xs
xsm
sm
md
lg

จับชีพจร 8 หุ้นบิ๊กแคปดิ่งหนัก มาร์เก็ตแคปวูบกว่าแสนล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตลาดหุ้นไทยปี 2567 ท้าทายอย่างยิ่ง หุ้นบิ๊กแคประดับแสนล้านบาทขึ้นไปหลายหลักทรัพย์ถูกปัจจัยลบรุมเร้าทำให้ราคาปรับตัวลงอย่างมาก บางหลักทรัพย์ทำ All-time low (ราคาต่ำสุดตลอดกาลนับตั้งแต่หลักทรัพย์นั้น ๆ เข้าสู่ตลาดฯ) และเมื่อส่องดู หุ้นบิ๊กแคปชื่อดัง ใน ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีมาร์เกตแคปวูบเกินกว่าแสนล้าน 8หลักทรัพย์ดังต่อไปนี้ (ราคาปิดและราคามาร์เกตแคป อ้างอิง จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)

1.EA บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) มาร์เก็ตแคป ณ 30 ส.ค.67 อยู่ที่ 24,618.00 ล้านบาทขณะที่เมื่อสิ้นปี 2565 (ราคาปิด 97.00บาท) มาร์เก็ตแคป อยู่ที่ 361,810.00 ล้านบาท ลดลง337,192.00 ล้านบาท,ราคา ณ 30 ส.ค.67 ปิด 6.60 บาท ,ผลตอบแทนราคา YTD ปี 67 คือ -85.08%, ย้อนหลัง 5 วันคือ -12.58%,ราคาสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์คือ 64.50 / 3.10 บาท,ค่าP/E 5.38 เท่า,อัตราเงินปันผลตอบแทน YTD ปี 67 คือ 4.55%,งบ 6 เดือน ปี 2566 คือ4,480.02 ล้านบาท , งบ 6 เดือน ปี 2567 คือ 1,430.44 ล้านบาท ลดลง 3,049.58 ล้านบาท หรือ มีอัตราการเปลี่ยนแปลงกำไรสุทธิ -68.07%

EA เผยผู้ถือหุ้นกู้ 12 รุ่นรวมวงเงินทั้งสิ้นประมาณ 24,000 ล้านบาท ยอมรับการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของหุ้นกู้รุ่นอื่นที่เป็นข้อกำหนดสิทธิ ส่งผลให้บริษัทสามารถแก้ไขปัญหาหนี้ระยะสั้นได้ พร้อมเดินหน้าดำเนินธุรกิจตามแผนที่วางไว้

2.SCGP บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) มาร์เก็ตแคป ณ 30 ส.ค.67 อยู่ที่ 104,317.96 ล้านบาทขณะที่เมื่อสิ้นปี 2564 (ราคาปิด 69.25 บาท) มาร์เก็ตแคป อยู่ที่ 297,284.72 ล้านบาท 192,399.76 ลดลง ล้านบาท,ราคา ณ 30 ส.ค.67 ปิด 24.30 บาท ,ผลตอบแทนราคา YTD ปี 67คือ -32.50%, ย้อนหลัง 5 วันคือ -3.76%,ราคาสูงสุด/ต่ำสุดรอบ52สัปดาห์คือ41.75 / 22.30 บาท,ค่าP/E 18.23 เท่า,อัตราเงินปันผลตอบแทน YTD ปี 67 คือ 2.26%,งบ 6 เดือน ปี 2566 คือ2,705.27 ล้านบาท , งบ 6 เดือน ปี 2567 คือ 3,178.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 473.05 ล้านบาท หรือ มีอัตราการเปลี่ยนแปลงกำไรสุทธิ +17.49%

SCGP แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า SCGP Solutions (Singapore) Pte. Ltd. หรือ SCGPSS ซึ่งเป็นบริษัทย่อยได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มเติมใน PT Fajar Surya Wisesa Tbk หรือ Fajar สัดส่วน 44.48% เป็นการซื้อจาก PT Intercipta Sempana หรือ PTICS รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 652.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 23,000 ล้านบาท

3.SCC บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) มาร์เก็ตแคป ณ 30 ส.ค.67 อยู่ที่ 276,000.00 ล้านบาท ขณะที่เมื่อสิ้นปี 2564 (ราคาปิด 386.00 บาท)มาร์เก็ตแคป อยู่ที่ 463,200.00 ล้านบาท ลดลง 187,200.00 ล้านบาท,ราคา ณ 30 ส.ค.67 ปิด 230.00 บาท ,ผลตอบแทนราคา YTD ปี 67คือ -24.84%, ย้อนหลัง 5 วันคือ +9.00 %,ราคาสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์คือ 318.00 / 195.50 บาท,ค่าP/E 37.10 เท่า,อัตราเงินปันผลตอบแทน YTD ปี 67 คือ 2.61%,งบ 6 เดือน ปี 2566 คือ24,607.98 ล้านบาท , งบ 6 เดือน ปี 2567 คือ 6,132.79 ล้านบาท ลดลง 18,475.19 ล้านบาท หรือ มีอัตราการเปลี่ยนแปลงกำไรสุทธิ -75.08%

