xs
xsm
sm
md
lg

REIC ชี้ปี 68 อสังหาฯ ทยอยฟื้นตัว คาดยอดโอน 3.5 แสนหน่วย โต 1.6%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กมลภพ วีระพละ
ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ ชี้แนวโน้มตลาดอสังหาฯปี 68 ทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง คาดยอดโอนกรรมสิทธิ์ทั้งปี 353,389 หน่วยเติบโตเพิ่มขึ้น 1.6% ขณะยอดมูลค่าการโอนปี 68 คาดว่าจะอยู่ที่ 994,545 ล้านบาทเพิ่มขึ้น1.4% จากปีที่แล้ว เผยบวกหนุนตลาดอสังหาฯปีนี้ เศรษฐกิจฟื้นตัวหลังรัฐออกจากมาตรการกระตุ้นช่วงครึ่งปีแรก เม็ดเงินโครงการเมกะโปรเจ็กต์เข้าระบบกว่า2.6 แสนล้านบาท แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ หนุนตลาดปีนี้ขยายตัวต่อเนื่อง
 
นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
กล่าวถึงแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยปี 68ว่า REIC คาดการณ์ว่าทิศทางตลาดรวมอสังหาฯปีนี้จะทยอยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ ที่อยู่อาศัยประมาณ 353,389 หน่วย เพิ่มขึ้น 1.6% โดยเป็นการโอนอาคารชุดประมาณ 116,618 หน่วย หรือเพิ่มขึ้น 0.2%จากปีก่อน โดยคาดว่ายอดการโอนที่อยู่อาศัยแนวราบจะอยู่ที่ประมาณ 236,770 หน่วย เพิ่มขึ้น 2.3%
 
ขณะที่ในด้านของมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทุกประเภทประมาณ 994,545 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1.4% จากปีก่อนหน้า โดยเป็นยอดการโอนอาคารชุดมูลค่าประมาณ 298,363 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% และการโอนที่อยู่อาศัยแนวราบมูลค่าประมาณ 696,181 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% 

โดยปัจจัยบวกที่จะมาทำให้ตลาดขยายตัวในปีนี้ จะมาจากภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกของปี 68 ของรัฐบาล นอกจากนี้ ยังได้อานิสงส์จากเม็ดเงินจากโครงการเมกะโปรเจ็กต์ที่เข้ามาหนุนให้เกิดการขยายตัว โดยคาดการณ์ว่าจะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในปีนี้อีก 2.6 แสนล้านบาท ประกอบกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ จะส่งผลให้ประชาชน ยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น โดยคาดว่าปี 68 จะมีการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั่วประเทศมูลค่า 593,634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% จากปี 67


นายกมลภพ กล่าว่า สำหรับสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยทั่วประเทศในไตรมาสที่ 4/67 ที่ผ่านมา ตลาดโดยรวมมีการขยายตัวที่ดีขึ้น โดยมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศจำนวน 97,413 หน่วย เพิ่มขึ้น1.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาส  แม้มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศยังลดลง ซึ่งมีจำนวน275,563 ล้านบาท ลดลง -1.5% แต่ถือเป็นการติดลบในอัตราที่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยการฟื้นตัวขึ้นได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯ ในการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยในระดับราคาไม่เกิน7 ล้านบาท จากเดิมไม่เกิน3 ล้านบาท ส่งผลให้มีการโอนกรรมสิทธิ์ก่อนสิ้นสุดมาตรการในช่วงสิ้นปี67 เป็นจำนวนมาก

โดยเฉพาะในกลุ่มอาคารชุดมีการโอนกรรมสิทธิ์จำนวน33,361 หน่วย เพิ่มขึ้น13.9% คิดเป็นมูลค่า84,481 ล้านบาท เพิ่มขึ้น5.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตามหากเทียบกับการโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศ ในปี2567 พบว่า มีจำนวนหน่วย347,799 หน่วย ลดลง -5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการโอนอาคารชุดจำนวน116,439 หน่วย เพิ่มขึ้น7.7% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของการโอนกรรมสิทธิ์

ขณะที่ กลุ่มอาคารชุดที่มีราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ตามมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่เพิ่มขึ้น9.1% ส่วนที่อยู่อาศัยแนวราบ มีการโอนจำนวน231,360 หน่วย ลดลง -10.6% ซึ่งลดลงทุกระดับราคา ด้านมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย ทั่วประเทศ ปี2567 มีมูลค่า980,648 ล้านบาท ลดลง -6.3% โดยอาคารชุดมีมูลค่าการโอน297,060 ล้านบาท ลดลง -2.5% เป็นการลดลงจากการโอนอาคารชุดในราคามากกว่า7 ล้านบาทขึ้นไป แต่ในขณะที่วงเงินไม่เกิน7 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 4.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ส่วนที่อยู่อาศัยแนวราบมีมูลค่า683,588 ล้านบาทลดลง -7.9% ส่งผลให้ภาพรวมการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในไตรมาส4 ปี2567 มีมูลค่า167,532 ล้านบาท ลดลง -5.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลค่า 177,473 ล้านบาท ทำให้การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ในปี2567 มีมูลค่า587,344 ล้านบาท ลดลง -13.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี2566 ที่มีมูลค่า678,347 ล้านบาท


กำลังโหลดความคิดเห็น