แผนเพิ่มทุนแจกวอร์แรนต์ ไม่หนุนราคาหุ้น MGI ฟื้นตัว คาดผู้ถือหุ้นไม่เชื่อมั่นราคาหุ้นในอีก 2 ปีจากนี้ ทำให้เลือกเทขายมากกว่าสะสม หลังก่อนหน้าแม้ประกาศผลดำเนินงานไตรมาส1/67 ออกมาดี ขณะราคาหุ้นก็ไม่สะท้อนอะไรมาก คาดราคาหุ้นที่เคยขยับไปมากแล้ว ด้านโบรกฯเชื่อเติบโตต่อเนื่องทุกไตรมาส ส่วนการลงทุนใน SABUY ที่ปัจจุบันราคาหุ้นทรุดฮวบ กลืนกินกำไรสะสมแทบเกลี้ยง แถมเพิ่มทุนแจกวอร์แรนต์ทำหุ้นไดรูท แนะนำ “เก็งกำไรอย่างระมัดระวัง”
ตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ.2567 ราคาหุ้น บริษัท มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI เคลื่อนไหวในทิศทางขางลงอย่างชัดเจน จากระดับ 65.25 บาท/หุ้น หล่นลงมาถึงประมาณ 17.40 บาทหุ้นในช่วงกลางเดือนเม.ย.67 แล้วรีบาวนด์ขึ้นเล็กน้อย แต่พอมีข่าวเพิ่มทุนแจกวอร์แรนต์ ราคาหุ้นก็ย่อตัวลงมาอีกครั้งที่ระดับ 18.90 บาท/หุ้นในปัจจุบัน
การประกาศออกใบสำคัญแสดงสทธิจองซื้อหุ้นสามัญรุ่นที่ 1 หรือวอร์แรนต์ 1 ของ MGI กลายเป็นข่าวร้าย จุดชนวนให้เกิดการเทขายหุ้น จนราคาทรุดฮวบลง หลังจากบริษัทแจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์ หลังปิดการซื้อขายหุ้นวันที่ 24 มิ.ย.67 ว่าการประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติเพิ่มทุนจำนวน 84 ล้านหุ้น ราคาพาร์ 50 สตางค์ เพื่อรองรับการออกวอร์แรนต์รุ่นที่ 1 จัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิมในสัดส่วน 2.5 หุ้นเดิมต่อ 1 วอร์แรนต์ โดยจัดสรรให้ฟรี
ทั้งนี้ MGI-W1 มีอายุ 2 ปี กำหนดแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญเมื่อหมดอายุสัดส่วนการแปลงสภาพ 1 วอร์แรนต์ต่อ 1 หุ้นสามัญ ในราคา 10 บาท
สำหรับวอร์แรนต์ มักจะถูกใช้ในการกระตุ้นราคาหุ้น ซึ่งในอดีต เมื่อบริษัทจดทะเบียน ประกาศออกวอร์แรนต์ แจกฟรีผู้ถือหุ้นเดิม ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นอย่างคึกคัก เพราะนักลงทุนแห่เข้าไปเก็งกำไร ไล่ซื้อหุ้นโดยหวังได้วอร์แรนต์
อย่างไรก็ตาม ปัจุบันความเสียหายจากการเก็งกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ออกวอร์แรนต์ ทำให้นักลงทุนเข็ดขยาด และวอร์แรนต์ส่วนใหญ่ เมื่อหมดอายุ และต้องแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ ก็ไม่สามารถแปลงสภาพได้ เพราะราคาหุ้นในกระดาน ต่ำกว่าราคาแปลงสภาพ
ทำให้ วอร์แรนต์ที่บริษัทจดทะเบียนออกมา สุดท้ายมีค่าเป็นศูนย์ โดยบริษัท จดทะเบียนหลายแห่ง ออกวอร์แรนต์ไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่น แต่แทบทุกรุ่น ไม่มีนักลงทุนนำไปแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ เพราะราคาหุ้นบนกระดานต่ำกว่าราคาแปลงสภาพ จนวอร์แรนต์สิ้นอายุ
ขณะที่วอร์แรนต์ของ MGI เป็นการออกแบบไม่มีวาระ และแม้จะกระตุ้นการเก็งกำไรหุ้นได้ แต่เกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น โดยเปิดการซื้อขายเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 67 หลังแจ้งมติคณะกรรมการบริษัทฯในการออกวอร์แรนต์ ราคาหุ้น MGI พุ่งทะยานขึ้นทันที โดยเปิดที่ราคา 22.40 บาท และขึ้นไปสูงสุดที่ 22.60 บาท ก่อนจะอ่อนตัวลง และปิดที่ 18.80 บาท ลดลง 1.40 บาท มูลค่าซื้อขาย 201.96 ล้านบาท
สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า ข่าวที่น่าจะกระตุ้นราคาหุ้นได้ โดยการออกวอร์แรนต์แจกฟรีผู้ถือหุ้น กลับกลายเป็นปัจจัยที่ฉุดให้หุ้นลง ทั้งที่ราคาหุ้นบนกระดาน เคลื่อนไหวอยู่สูงกว่าราคาแปลงสภาพวอร์แรนต์ประมาณ 100%
เหตุผลน่าจะมาจากการแปลงสภาพวอร์แรนต์ จะใช้สิทธิได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า หรือช่วงที่วอร์แรนต์จะหมดอายุ ไม่สามารถใช้สิทธิแปลงสภาพได้ทันที นักลงทุนจึงอาจไม่มั่นใจว่าราคาหุ้น MGI ในอีก 2 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ยังจะยืนอยู่แถว 20 บาทหรือไม่ และจำนวนหุ้นที่จะเพิ่มขึ้นอีก 84 ล้านหุ้น เมื่อเกิดการแปลงสภาพวอร์แรนต์ ทั้งหมดอาจกดดันราคาที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ จนนำไปสู่คำถามว่า MGI จะสร้างผลกำไรให้เติบโตเท่ากับปริมาณหุ้นที่เพิ่มจากการเพิ่มทุน หรือไม่ จึงมีการขายหุ้นออก โดยไม่หวังได้รับแจกวอร์แรนต์
ทั้งที่ เงื่อนไขของ MGI-WI ไม่ได้ขี้เหร่เท่าไหร่นัก จำนวนที่ออกไม่ได้มากเกินไป และราคาแปลงสภาพน่าจะจูงใจ แต่นักลงทุนกลับไม่สนใจได้รับดังกล่าวอาจเป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่ายุคของการเก็งกำไรวอร์แรนต์กำลังปิดฉาก มนต์ขลังการนำวอร์แรนต์มาเป็นเครื่องมือกระตุ้นราคาหุ้นเริ่มเสื่อมลงแล้ว
และอาจสะท้อนว่า นักเก็งกำไรเจ๊งหรือเจ็บจากการเล่นวอร์แรนต์จนเข็ด จึงไม่อยากเสี่ยงกับวอร์แรนต์ของ MGI อีก
โดยวัตถุประสงค์การเพิ่มทุนและการใช้เงินทุนในส่วนที่เพิ่มของ MGI ประกอบด้วย ลงทุนเพื่อขยายกลุ่มธุรกิจปัจจุบันของบริษัท ซึ่งผู้บริหารของบริษัทมีความรู้ ความเชี่ยวชาญและความเข้าใจเป็นอย่างดี, ลงทุนเพื่อหาโอกาสเติบโตจากกลุ่มธุรกิจใหม่ เช่น ธุรกิจเสริมความงาม หรือธุรกิจที่เกี่ยวกับธุรกิจเสริมความงาม และสำรองเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
หลังจากผลประกอบการไตรมาส 1/67 มีกำไรที่ 21.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 176.76% แมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 7.66 ล้านบาทเนื่องจากธุรกิจพาณิชย์ ของบริษัทเพิ่มขึ้นจากการจัดกิจกรรมให้ผู้เข้าประกวดมิสแกรนด์ ขายสินค้าของบริษัทได้ มากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งจำหน่ายผ่านช่องทาง TikTok โดยบริษัทได้รับการตอบรับจากการขายสินค้าได้เป็นอย่างดี รวมถึงธุรกิจสื่อและบันเทิง และธุรกิจบริหารจัดการ ศิลปิน มีการเติบโตขึ้น
ขณะที่อัตรากำไรสุทธิในไตรมาส 1/67 อยู่ที่ 14.04% เพิ่มขึ้นจาก 9.23% จากไตรมาส 1/66 เนื่องจากบริษัทมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นทำให้อัตรากำไรสุทธิดีขึ้นตาม และบริษัทมีรายได้รวมไตรมาส 1/67 ที่ 151.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81.89% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากแนวโน้มของบริษัท ปัจจุบันอยู่ในช่วงเติบโตในทุกๆ ธุรกิจ