SCC เสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวนไม่เกิน 30,000,000 หน่วย มูลค่าที่ตราไว้หน่วยละ 1,000 บาท ราคาที่เสนอขายหน่วยละ 1,000 บาท มูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่เกิน 30,000,000,000 บาท โดยหุ้นกู้มีอายุ 3 ปี 11 เดือน รอเคาะอัตราดอกเบี้ย

4.PTTGC บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) มาร์เก็ตแคป ณ 30 ส.ค.67 อยู่ที่ 112,721.23 ล้านบาท ขณะที่เมื่อสิ้นปี 2564 (ราคาปิด 58.75 บาท)มาร์เก็ตแคป อยู่ที่ 264,894.89 ล้านบาท ลดลง 152,173.66 ล้านบาท,ราคา ณ 30 ส.ค.67 ปิด 25.00 บาท ,ผลตอบแทนราคา YTD ปี 67คือ -35.06%, ย้อนหลัง 5 วันคือ -0.99%,ราคาสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52สัปดาห์คือ 41.25 / 22.80 บาท,ค่า P/E 14.55 เท่า,อัตราเงินปันผลตอบแทน YTD ปี 67 คือ 3.00%,งบ 6 เดือน ปี 2566 คือ -5,508.95 ล้านบาท , งบ 6 เดือน ปี 2567 คือ 1,239.72 ล้านบาท

บล.กสิกรไทย ระบุแนวโน้มกำไรปกติงวดไตรมาส 3/67 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น QoQ ตามต้นทุนค่าขนส่งที่ลดลงจากการที่หน่วยรับน้ำมันดิบกลางทะเล (SPM) สามารถกลับมาดำเนินการอีกครั้ง อีกทั้งค่าการกลั่นปรับตัวดีขึ้นอยางต่อเนื่อง โดยยังคงแนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 31 บาท

5.IVL บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) มาร์เก็ตแคป ณ 30 ส.ค.67 อยู่ที่ 96,008.84 ล้านบาทขณะที่เมื่อสิ้นปี 2564 (ราคาปิด 43.25 บาท) มาร์เก็ตแคป อยู่ที่ 242,829.37 ล้านบาท ลดลง 146,820.53 ล้านบาท,ราคา ณ 30 ส.ค.67 ปิด 17.10 บาท ,ผลตอบแทนราคา YTD ปี 67คือ -37.25%, ย้อนหลัง 5 วันคือ -9.04%, ราคาสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์คือ 29.50 / 16.00บาท,ค่าP/E - เท่า, อัตราเงินปันผลตอบแทน YTD ปี 67 คือ 5.41%,งบ 6 เดือน ปี 2566 คือ1,434.53 ล้านบาท , งบ 6 เดือน ปี 2567 คือ -21,862.73 ล้านบาท

บล.ทิสโก้ ออกบทวิเคราะห์ IVL ปรับคำแนะนำสำหรับเป็น "ซื้อ" (จากเดิม "ถือ") สภาวะที่ดีขึ้นทั้งในตลาด PET และที่ Indovinya (กลุ่มธุรกิจ downstream integrated oxides) ควบคู่กับมาตรการประหยัดต้นทุน หมายความว่าช่วงที่แย่ที่สุดสำหรับกำไรของ IVL ควรจะผ่านพ้นไปแล้ว

6.OR บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) มาร์เก็ตแคป ณ 30 ส.ค.67 อยู่ที่ 186,000.00 ล้านบาท ขณะที่เมื่อสิ้นปี 2564 (ราคาปิด 27.00บาท) มาร์เก็ตแคป อยู่ที่ 324,000.00 ล้านบาท ลดลง 138,000 ล้านบาท,ราคา ณ 30 ส.ค.67 ปิด 15.50 บาท ,ผลตอบแทนราคา YTD ปี 67 คือ -18.85%, ย้อนหลัง 5 วันคือ -%,ราคาสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์คือ 20.80 / 13.70 บาท,ค่าP/E 16.00 เท่า,อัตราเงินปันผลตอบแทน YTD ปี 67 คือ 3.35%,งบ 6 เดือน ปี 2566 คือ 5,731.47 ล้านบาท , งบ 6 เดือน ปี 2567 คือ 6,259.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น528.22 ล้านบาท หรือ มีอัตราการเปลี่ยนแปลงกำไรสุทธิ +9.22%

