หุ้นใหญ่บิ๊กแคปเกินแสนล้าน เป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆของนักลงทุน เพราะเป็น บริษัทขนาดใหญ่ มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง กำไรเติบโต และจ่ายปันผลต่อเนื่อง และจากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ วันที่ 26 เมษายน 2567 มีบริษัทจดทะเบียนที่มีมาร์เก็ตแคปมูลค่าเกิน 1 แสนล้านบาท ทั้งสิ้น 35 หลักทรัพย์ และมีเพียง 12 หลักทรัพย์เท่านั้น ที่ ยังมีผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 67 ที่ยังเป็นบวก
1.TRUE บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มาร์เก็ตแคป 264,323.57 ล้านบาท, ผลตอบแทนราคา YTD ปี 67 คือ +51.49%,ผลตอบแทนราคารอบ 5 วัน -1.92%,ราคา 26 เม.ย. 67 ปิด 7.65 บาท (ราคาสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ คือ 8.35 / 5.00 บาท), ค่าP/E - เท่า ,อัตราเงินปันผลตอบแทนYTDปี67 คือ -%,TELENOR THAILAND INVESTMENTS PTE. LTD.ถือใหญ่สุด 26.32%
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ โดยคาดคาดว่ากำไรหลักจะฟื้นตัวเป็น 4.20 พันล้านบาท ในปี 2567 จากขาดทุนหลัก 6.90 พันล้านบาท ในปี 2566 โดย TRUE น่าจะเริ่มเห็นกำไรหลักเป็นบวกตั้งแต่ไตรมาส 2/2567 เป็นต้นไป
2.AWC บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) มาร์เก็ตแคป 140,181.73 ล้านบาท,ผลตอบแทนราคา YTD ปี 67 คือ +23.03%,ผลตอบแทนราคารอบ 5 วัน +2.82%,ราคา 26 เม.ย. 67 ปิด 4.38 บาท (ราคาสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ คือ 5.85 / 3.40 บาท), ค่าP/E 27.83 เท่า ,อัตราเงินปันผลตอบแทน YTD ปี 67 คือ 1.14%,บริษัท ทีซีซี บริหารธุรกิจ จำกัด ถือใหญ่สุด 44.99%
บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า AWC มีการปรับประมาณการกำไรปี 67-69 ขึ้นเพื่อสะท้อนการขึ้นค่าห้อง 12% รวมทั้งแผนเปิดโรงแรมใหม่ (Aquatique พัทยา) ซึ่งจะหนุนกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 26F, นอกจากนี้มอง AWC มีศักยภาพสูงหากมีการเปิดธุรกิจกาสิโนถูกกฎหมายในไทย, ปรับเป้าพื้นฐานขึ้นจาก 5.70 บาท เป็น 5.80 บาท
3.CPAXT บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) มาร์เก็ตแคป 335,925.27 ล้านบาท,ผลตอบแทนราคา YTD ปี 67 คือ +17.59%,ผลตอบแทนราคารอบ 5 วัน +4.10%,ราคา 26 เม.ย. 67 ปิด 31.75 บาท (ราคาสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์คือ 41.75 / 25.25 บาท), ค่าP/E 38.88 เท่า ,อัตราเงินปันผลตอบแทน YTD ปี 67 คือ1.80 %,บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ถือใหญ่สุด 34.9%
บล.กรุงศรี พัฒนสิน ให้ราคาเป้าหมายปี 2567 ที่ 39 บาท รวมถึงแนวโน้มกำไรในปี 2567 ที่คาดว่าจะเติบโตก้าวกระโดดเพิ่มขึ้น 26% ซึ่งดีกว่าปีก่อนที่โต 12% และค่าเฉลี่ยกลุ่มโต 24% ตามอานิสงส์ SSSG โลตัสส์ฟื้นเด่น และคาดได้ประโยชน์สูงจากค่าไฟฟ้า และดอกเบี้ยลง
4.MINT บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มาร์เก็ตแคป 187,109.24 ล้านบาท,ผลตอบแทนราคา YTD ปี 67 คือ +11.86%,ผลตอบแทนราคารอบ 5 วัน +4.76% ,ราคา 26 เม.ย. 67 ปิด 33.00 บาท (ราคาสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์คือ35.00 / 25.75 บาท), ค่าP/E 34.60 เท่า ,อัตราเงินปันผลตอบแทน YTD ปี67 คือ 1.72%,บริษัท ไมเนอร์ โฮลดิ้ง (ไทย) จำกัด ถือใหญ่สุด 16.17%
โบรกฯแนะนำหุ้น MINT เป็น Top pick ในหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว จากแนวโน้มการเติบโตของกำไรของบริษัทในปี 2567 ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของอุปสงค์การเดินทางในยุโรปและประเทศไทย พร้อมทั้งปัจจัยบวกจากแรงหนุนของมาตรการฟรีวีซ่าไทยจีนถาวร
5.BH บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) มาร์เก็ตแคป 197,139.15 ล้านบาท,ผลตอบแทนราคา YTD ปี 67 คือ +11.71%, ผลตอบแทนราคารอบ 5 วัน +10.71%,ราคา 26 เม.ย. 67 ปิด 248.00 บาท (ราคาสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์คือ 272.00 / 210.00 บาท), ค่าP/E 26.64 เท่า ,อัตราเงินปันผลตอบแทน YTD ปี 67 คือ 1.81%,บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด ถือใหญ่สุด 13.47%
BH เผยผลดำเนินงานไตรมาส 1/67 กำไรสุทธิ 1,984 ล้านบาท เติบโต 25.33% รับรายได้กิจการโรงพยาบาลขยายตัว หลังผู้ป่วยกลุ่มชาวไทย-ต่างชาติ เพิ่ม BYD เพิ่มทุน 3.8 พันล้านบาท
6.TTB ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) มาร์เก็ตแคป 174,161.16 ล้านบาท,ผลตอบแทนราคา YTDปี 67 คือ +7.19%, ผลตอบแทนราคารอบ 5 วัน +0.56% ,ราคา 26 เม.ย.67 ปิด 1.79 บาท (ราคาสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์คือ 1.92 / 1.43 บาท), ค่าP/E 9.43 เท่า ,อัตราเงินปันผลตอบแทน YTD ปี 67 คือ 5.85%,บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) ถือใหญ่สุด 24.35%
บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า TTB ยังคงมีความระมัดระวังในด้านการขยายตัวของสินเชื่อ ซึ่งมุ่งเน้นไปยังสินเชื่อที่มีคุณภาพสูง นอกจากนั้นแล้วยังคาดการณ์ว่า TTB อาจสามารถจ่ายเงินปันผลได้ในอัตราที่สูงขึ้น
7.AOT บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) มาร์เก็ตแคป 914,284.80 ล้านบาท,ผลตอบแทนราคา YTD ปี 67 คือ +7.11%,ผลตอบแทนราคารอบ 5 วัน +1.59%,ราคา 26 เม.ย. 67ปิด 64.00บาท (ราคาสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์คือ 74.25 / 58.00 บาท), ค่าP/E 70.27 เท่า ,อัตราเงินปันผลตอบแทน YTD ปี 67 คือ 0.56%,กระทรวงการคลัง ถือใหญ่สุด 70.00%
บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุ AOT มีอัพไซด์จากผู้โดยสารระหว่างประเทศในปี 67 ที่สูงกว่าคาด ฝ่ายวิจัยเพิ่มสมมติฐานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็น 36 ล้านคนในปี 2567 จาก 35 ล้านคน โดยอาจจะเพิ่มขึ้นแตะเป้าหมายของททท. ที่ 40 ล้านคน หากรัฐบาลออกมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติม
8.PTTEP บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) มาร์เก็ตแคป 621,302.72 ล้านบาท,ผลตอบแทนราคา YTD ปี 67 คือ +4.68%,ผลตอบแทนราคารอบ 5 วัน -2.19%,ราคา 26 เม.ย. 67 ปิด 156.50 บาท (ราคาสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52สัปดาห์คือ 175.00 / 137.50 บาท), ค่า P/E 8.16 เท่า ,อัตราเงินปันผลตอบแทน YTD ปี 67 คือ 6.07% ,บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ถือใหญ่สุด 63.79%, ไตรมาส 1/2566 กำไรสุทธิ 19,281.39 ล้านบาท ขณะ ไตรมาส 1/2567 กำไรสุทธิ 18,682.82 ล้านบาท ลดลง 598.57 ล้านบาท
บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า กำไร Q1/67 ออกมาตามคาด แม้ปริมาณขายและ ราคาขายเฉลี่ยจะลดลง แต่โดยรวมกำไรยังคง ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยทั้งนี้ จากปัจจัยที่จะหนุนใน Q2/67 ทั้งด้านปริมาณขาย จากการเพิ่มกำลังการผลิตของแหล่งเอราวัณ รวมถึงแนวโน้มราคาน้ำมันยังทรงตัวใน ระดับสูง
9.TOP บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) มาร์เก็ตแคป 125,653.25 ล้านบาท, ผลตอบแทนราคา YTD ปี 67 คือ +4.65%,ผลตอบแทนราคารอบ5 วัน -1.75%,ราคา 26 เม.ย. 67 ปิด 56.25บาท (ราคาสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์คือ 60.75 / 42.25 บาท), ค่าP/E 6.46 เท่า ,อัตราเงินปันผลตอบแทน YTD ปี 67 คือ 6.04%,บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ถือใหญ่สุด 45.03%
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุหุ้นกลุ่มโรงกลั่นจะกลับมารายงานกำไรที่แข็งแกร่งได้ในไตรมาส 1/2567 ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากทั้งค่าการกลั่นในตลาด (market GRM) ที่ดีขึ้นจากส่วนต่างราคาน้ำมันดิบ (Crude Premium) ที่อ่อนตัวลงทั้งจากปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า
10.BDMS บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) มาร์เก็ตแคป 460,868.05 ล้านบาท,ผลตอบแทนราคา YTD ปี 67 คือ +4.50%,ผลตอบแทนราคารอบ 5 วัน +4.50%,ราคา 26 เม.ย. 67 ปิด 29.00 บาท (ราคาสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์คือ 30.00 / 25.00 บาท), ค่าP/E 32.06 เท่า ,อัตราเงินปันผลตอบแทน YTD ปี 67 คือ 2.41%,บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด ถือใหญ่สุด 12.70%
โบรกฯ คาด กำไรไตรมาส 1/67 ออกมาน่าพอใจได้แรงหนุนจากรายได้เติบโตแกร่งทั้งจากผู้ป่วยไทยและต่างชาติในระดับ Double Digit แนวโน้มในปี 67 เมื่อ พิจารณาจากผลงานไตรมาส 1/67 มั่นใจว่าทั้งปี 67 จะแข็งแกร่งตามคาด
11.BEM บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มาร์เก็ตแคป 123,808.50 ล้านบาท, ผลตอบแทนราคา YTD ปี67 คือ +1.89%,ผลตอบแทนราคารอบ5 วัน +0.62%,ราคา 26 เม.ย. 67 ปิด 8.10 บาท (ราคาสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์คือ 9.25 / 7.15 บาท), ค่าP/E 35.36 เท่า ,อัตราเงินปันผลตอบแทน YTD ปี 67 คือ 1.74%
บล.เมย์แบงก์(ประเทศไทย) คาดว่ากำไรปี 2567 จะได้แรงหนุนจากจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT ที่เพิ่มขึ้น 15% รวมถึงผู้ใช้ทางด่วนเพิ่มขึ้น 5% และประสิทธิภาพในการสร้างกำไรที่สูงขึ้น จะช่วยหนุนกำไรปี 2567 สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.0 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อน
12.CPALL บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) มาร์เก็ตแคป 509,791.00 ล้านบาท,ผลตอบแทนราคา YTD ปี 67 คือ +1.34%,ผลตอบแทนราคารอบ 5 วัน +3.65%, ราคา 26 เม.ย. 67 ปิด 56.75 บาท (ราคาสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์คือ 67.75 / 50.50 บาท), ค่า P/E 27.58 เท่า ,อัตราเงินปันผลตอบแทน YTD ปี 67 คือ 1.76%,บริษัท ซี.พี.เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด ถือใหญ่สุด 31.93%
โบรกฯ คาด ไตรมาส 1/2567 จะมีรายได้รวม 231,700 ล้านบาท เติบโต 7% YOY แต่ลดลง 1% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อนหน้า (QOQ) มีกำไรสุทธิ 5,100 ล้านบาท เติบโต 24% YOY แต่ลดลง 7% QOQ โดย CPALL จะประกาศงบการเงินในวันที่ 10 พ.ค. 2567
เป็นที่น่าสนใจว่าทั้ง 12 หุ้นนี้กระจายอยู่ในหลากหลายหมวดอุตสาหกรรม ทั้ง สื่อสาร,พลังงาน,โรงพยาบาล,ค้าปลีก,ธนาคาร,ท่องเที่ยว ต้องจับตาว่าอีก 8 เดือนจะหมดปี 2567 หุ้นเหล่านี้ยังจะประคองตัวทำอัตราผลตอบแทนราคาอยู่ในโซนบวกได้หรือไม่?


