นักวิเคราะห์คาดบิทคอยน์ร่วงแรง หากเกิดตลาดหมีปี 2568 ชี้หากเฟดเลื่อนการลดดอกเบี้ย ตลาดอาจถดถอยและบิทคอยน์ดิ่งต่ำสุด 57,000 ดอลลาร์ แต่เชื่อว่าแนวโน้มประวัติศาสตร์จะหนุนราคาขั้นต่ำที่ 70,000 ดอลลาร์ นักลงทุนระวังจุดต่ำสุด รอจังหวะเก็บเพิ่ม!
ทิโมธี ปีเตอร์สัน นักเศรษฐศาสตร์ คาดการณ์ว่าราคาบิทคอยน์ที่จะเกิดในตลาดหมีครั้งต่อไปอาจร่วงลงแรงถึง 57,000 ดอลลาร์ จากการที่แบงก์ชาติสหรัฐไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกทั้งนักลงทุนจำนวนมากที่ "เฝ้าจับตามองบิทคอยน์ราวกับนกแร้ง" ทำให้ราคาอาจไม่ลดต่ำถึงจุดนั้น
จากการเปิดเผยของ ปีเตอร์สัน กล่าวในโพสต์ X เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ย้ำว่าเขาไม่รีบลดดอกเบี้ย โดยเขาระบุว่า หากธนาคารกลางสหรัฐฯ ชะลอการลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2568 อาจกระทบตลาดการลงทุน โดยบิทคอยน์อาจกลับลงมาที่ 70,000 ดอลลาร์อีกครั้ง “สิ่งที่ต้องการคือตัวกระตุ้น และตัวกระตุ้นอาจเป็นการที่เฟดไม่ลดดอกเบี้ยในปีนี้”
ตลาดคริปโตกลับสู่ หมีจำศีล สะเทือนบิทคอยน์ร่วงแตะ 57,000 ดอลลาร์
ปีเตอร์สัน ใช้โมเดลราคาล่วงหน้าของ Nasdaq ประเมินว่าเมื่อตลาดหมีเริ่มขึ้น Nasdaq จะลดลงราว 17% ใน 7 เดือน ก่อนจะถึงจุดต่ำสุด โดยคูณ 1.9 เท่าสำหรับบิทคอยน์ซึ่งคาดว่าราคาจะลดลง 33% จากปัจจุบันที่ 86,199 ดอลลาร์ เหลือเพียง 57,000 ดอลลาร์
อย่างไรก็ดี เขาเชื่อว่าราคาน่าจะไม่ลดต่ำขนาดนั้น และอาจอยู่ที่ 70,000 ดอลลาร์แทน ตามแนวโน้มตั้งแต่ปี 2565
“ราคาต่ำสุดของบิทคอยน์ในปี 2565 สูงกว่าที่คาดไว้ 25%” ปีเตอร์สันกล่าว พร้อมอธิบายว่า หากตลาดคาดว่าราคาจะไปถึง 57,000 ดอลลาร์ จะมีนักลงทุนเข้ามาแทรกแซง เพราะมองว่าราคานั้น ‘ต่ำพอแล้ว’
ทำนายราคาจากนักลงทุนคริปโตชื่อดัง
อาร์เธอร์ เฮย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX กล่าวว่า ในปี 2568 คาดว่าบิทคอยน์จะเริ่มที่ 70,000-75,000 ดอลลาร์ ก่อนราคาพุ่งทะยานสู่ 250,000 ดอลลาร์ในสิ้นปี จากการเพิ่มนโยบายพิมพ์เงินครั้งใหม่ ขณะเดียวกัน Blockware Solutions คาดการณ์ว่าในสถานการณ์หมี บิทคอยน์อาจอยู่ที่ 150,000 ดอลลาร์หากธนาคารกลางสหรัฐฯ กลับมาลดดอกเบี้ย