xs
xsm
sm
md
lg

“ลลิล” มั่นใจตลาดแนวราบปี 68 ยังเติบโต ลุยเปิด 6-8 โครงการใหม่ตั้งเป้าขาย 5,000 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ไชยยันต์ ชาครกุล (ซ้าย) ชูรัชฏ์ ชาครกุล (ขวา)
“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” มองปี 68 ปีแห่งโอกาสตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ ระบุกลุ่ม Real Demand ความต้องการยังแข็งแกร่ง เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 6-8 โครงการ มูลค่ารวม 4,000-5,000 ล้านบาท พร้อมปรับกลยุทธ์ด้านการตลาดผ่าน Digital Transformation, Big Data และ CRM ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ มุ่งสู่การเป็นองค์กรที่คล่องตัวและเติบโตอย่างยั่งยืน

นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปี 68 นี้คาดว่าจะเติบโต 2.9% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวภาคธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาถึง 40 ล้านคน นอกจากนี้ การเร่งลงทุนของภาครัฐและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการลงทุนจากต่างประเทศที่ขยายตัวมีการลงทุนใหม่ๆ และอัตราดอกเบี้ยที่มีโอกาสปรับลดลง คือปัจจัยสนับสนุนให้เศรษฐกิจในปีนี้ขยายตัวจากปีก่อน

“อย่างไรก็ตาม ลลิลฯ ยังคงจับตามองปัจจัยเสี่ยง เช่น สงครามการค้า (Trade War) ที่กลับมารุนแรง ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) ความเสี่ยงจากแนวโน้มการขยายตัวต่ำกว่าคาดของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก แนวโน้มการชะลอตัวของภาคเศรษฐกิจจีน และภาระหนี้สินครัวเรือนและภาคธุรกิจที่อยู่ในระดับสูง”
 
ทั้งนี้ ลลิลฯ ยังคงมีแผนเดินหน้าพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง ผ่านกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นคุณภาพและความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด "National Property Company" โดยมุ่งเน้นการบริหารงานตามหลัก ESG (Environmental, Social, and Governance) เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยในปี 68 ลลิลฯ มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด "Year of Competitive Survival with Quality, Lean and Innovation for Resilience & Sustainable Growth" เพื่อนำพาองค์กรเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ด้วยการปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับภาวะเศรษฐกิจ ทั้งด้านการตลาดแบบ Lifestyle & Experience Marketing, การใช้ Big Data เพื่อเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค และการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ โดยปีนี้ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ มีแผนจะเปิดโครงการใหม่ 6-8 โครงการ มูลค่ารวม 4,000-5,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้าว่าจะมียอดขาย 5,000 ล้านบาท และรับรู้รายได้ 4,050 ล้านบาท



ด้านนายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ “ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า ลลิลฯ เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยผู้ซื้อในกลุ่ม Real Demand ต้องการบ้านที่มีฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ยืดหยุ่นขึ้น เช่น การมีพื้นที่ Work from Home พื้นที่สีเขียว และบ้านแนวคิด Green Living Standard ซึ่งเป็นแนวทางที่ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ให้ความสำคัญและนำมาใช้ในการพัฒนาโครงการใหม่ๆ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

"แนวคิดที่ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ นำมาใช้ในปีนี้ คือการปรับองค์กรให้เป็น Agile Organization ผ่านกระบวนการ Digital Transformation ซึ่งหมายถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีความยืดหยุ่น
(Flexible) คล่องตัว (Agile) และมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า
และการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการดำเนินงานทำให้ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้
สามารถพัฒนาโครงการอสังหาฯ ให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น”


โดยลลิลฯ จะมุ่งเน้นใน 2 ด้านหลัก คือ 1.Design & Innovation (การออกแบบและนวัตกรรม) ออกแบบบ้านที่ทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคใหม่ ทั้งด้านความสวยงาม ฟังก์ชันการใช้งาน และการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า 2.นำเทคโนโลยีก่อสร้างที่มีนวัตกรรมล้ำสมัย เพื่อให้บ้านมีความทนทานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมออกแบบพื้นที่ให้เหมาะกับการใช้ชีวิตยุคดิจิทัล เช่น มีพื้นที่สำหรับการใช้ชีวิตแบบ Hybrid Smart & Flexible Function (ฟังก์ชันที่ฉลาดและยืดหยุ่น) สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยได้ตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย


กำลังโหลดความคิดเห็น