บิทคอยน์ ร่วงหนักแตะ 80,000 ดอลลาร์! นักลงทุนเทขายหวั่นเกรงนโยบายเศรษฐกิจทรัมป์-การประชุมคริปโตทำเนียบขาวไม่เป็นใจ ส่งผลตลาดดิจิทัลสั่นคลอน
บิทคอยน์ร่วงลง 4% ในวันนี้ (10 มี.ค.) แตะระดับต่ำสุดที่ 80,123 ดอลลาร์ ขณะที่ Ether และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ อย่าง XRP, Solana และ Dogecoin ก็ร่วงตามไปด้วย สาเหตุหลักมาจากการเทขายอย่างหนักของนักลงทุนที่ตอบสนองต่อความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจากนโยบายภาษีการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และคำสั่ง Bitcoin Reserve ล่าสุด
อย่างไรก็ตาม แม้ทรัมป์จะลงนามคำสั่งจัดตั้ง "Strategic Bitcoin Reserve" เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตลาดดิจิทัล แต่การตรวจสอบนโยบายอย่างละเอียดกลับพบว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่ซื้อบิทคอยน์เพิ่มเติม แต่จะเก็บเฉพาะบิทคอยน์ที่ยึดได้จากคดีอาญาและคดีแพ่งเท่านั้น
ขณะที่เดวิด แซกส์ ผู้ควบคุมดูแลสกุลเงินดิจิทัลของทำเนียบขาว ระบุในรายการ X ว่า "รัฐบาลจะไม่ซื้อทรัพย์สินเพิ่มเติมเพื่อเก็บไว้ในคลังเกินกว่าที่ได้มาจากกระบวนการริบทรัพย์สิน" ซึ่งหมายความว่า สหรัฐฯ จะไม่เข้ามาสร้างความต้องการโดยตรงต่อบิทคอยน์อย่างที่นักลงทุนหวัง
นอกจากนี้ เดวิด เบลีย์ ซีอีโอของ Bitcoin Magazine ยังตั้งข้อสังเกตว่า การขายบิทคอยน์ของกระทรวงยุติธรรม (DOJ) เมื่อปลายปีที่แล้ว อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตลาดผันผวน โดย DOJ ได้ขายบิทคอยน์ที่ยึดได้จากตลาด Silk Road จำนวน 69,370 BTC หลังได้รับอนุมัติจากศาล แม้จะมีคำสั่งห้ามขายบิทคอยน์จากแหล่งสำรองแล้วก็ตาม
การประชุมสุดยอดคริปโตของทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2025 ก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น เนื่องจากขาดกลยุทธ์ที่ชัดเจนนอกเหนือจากการยึดทรัพย์สิน ส่งผลให้นักลงทุนรู้สึกผิดหวังและขาดความมั่นใจ
ขณะที่ปัจจัยลบอื่นๆ ที่ส่งผลต่อตลาดคือ นโยบายภาษีการค้าของทรัมป์ ที่เพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโก 25% และจากจีน 20% สร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกและส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิทคอยน์และหุ้นได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้แม้การระงับภาษีบางรายการจะช่วยบรรเทาปัญหาได้ชั่วคราว แต่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการขาดความชัดเจนในนโยบายของรัฐบาลยังคงทำให้ตลาดดิจิทัลอยู่ในภาวะเปราะบางต่อไป