ผู้บริหาร OR เผยว่า บริษัทยังคาดการณ์ปีนี้กำไรยังใกล้เคียงกับปีก่อน จากกลุ่มธุรกิจโมบิลิตี้ ที่มีสัดส่วน 70% ของรายได้รวม โดยปีนี้บริษัทปรับเป้าปริมาณการจำหน่ายน้ำมัน เป็นการหดตัว 3-5% เดิมคาดเติบโต 3-4% หลังจากช่วงครึ่งปีแรกมียอดสะสม 12,866 ล้านลิตร ลดลง 7.5% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน 13,907 ล้านลิตร หลังรัฐบาลปรับเพดานราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลสูงขึ้น ทำให้การเติมน้ำมันลดลง

7.GPSC บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) มาร์เก็ตแคป ณ 30 ส.ค.67 อยู่ที่ 113,494.11 ล้านบาทขณะที่เมื่อสิ้นปี 2564 (ราคาปิด 88.75 บาท) มาร์เก็ตแคป อยู่ที่ 250,250.98 ล้านบาท ลดลง 136,756.87 ล้านบาท,ราคา ณ 30 ส.ค.67 ปิด 40.25 บาท ,ผลตอบแทนราคาYTDปี 67 คือ -17.01%, ย้อนหลัง 5 วัน ไม่เปลี่ยนแปลง ,ราคาสูงสุด/ต่ำสุดรอบ52 สัปดาห์คือ 56.50 / 35.75 บาท,ค่า P/E 24.89 เท่า,อัตราเงินปันผลตอบแทนYTD ปี 67 คือ1.84%,งบ 6 เดือน ปี 2566 คือ 1,426.95 ล้านบาท , งบ 6 เดือน ปี 2567 คือ 2,292.55 ล้านบาท ลดลง 865.60 ล้านบาท หรือ มีอัตราการเปลี่ยนแปลงกำไรสุทธิ 60.66%

บอร์ด GPSC อนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2567 (มกราคม – มิถุนายน 2567) หุ้นละ 0.45 บาท หรือคิดเป็นประมาณ 55% ของกำไรสุทธิของงบการเงินของบริษัท พร้อมแต่งตั้งบอร์ดใหม่ 2 ราย แทนกรรมการที่ลาออก

8.CRC บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มาร์เก็ตแคป ณ 30 ส.ค.67 อยู่ที่ 177,914.50 ล้านบาทขณะที่เมื่อสิ้นปี 2565 (ราคาปิด 46.25บาท) มาร์เก็ตแคป อยู่ที่ 278,933.75 ล้านบาท ลดลง 101,019.25 ล้านบาท,ราคา ณ 30 ส.ค.67 ปิด 29.50 บาท ,ผลตอบแทนราคาYTDปี 67 คือ -28.05%, ย้อนหลัง 5 วันคือ +3.51%,ราคาสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์คือ 42.50 / 24.20 บาท,ค่าP/E 21.93 เท่า,อัตราเงินปันผลตอบแทน YTD ปี 67 คือ 1.86%,งบ 6 เดือน ปี 2566 คือ 3,735.40 ล้านบาท , งบ 6 เดือน ปี 2567 คือ 3,830.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94.99 ล้านบาท หรือ มีอัตราการเปลี่ยนแปลงกำไรสุทธิ +2.54%

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่า CRC จะเริ่มน่าสนใจขึ้นในช่วงครึ่งหลังปีนี้ จากผลประกอบการที่ฟื้นตัวดีขึ้น HoH ผลบวกจากสาขาเปิดใหม่ และกำลังซื้อที่ฟื้นตัว หนุนยอดขายและอัตราการทำกำไรที่ดีขึ้น โดยยังคงประมาณทั้งปี 2567 คาดจะมีกำไรปกติที่ 8.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY ขณะที่รายได้หลักของปี 2567 คาดว่าจะเติบโต 5% YoY ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทที่ 8-10% YoY และตลาดคาดที่ 10% YoY

อย่างไรก็ตาม หุ้นเหล่านี้ บางหลักทรัพย์ถูกคาดว่าผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว ฉะนั้นจึงต้องจับตาปัจจัยบวกจากสภาพเศรษฐกิจในภาพรวมจากการตั้งรัฐบาลใหม่ ที่อาจส่งผลในเรื่องของความเชื่อมั่น และทำให้ราคาปรับตัวขึ้นมาได้นั้นเอง!