นั่นทำให้ “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MGI คาดแนวโน้มยอดขายครึ่งแรกปี 2567 เติบโต 100% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากธุรกิจการจัดประกวดมิสแกรนด์และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องขยายตัวเป็นอย่างดี ประกอบกับธุรกิจทางด้านคอมเมิร์ซเข้ามาเสริม
ขณะที่ประกอบการปี 2567 ทาง MGI ยังคงเป้าหมายรายได้เติบโตประมาณ 100% เมื่อเทียบปี 2566 เนื่องจากเป้าหมายปี 2567 คาดรายได้เติบโตเท่าตัว 100% จากปีก่อน เพราะบริษัทมีการขยายไลน์คอนเทนต์ใหม่ๆ เพิ่มเติม อาทิ ผลิตละครซีรีส์เรื่องใหม่, คอนเสิร์ตต่างประเทศ ฯลฯ ซึ่งจะเข้ามาสนับสนุน นอกเหนือ จากธุรกิจเดิมอย่างอีเวนต์มิสแกรนด์ และการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์
ส่วนในแง่ประเด็น กรณีที่บริษัทเข้าซื้อหุ้น บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SABUY รวม 30 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 4.50 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 135 ล้านบาท ทำให้ MGI เข้าถือหุ้น 1.70% ในช่วงที่ผ่านมานั้นแม้ปัจจุบันราคาหุ้น SABUY จะปรับตัวลดลง นายณวัฒน์ กล่าวว่า บริษัทขอยืนยันว่าจะไม่มีการบันทึกด้อยค่าเงินลงทุนใน SABUY ในไตรมาส 2/67 แต่อย่างใด
เนื่องจากมีการบันทึกรายการเข้าลงทุนใน SABUY เป็นรายการ "สินทรัพย์ทางการเงิน" ตามมาตรฐานทางบัญชีใหม่ TFRS 9 เป็นเวลา 2 ปี ซึ่งทางบริษัทคาดหวังรีเทิร์นการลงทุนใน SABUY 2-3 ปี เพราะเชื่อว่าทางกลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่ อย่าง "ชัชวาลย์ เจียรวนนท์ เพิ่มทุนเข้ามาน่าจะทำให้การทำงาน SABUY มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีเทคโนโลยีเข้ามา และนั่นเป็นโอกาสของ MGI ด้วย
ขณะที่ฝ่ายบัญชีของ MGI ระบุว่า สาเหตุที่เข้าลงทุนใน SABUY เนื่องจากมองเป็นโอกาสในแง่ใบอนุญาตประกอบกับธุรกิจการเงินในรูปแบบกระเป๋าเงินดิจิทัล (อีวอลเล็ต) ที่ทาง SABUY มีอยู่ เพื่อสร้างอีโคซิสเต็มให้กับทาง MGI ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากเดิมการขอใบอนุญาตอีวอลเล็ตนั้นจะต้องมีทุนจดทะเบียนของบริษัทตั้งแต่ 200 ล้านบาทขึ้นไป (ปัจจุบัน MGI ทุนจดทะเบียนไม่ถึงเกณฑ์ดังกล่าว) ประกอบขั้นตอนจะต้องยื่นขอไลเซนส์กับทางธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) ซึ่งใช้ระยะเวลา 2-3 ปี ดังนั้นการลงทุนจะเป็นการช่วยลดขั้นและระยะเวลาให้รวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย
โดยในระยะยาวทาง MGI มีแนวทางพัฒนาแพลตฟอร์ม "วันแกรนด์" อย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายช่องทางสร้างรายได้ของบริษัทให้กว้างขึ้น รวมทั้งมองหาโอกาสต่อยอดธุรกิจจากไลเซนส์ที่ทาง SABUY มีอยู่ถึง 3 ใบในอนาคต ส่วนอีวอลเล็ตของ MGI นั้นคาดจะพัฒนาแล้วเสร็จภายในปีนี้
รวมถึงบริษัทยังมีแนวทาง ติดตามการเคลื่อนไหวของ SABUY อย่างใกล้ชิดทุกระยะ และมองหาโอกาสเข้าไปพูดคุยกับทางกลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่ภายหลังกระบวนการเข้าลงทุนเสร็จสิ้น เพื่อให้สามารถตัดสินใจที่ดีและรอบคอบในอนาคตต่อไป
