LH BANK เผยแผนธุรกิจปี 68 ตั้งเป้าหมายสินเชื่อโต 7-8% เน้นสินเชื่อบ้าน-เอสเอ็มอี ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพ รวมถึงบริการ Trade Finance และ FX เพื่อรองรับ FDI จากต่างประเทศ โดยใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของ CTBC Bank ในการเข้าถึงฐานลูกค้าที่มีศักยภาพ พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อและบริการทางการเงิน พร้อมยืนยันยังไม่มีแผนซื้อหุ้นคืน
นายฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) LH BANK เปิดเผยว่าแผนธุรกิจของธนาคารในปี 2568 นั้น ธนาคารตั้งเป้าหมายสินเชื่อรวมเติบโต 7-8% ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ 2.2-2.3% รายได้รวมเติบโต 10-15% Cost to Income ไม่เกิน 50% สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)ไม่เกิน 3% และ Coverage Ratio ที่ 170-180% โดยในส่วนของสินเชื่อนั้น ธนาคารจะเน้นเติบโตในส่วนของสินเชื่อบ้านตั้งเป้าหมายเติบโตที่ 20% ในกลุ่มเป้าหมายที่อยู่อาศัยราคา 3-20 ล้านบาท รวมถึงสินเชื่อบ้านแลกเงิน และกลุ่มเอสเอ็มอีตั้งเป้าหมายสินเชื่อเติบโตที่ 16% โดยให้น้ำหนักในกลุ่มที่มียอดขาย 50-500 ล้านบาท ในอุตสาหกรรมกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพ เช่น อิเล็กทรอนิกส์ แพกเกจจิ้ง โลจิสติกส์ เป็นต้น รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากสถาบันการเงินค่อนข้างมีความเข้มงวด และสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ตั้งเป้าเติบโตเป็น 2 เท่าของจีดีพีที่คาดการณ์ในระดับ 2.6%
"กลุ่มที่ธนาคารให้ความสำคัญอาจจะเป็นกลุ่มที่มองกันว่ามีความเสี่ยงสูงอยู่ในปัจจุบัน แต่เราเชื่อว่าเรายังเป็นธนาคารขนาดเล็กยังมี Room ให้เติบโตได้อีกเยอะ แล้วเพื่อให้เกิดความบาลานซ์ในพอร์ตมากขึ้นด้วย อย่างสินเชื่อบ้านเป็นสิ่งที่เรามีความชำนาญ มีการพิจารณาอย่างรอบคอบและรวดเร็วเป็นจุดเด่น ขณะที่หากทางการมีการผ่อนเกณฑ์ LTV จะช่วยหนุนให้ได้อีกแรง เพราะถือเป็นกลุ่มที่เป็นลูกค้าเป้าหมาย อีกกลุ่มที่เราจะเข้าไปคือกลุ่ม 20-50 ล้านบาท จึงเชื่อว่าน่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ขณะที่สินเชื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีธนาคารจะไม่เน้นเพียงแค่ปล่อยสินเชื่อ แต่จะเน้นในเรื่องของธุรกรรมอีกที่เราสามารถให้บริการได้อย่างหลากหลายครบวงจร โดยเฉพาะบริการด้านการค้าระหว่างประเทศที่เรามีธนาคาร CTBC ที่จะช่วยเป็น Network ให้ผู้ประกอบการได้ ขณะที่เอ็นพีแอลอาจจะเพิ่มขึ้นได้บ้างจากกลุ่ม"
พร้อมกันนั้น ธนาคารยังให้ความสำคัญการขยายบริการ Trade Finance และ FX เพื่อรองรับการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) โดยตั้งเป้าหมายเติบโต 40-50% รวมถึงการปล่อยสินเชื่อกลุ่มลูกค้าไต้หวันที่มีการเติบโตได้ดีมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา ธนาคารประสบความสำเร็จในการขยายสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจไต้หวันอย่างมีนัยสำคัญโดยเติบโตถึง 43% ด้วยการสนับสนุนจาก CTBC Bank ซึ่งเป็นธนาคารเอกชนอันดับ 1 ของไต้หวัน และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
ด้านการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (Sustainable Banking) ธนาคารมีแผนสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของลูกค้าผ่านการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม และสินเชื่อเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว โดยร่วมมือกับพันธมิตรและบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำด้านสิ่งแวดล้อม ขณะที่สินเชื่อเพื่อความยั่งยืนในปีนี้ตั้งเป้าหมายที่ 3,000 ล้านบาท
นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด หรือ LH Fund กล่าวว่า ปี 2568 บริษัทมุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานสู่การเป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนชั้นนำ โดย LH Fund จะคัดสรรกองทุนที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม ทั้งกองทุนรูปแบบ Feeder Fund และกองทุนที่ลงทุนตรงในหุ้นต่างประเทศ พร้อมกลยุทธ์ใหม่ในการลงทุนสู่โลกยุคเศรษฐกิจใหม่ เพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตให้นักลงทุน และเตรียม IPO กองทุนหุ้นและกองทุนตราสารหนี้ที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของโลกจากระบบเศรษฐกิจแบบโลกาภิวัตน์สู่ระบบเศรษฐกิจหลายขั้ว รวมทั้งเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ด้วยกองทุนที่เชื่อมโยงกับดัชนีความผันผวน (Volatility Index) เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนในทุกสถานการณ์ตลาด สำหรับกองทุนส่วนบุคคลจะขยายฐานลูกค้าด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการการลงทุนที่ตอบโจทย์เฉพาะราย ในส่วนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) บริษัทได้พัฒนาระบบ Life Path อย่างต่อเนื่อง ซึ่งระบบนี้จะช่วยปรับพอร์ตการลงทุนของสมาชิกโดยอัตโนมัติตลอดระยะเวลาการเป็นสมาชิก PVD สำหรับกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) มีแผนเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินผ่านการเติบโตแบบ organic และ inorganic growths และมีแผนซื้อทรัพย์สินใหม่ควบคู่กับการปรับทรัพย์สินในพอร์ตเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่นักลงทุนอย่างยั่งยืน
นายกานต์ อรรถธรรมสุนทร กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Securities กล่าวว่า กลยุทธ์ปี 2568 บริษัทเน้นสร้าง Passive income จากธุรกิจอื่นที่มิใช่รายได้ค่าหน้านาย เช่น รายได้ดอกเบี้ยจาก Margin Loan รายได้เงินปันผลรับ และรายได้จากค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์และที่ปรึกษาการลงทุน รวมถึงพัฒนาด้านระบบเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้าและเพิ่มการมีส่วนร่วม (Engagement) ของลูกค้าเดิมจากบริการที่สะดวกรวดเร็วและปลอดภัย พร้อมกับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับผลการดำเนินงานของธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มีกำไรสุทธิ 2,010 ล้านบาท เติบโต 18.7% เมื่อเทียบกับปี 2566 ปัจจัยขับเคลื่อนผลการดำเนินงาน ได้แก่ การขยายตัวของสินเชื่อ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย และการควบคุมคุณภาพสินเชื่อที่เข้มงวด โดยสินเชื่อเติบโต 6.6% และสามารถรักษาสัดส่วนหนี้เสีย (NPL) ในระดับต่ำที่ 2.34% พร้อมตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญอย่างระมัดระวัง ทำให้มีอัตราส่วนความคุ้มครองหนี้เสีย (NPL Coverage Ratio) สูงถึง 214% โดยธนาคารประสบความสำเร็จในการขยายสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจไต้หวันอย่างมีนัยสำคัญ โดยเติบโตถึง 43% ด้วยการสนับสนุนจาก CTBC Bank ซึ่งเป็นธนาคารเอกชนอันดับ 1 ของไต้หวัน และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่เติบโต 12%
"ผลการดำเนินในปี 2567 ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจโดยยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 7.3% ส่งผลให้มียอดสินทรัพย์ 346,863 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 2,047 ล้านบาท แม้ว่าธุรกิจหลักทรัพย์จะได้รับผลกระทบจากสภาวะตลาดทุน นอกจากนี้ ในปัจจุบันทางกลุ่มยังไม่มีแผนในการซื้อหุ้นคืน"