xs
xsm
sm
md
lg

ถ้าไร้มาตรการปลุกหุ้น...เจอกันที่ 1,100 จุด / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตลาดหุ้นกำลังเหมือนคนที่หมดสมรรถภาพ ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับข่าวดีใดๆ โดยตั้งหน้าตั้งตาดิ่งลงอย่างเดียว และสุดเกินจะหยั่งได้ว่า การปรับฐานรอบนี้ ดัชนีหุ้นจะลงไปลึกถึงจุดใด แม้หลุดระดับ 1,200 จุดไปแล้วก็ตาม

การซื้อขายหุ้นเมื่อวันอังคารที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา นักลงทุนคาดหวังกันว่า ตลาดหุ้นจะฟื้นตัวตามตลาดหุ้นทั่วโลกที่เขียวขจี และดัชนีหุ้นในข่วงต้นก็ฟื้นตัวขึ้นตามความคาดหมายขอบนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ส่วนใหญ่ โดยดีดตัวขึ้นไปหลายจุด

แต่การซื้อขายในภาคบ่าย มีแรงขายกระจายเข้ามาในหุ้นแทบทุกกลุ่ม ก่อนดัชนีจะปักหัวลง กระดานหุ้นเปลี่ยนจากสีเขียวกลายเป็นสีแดงฉานอีกครั้ง ก่อนดัชนีจะร่วงลงมาปิดที่ 1,474.64 จุด ลดลง 10.77 จุด โดยนักลงทุนต่างชาติ นักลงทุนสถาบัน และพอร์ตโบรกเกอร์พร้อมใจกันเทขายหุ้น

มีแต่นักลงทุนรายย่อยเท่านั้นที่ยังสู้ไม่ถอย ซื้อหุ้นแต่ผู้เดียว แบกหุ้นต้นทุนสูง จนเจ็บหนักมาตลอดในช่วงเวลาประมาณ 6 ปีที่ผ่านมา โดยมียอดซื้อหุ้นเก็บสะสมประมาณ 7 แสนล้านบาท

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ เริ่มปรับมุมมองตลาดหุ้นเป็นเชิงบวก แม้นักวิเคราะห์ที่เคยมองโลกในแง่ร้าย มองหุ้นอยู่ในช่วงขาลง แต่เมื่อลงหลุดระดับ 1,200 จุด ส่วนใหญ่เริ่มแนะนำให้นักลงทุนระยะยาว เลือกซื้อหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ซึ่งมีหุ้นให้เลือกช้อนซื้อจำนวนมาก

มุมมองที่เปลี่ยนไปของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เพราะเห็นว่า ดัชนีระดับต่ำกว่า 1,200 จุด ได้ซึมซับรับข่าวร้ายไปมากพอแล้ว

แต่หุ้นก็ไม่ตอบรับเชิงบวก ไม่ตอบรับตลาดหุ้นทั่วโลกที่เขียวขจี ไม่ยินดีกับมาตรการมากมายที่กระทรวงการคลังประกาศขับเคลื่อนออกมา

และปักหลักดิ่งลงอย่างเดียว แม้จะลงมาลึกสุดกู่ จนกลายเป็นตลาดหุ้นที่ผลตอบแทนแย่ที่สุดในโลกนับจากต้นปี 2568

นักการเมืองฝั่งรัฐบาลบางคนออกมากลบเกลื่อนสถานการณ์ตลาดหุ้นที่กำลังเลวร้ายสุดขีด โดยระบุว่า ตลาดหุ้นยังไม่ถือว่าวิกฤต ทั้งที่สถานการณ์ที่เป็นจริง ตลาดหุ้นกำลังวิกฤตหนัก และอยู่ในภาวะพังทลาย นักลงทุนกว่า 3 ล้านคนกำลังบาดเจ็บล้มตาย

กระทรวงการคลังมีแผนกระตุ้นบรรยากาศการลงทุนชุดใหญ่อยู่แล้ว และทุกฝ่ายเห็นว่า เป็นแผนที่ดี สามารถปลุกตลาดหุ้นให้ฟื้น สามารถเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนได้