ขณะเดียวกัน มีประเด็นที่น่าสังเกตว่า ข่าวการประกาศผลประกอการไตรมาสแรกปี2567 ของ MGI แม้จะออกมาเติบโตเกือบ 200% กลับไม่มีผลต่อราคาหุ้นเท่าที่ควร โดยราคาหุ้นที่ควรจะปรับตัวขึ้นขานรับ กลับดิ่งลง หลายคนเชื่อว่าจะเป็นเพราะราคาหุ้นก่อนหน้าพุ่งขึ้นไปสูงมาก และสูงเกินกว่าปัจจัยพื้นฐานรองรับ ดังนั้น แม้ว่าผลประกอบการจะออกมาดีตามความคาดหมาย แต่นักลงทุนก็แห่กันเทขาย โดยขายในลักษณะ SELL ON FACT หรือการขายหุ้น เมื่อมีข่าวดี เพราะถือว่าในระยะสั้นหุ้นหมดข่าวดีแล้ว จึงไม่มีปัจจัยกระตุ้นการเก็งกำไร
ที่ผ่านมา MGI เคยถูกลากขึ้นไปสูงสุดที่ 65.25 บาท ส่งผลให้ ค่าพี/อี เรโช พุ่งขึ้นไปเฉียด 100 เท่า ก่อนที่จะอ่อนตัวลงมา ท่ามกลางข่าว บรรดานักลงทุนรายใหญ่ที่ได้รับโควตาจัดสรรหุ้นจองในราคาต่ำ ได้ทยอยถล่มขายหุ้น และโกยกำไรไปก้อนโต โดยบางคนฟาดกำไรไปหลายร้อยล้านบาท
และแรงกดดันจากราคาหุ้นที่ร้อนแรง และวิ่งแซงหน้าปัจจัยพื้นฐาน ตกหนักมาอยู่ที่ “นายณวัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ถือหุ้นใหญ่ MGI ซึ่งต้องแบกหน้ารับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตัวหุ้น และความรู้สึกของนักลงทุนที่แห่เข้าไปเก็งกำไร และติดดอยโดยถ้วนหน้า
นอกจากนั้น หุ้น MGI ยังเป็นหุ้นที่ถูกตลาดหลักทรัพย์ฯเฝ้าจับตา โดย ล่าสุดถูกมาตรการกำกับการซื้อขายขั้นที่ 1 ต้องซื้อหุ้นด้วยเงินสด และห้ามคำนวณวงเงินซื้อขายหลักทรัพย์ ในช่วงระหว่างวันที่ 7-24 พฤษภาคมที่ผ่านมา
มีการประเมินว่าถ้า MGI ไม่ถูกกลุ่มนักลงทุนขาใหญ่ ลากขึ้นไปไกลสุดกู่ จนเป็นหุ้นที่ปัจจัยพื้นฐานเปราะบาง ผลประกอบการไตรมาสแรกที่ประกาศออกมาสวย คงกระตุ้นให้ราคาพุ่งวิ่งขึ้นอย่างน่าสนใจ
ล่าสุด บล.โกลเบล็ก ประเมินแนวโน้มธุรกิจของ MGI ว่า การเพิ่มทุน 84 ล้านหุ้น รองรับการออกวอร์แรนต์ MGI-W1 จัดสรรฟรีแก่ผู้ถือหุ้นเดิม อัตรา 2.5 หุ้นสามัญต่อ 1 วอร์แรนต์ น่าจะเกิด Dilution Effect อยู่ที่ราว 14% จาราคาใช้สิทธิ 10 บาท ต่ำกว่าราคาปิดล่าสุด แสดงว่า MGI-W1 มีสถานะเป็น In-the-Money
ขณะที่ราคาหุ้น SABUY ที่ MGI ซื้อลงทุน 4.50 บาทต่อหุ้นเมื่อ 31 มี.ค.67 ลดลง 81% คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนที่หายไป 109.50 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทแจ้งว่าจะใช้วิธีบันทึกบัญชีกำไรเบ็ดเสร็จอื่น (OCI:Other Comprehensive Income) โดยจะนำส่วนเงินลงทุนที่ลดลงไปหักจากกำไรสะสมไม่ผ่านงบกำไรขาดทุน (ปลายไตรมาส1/67 บริษัทมีกำไรสะสม 113 ล้านบาท) ทำให้คงคำแนะนำ "ซื้อเก็งกำไรอย่างระมัดระวัง”
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ บล.โกลเบล็ก มีมุมมองที่ดีต่อผลประกอบการของ MGI โดยมีมุมมองเป็นกลางต่อปัจจัยพื้นฐานจากแนวโน้มผลการดำเนินงานมีโอกาส YoY,QoQ ในทุกไตรมาส (งวด Q1/67 มีรายได้รวม 151ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82%YoY และกำไร 21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 177% YoY) แต่มูลค่าเงินลงทุนในหุ้น SABUY ที่ลดลงคาดว่าจะทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงราว 22% ส่วนราคาหุ้นมีความผันผวนสูง โดยรวมเพิ่มขึ้น 6%YTD แต่ลดลง 49% จากช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา