้รับใบอนุญาตรูปแบบใหม่นี้ ต้องพิสูจน์ว่าไม่มีการจัดการเงินของลูกค้าโดยตรง
ยักษ์ใหญ่ธุรกิจจับตากฎหมายใหม่ใกล้ชิด
บริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งที่สนใจธุรกิจคริปโต กำลังจับตามองการเปลี่ยนแปลงกฎหมายครั้งนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจด้านการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น
Mercari
SBI Securities
Monex Securities
ทั้งสามบริษัทนี้ล้วนมีธุรกิจแลกเปลี่ยนคริปโตที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว และอาจขยายบทบาทของตนเข้าสู่ธุรกิจนายหน้าซื้อขายคริปโตภายใต้กฎหมายใหม่
การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของญี่ปุ่นในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่ออุตสาหกรรมคริปโต ขณะเดียวกันก็ยังคงมาตรฐานความปลอดภัยและความมั่นคงทางการเงิน ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกในอนาคต