นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ (4 ม.ค.) ที่ระดับ 34.45 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ระดับ 34.32 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.30-34.60 บาท/ดอลลาร์ โดยในช่วงคืนก่อนหน้าค่าเงินบาทผันผวนอ่อนค่าลงตามที่เราได้ประเมินไว้ (แกว่งตัวในช่วง 34.31-34.55 บาทต่อดอลลาร์) หลังเงินดอลลาร์และบอนด์ยิลด์ 10 ปี สหรัฐฯ มีจังหวะปรับตัวขึ้นตามความกังวลแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของเฟด จากถ้อยแถลงของ Thomas Barkin ประธานเฟดสาขาริชมอนด์ ที่ส่งสัญญาณว่า เฟดยังมีโอกาสเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้เพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อให้สำเร็จ นอกจากนี้ การปรับตัวขึ้นของเงินดอลลาร์และบอนด์ยิลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังได้กดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงหลุดโซนแนวรับที่เราประเมินไว้ อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดบางส่วนยังคงเข้าซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว หลังบรรยากาศในตลาดการเงินกลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) มากขึ้น โดยโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำดังกล่าวมีส่วนกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลง
ความกังวลแนวโน้มเฟดขึ้นดอกเบี้ยจากถ้อยแถลงของประธานเฟดสาขาริชมอนด์ ได้กดดันให้ผู้เล่นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ต่างเดินหน้าขายหุ้นกลุ่มเทคฯ และหุ้นสไตล์ Growth เพิ่มเติม เช่น Tesla -4.0% Nvidia -1.2% ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังพอได้แรงหนุนบ้างจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน Chevron +1.9% Exxon Mobil +0.8% หลังราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นกว่า +4.3% ทำให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด -0.80%
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท เรายังคงมุมมองเดิมว่าเงินบาทยังมีความเสี่ยงผันผวนอ่อนค่าลงได้ หลังผู้เล่นในตลาดเริ่มไม่มั่นใจต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด ทั้งประเด็นว่าเฟดอาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ (จากถ้อยแถลงของประธานเฟดสาขาริชมอนด์ ล่าสุด) และเฟดอาจไม่รีบลดดอกเบี้ยตามที่ตลาดได้คาดการณ์ไว้ โดยภาพดังกล่าวได้หนุนให้เงินดอลลาร์ยังมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้นต่อได้ โดยเฉพาะหากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในคืนนี้ออกมาดีกว่าคาด สะท้อนว่า ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่งอยู่
นอกจากนี้ การปรับฐานของราคาทองคำในช่วงนี้อาจเปิดโอกาสให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนทยอยเข้าซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว ซึ่งโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวมีส่วนกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลง ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ร้อนแรงอยู่ และแนวโน้มอุปทานน้ำมันดิบที่อาจตึงตัวระยะสั้น จากการปิดบ่อน้ำมันในลิเบีย อาจหนุนให้ราคาน้ำมันดิบมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งในจังหวะดังกล่าวเงินบาทอาจถูกกดดันจากโฟลว์ธุรกรรมซื้อน้ำมันของผู้เล่นในตลาดได้
และนอกเหนือจากปัจจัยดังกล่าว ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินอาจส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยได้ไม่ยาก ทำให้นักลงทุนต่างชาติอาจทยอยขายทำกำไรการรีบาวนด์ของตลาดหุ้นไทยรอบล่าสุดได้บ้าง ทั้งนี้ แรงขายหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติอาจถูกชะลอลงได้บ้างจากโฟลว์ซื้อบอนด์ของผู้เล่นในตลาดบางส่วนที่ยังเชื่อว่าเงินบาทจะมีแนวโน้มทยอยแข็งค่าขึ้นได้ โดยเฉพาะในจังหวะที่เงินบาทได้อ่อนค่าเข้าใกล้โซนแนวต้านสำคัญ 34.50 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้เราประเมินว่า เงินบาทอาจยังไม่ได้อ่อนค่าทะลุแนวต้านดังกล่าวไปได้ไกลมากนัก จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ อย่างยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) ในคืนวันศุกร์นี้
สำหรับวันนี้ บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ ทั้ง ยอดการจ้างงานภาคเอกชน โดย ADP ที่อาจสะท้อนถึงแนวโน้มของยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) ในวันศุกร์นี้ได้ รวมถึงยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) โดยเฉพาะยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานต่อเนื่อง (Continuing Jobless Claims)