แต่มาตรการกระตุ้นตลาดหุ้นทั้งหมดกลับไม่มีความคืบหน้าใด แม้แต่การแปลงกองทุนหุ้นระยะยาวหรือ LTF เป็นกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนหรือ TESG เพื่อหยุดแรงขายของ LTF ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หุ้นตกรูด และถูกบรรจุในวาระการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ในการประชุมวันจันทร์ที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา แต่กลับไม่มีการหยิบยกขึ้นพิจารณา

มาตรการกอบกู้ตลาดหุ้นเร่งด่วน โดยการแปลง LTF เป็น TESG เพื่อหยุดแรงขายอีกประมาณ 1.8 แสนล้านบาท รัฐบาลยังไม่ยอมให้ความสำคัญผลักดันออกมาทันที

ตลาดหุ้นจึงขาดยาแรงฉีดกระตุ้น และซึมลงต่อไป

ปัจจุบัน ตลาดหุ้นพัฒนาไปสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว การซื้อขายหุ้นพัฒนาไปสู่ระบบเทคโนโลยีที่มีความฉับไว แต่การกู้วิกฤตตลาดหุ้น กลับเป็นไปอย่างอืดอาดล่าช้า สู้อดีตยุคแอนะล็อกไม่ได้ สู้ตลาดหุ้นยุคมือทำ สมัยยังใช้เทรดเดอร์วิ่งเคาะกระดานซื้อขายหุ้นไม่ได้

ย้อนหลังไปประมาณ 30 ปีก่อน ยุคนายมารวย ผดุงสิทธิ์ เป็นกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ ยุคนายวิโรจน์ นวลแข กรรมการผู้จัดการ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด นายกสมาคมโบรกเกอร์หลายสมัย และเป็นหัวเรือใหญ่ในบริษัทโบรกเกอร์

ขณะนั้นมี 30 แห่ง การผลักดันมาตรการกระตุ้นตลาด ฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน เป็นไปอย่างรวดเร็วฉับไวมาก

ถ้าหุ้นเกิดวิกฤต สมาคมโบรกเกอร์จะเรียกประชุมหารือกันทันที และตกลงร่วมกันลงขันคนละ 30 ล้านบาท โดยมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม จำกัด หรือ MFC ร่วมลงขันด้วย เพื่อจัดตั้งกองทุนพยุงหุ้น วงเงิน 1,000 ล้านบาท

กองทุนพยุงหุ้นจะนำเงินไปซื้อหุ้น เพิ่มกำลังซื้อ และกระตุ้นความเชื่อมั่นนักลงทุน เช่นเดียวกับการจัดตั้งกองทุนวายุภักษ์

การประกาศกองทุนพยุงหุ้นสมัยก่อน สามารถชะลอการทรุดตัวลงรุนแรงของตลาดหุ้นได้ ลดผลกระทบจากวิกฤตในแต่ละครั้งไม่ให้ลุกลามบานปลาย และช่วยบรรเทาความเสียหายของนักลงทุน

และวิกฤตก็เกิดขึ้นเพียงสั้นๆ มีเพียงวิกฤตสงครามอ่าวเปอร์เซียร์ที่กินเวลาประมาณ 6 เดือน

แต่วิกฤตตลาดหุ้นในครั้งนี้ ยืดเยื้อยาวนานมากว่า 2 ปีแล้ว ดัชนีจากจุดปิดสิ้นปี 2565 ที่ระดับ 1,600 จุด ทรุดลงมาเหลือเพียง 1,177 จุด แต่มาตรการปลุกตลาดหุ้นยังเป็นไปอย่างอืดอาดล่าช้า

เทคโนโลยีที่ทันสมัยฉับไวในยุคดิจิทัล ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เมื่อคนที่ดูแลรับผิดชอบตลาดหุ้น ไม่รู้สำนึก ไม่มีความตื่นตระหนกในความรับผิดชอบต่อประชาชนผู้ลงทุน

และทนนั่งดูตลาดหุ้นตายซากอยู่ได้ โดยไม่เร่งผลักดันมาตรการกอบกู้ออกมาทันที หรือจะรอให้นักลงทุนกว่า 3 ล้านคนตายกันหมดเสียก่อน








กำลังโหลดความคิดเห็น