"ฮัน ดงฮุน" อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชาชน (PPP) ผู้ท้าชิงศึกเลือกตั้งเก้าอี้ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ชูธงนโยบายคริปโตสุดล้ำ ประกาศลั่นเกาหลีใต้ต้องยกเลิกกฎควบคุมสกุลเงินดิจิทัล พร้อมผลักดัน Bitcoin ETF ให้เกิดขึ้นจริง หวังดึงใจวัยรุ่นและปั้นชาติเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมโลก
หนึ่งในตัวเต็งชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนต่อไป "ฮัน ดงฮุน" อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชาชน (PPP) ออกมาเผยนโยบายสุดสะดุดตาในการเลือกตั้งที่กำลังใกล้เข้ามา โดยเขาเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกกฎระเบียบเข้มงวดด้านคริปโต และผลักดันให้มีการอนุมัติกองทุน Bitcoin ETF เพื่อยกระดับเกาหลีใต้สู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสกุลเงินดิจิทัลของโลก
สำนักข่าว EToday รายงานว่า ฮัน ซึ่งเคยเป็นหัวหอกในการล้มคำสั่งประกาศกฎอัยการศึกของประธานาธิบดียุน ซอก ยอล เมื่อธันวาคมปีก่อน เปิดใจในการสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา “กฎระเบียบคริปโตต้องผ่อนปรนลง” เขากล่าวอย่างหนักแน่น “เกาหลีใต้มีศักยภาพที่จะเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมสกุลเงินดิจิทัลได้ ถ้าเราทำถูกทาง”
ชูธง Bitcoin ETF จุดเปลี่ยนการเมืองเกาหลีใต้
นโยบายนี้ถูกมองว่าเป็นไม้เด็ดของฮันในการดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจคริปโต ซึ่งกำลังเป็นกระแสแรงในเกาหลีใต้ โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งใหม่ หลังศาลยังคงเดินหน้าพิจารณาคดีถอดถอน "ยุน ซอก ยอล" ขณะที่ทั้งพรรค PPP และพรรคประชาธิปไตย (DP) ยังไม่มีผู้สมัครอย่างเป็นทางการ เพราะติดขัดในสนามกฎหมาย
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยกให้ฮันเป็นหนึ่งในตัวเก็งของพรรค PPP และมีโอกาสสูงที่จะต้องปะทะเดือดกับ "อี แจ-มยอง" หัวหน้าพรรค DP ในการสำรวจความเห็นประชาชนช่วงปลายปีนี้
“คริปโตไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลจะเมินเฉยได้”
ฮัน ยังย้ำว่า สกุลเงินดิจิทัลไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลจะเลือก “หลบเลี่ยง” เพียงเพราะไม่อยากยุ่ง เขากล่าวว่า “เราต้องผ่อนคลายกฎเกณฑ์หลายอย่าง เช่น การอนุมัติ Bitcoin ETF ซึ่งจะช่วยให้สถาบันการเงินยอมรับคริปโตมากขึ้น บริษัทต่างๆ ควรมีสิทธิซื้อสกุลเงินดิจิทัลได้ด้วย นโยบายต้องเน้นประโยชน์ของชาติและความเป็นจริง”
คนเกาหลีใต้พร้อมแล้วสำหรับคริปโต
เขายังชี้ว่า ความรู้ด้านดิจิทัลของคนเกาหลีใต้อยู่ในระดับ “สูงมาก” ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้วงการคริปโตเติบโตอย่างก้าวกระโดด “สิ่งที่ทำให้คริปโตน่าสนใจคือมันไม่มีหน่วยงานกลางควบคุม แม้รัฐบาลอยากคุม แต่ก็ทำได้ยาก” ฮันกล่าว พร้อมระบุว่า หากโซลอยากส่งเสริมศักยภาพด้านนี้จริงการ “ไม่ควบคุมมากเกินไป” จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ
ยกเครดิตให้ตัวเอง อวยผลงานเลื่อนภาษีคริปโตสำเร็จ
ฮันยังหยิบยกผลงานของตัวเองมาเสริมแกร่ง โดยอ้างถึงการตัดสินใจของสมัชชาแห่งชาติเมื่อปีก่อน ที่เลื่อนการเก็บภาษีคริปโตออกไป 2 ปี “ผมค้านการเริ่มเก็บภาษีวันที่ 1 มกราคม 2568 อย่างเต็มที่ จนสุดท้ายพรรค DP ต้องยอมจำนนต่อกระแสประชาชนและโหวตเลื่อนออกไป” เขากล่าวอย่างภูมิใจ
ย้อนไปสมัยที่เขาดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด ฮันเล่าว่า สมาชิกรัฐสภาบางคนเคยเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมเปิดเผยรายชื่อนักลงทุนคริปโต ซึ่งเขามองว่า “ไร้สาระสิ้นดี” “คนที่เรียกร้องแบบนี้ไม่เข้าใจคริปโตเลยสักนิด” เขาวิจารณ์ ก่อนเผยความกังวลว่า “ที่แปลกใจคือไม่มีคนในกระทรวงยุติธรรมลงทุนคริปโตเลย กระทรวงควรส่งเสริมตลาด ไม่ใช่ทำลายด้วยการขาดความเข้าใจ”
“ควบคุมคริปโตมากไป ทำลายศักยภาพเศรษฐกิจชาติ”
ฮันเตือนว่า การคุมเข้มคริปโตมากเกินเหตุคือการ “กดทับ” ความรู้ด้านดิจิทัล ซึ่งเขาเรียกว่า “สมบัติล้ำค่าของเกาหลีใต้” “เราควรเป็นชาติที่เน้นคริปโตเป็นหลัก คนที่อยากควบคุมมันไม่เข้าใจแก่นแท้ของมันเลย ถ้าทำกฎระเบียบผิดพลาด เงินทุนจะไหลออกนอกประเทศ เราจะเสียโอกาสเป็นผู้นำโลกในวงการนี้” เขากล่าวอย่างจริงจัง
เกมการเมืองโสมขาวร้อนฉ่า
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า นโยบายคริปโต ภาษี และ Bitcoin ETF ถูกหยิบมาเล่นเป็นประเด็นการเมืองซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงไม่กี่ปีนี้ ก่อนการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ผู้สมัครจากทั้งสองพรรคต่างโจมตีกันด้วยข้อหาทุจริตคริปโต และแข่งกันปล่อยนโยบายสุดโต่งเพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่ ขณะที่นักวิจารณ์การเมืองบางคนชี้ว่า สัญญาเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นแค่ “แผนฉวยโอกาส” เพื่อล่าคะแนนจากกลุ่มวัยรุ่นเท่านั้น