xs
xsm
sm
md
lg

คลินิกแก้หนี้เผย 6 ปีหนี้เข้าโครงการ 1.2 แสนบัญชี ยอดสมัครพุ่ง 280% หลังแก้เกณฑ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“คลินิกแก้หนี้ by SAM” เผยผลงาน 6 ปี ช่วยคนเป็นหนี้เสียบัตรเข้าโครงการฯ แล้วประมาณ 1.2 แสนบัญชี ภาระหนี้เฉียด 8 พันล้านบาท โชว์ตัวเลขนิวไฮหลังปรับเกณฑ์หนี้เสียค้างชำระเกิน 120 วัน เมื่อ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ยอดผู้สนใจสมัครพุ่งสูงกว่า 1.7 หมื่นราย หรือเพิ่มกว่าเดือนก่อนหน้าถึงร้อยละ 280

น.ส.สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
กล่าวในงานแถลงข่าวและเสวนา "คลินิกแก้หนี้ by SAM ต่อพลังชีวิต พลิกฟื้นเศรษฐกิจให้ยั่งยืน" ว่า หนี้ครัวเรือนของไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 60% มาเป็นกว่า 90% ของจีดีพีในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นปัญหาที่สำคัญ เนื่องจากหนี้ครัวเรือนที่สูงจะทำให้ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจอ่อนแอลง จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ให้มีการจัดตั้งคลินิกแก้หนี้ขึ้นมาในปี 2560 โดย 6 ปีที่ผ่านมา ผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจ แต่หากทำได้สูงกว่านี้จะเป็นประโยชน์มากขึ้น โดยทางคลินิกแก้หนี้ตั้งเป้าจำนวนบัญชีที่เข้าโครงการเพิ่มอีก 50,000 บัญชีในปีนี้ โดยในช่วงที่ผ่านมา พบปัญหาอุปสรรคใน 2 ด้านหลักๆ คือ ลูกหนี้ที่มีปัญหายังไม่รู้จักโครงการคลินิกแก้หนี้ และลูกหนี้ที่เข้าโครงการเกิดสะดุดระหว่างทางและไม่กลับเข้ามาปรึกษาทำให้ไม่สามารถชำระหนี้จนจบโครงการ

"สาเหตุที่ Gen X GenY มีการก่อหนี้ค่อนข้างสูงนั้นมาจากหลายสาเหตุผสมผสานกัน ทั้งความจำเป็น การใช้จ่ายเกินตัว หรือแม้กระทั่งจากการโฆษณาเชิญชวนในบางผลิตภัณฑ์ของสถาบันการเงินต่างๆ ซึ่งขณะที่สินเชื่อประเภทอื่นที่มีเริ่มมีปัญหามากขึ้น เช่น สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์นั้น ขณะนี้ ธปท.อยู่ระหว่างการดำเนินเพื่อที่จะดูแลในส่วนนี้ ซึ่งต้องมีมาตรการดูแลที่มีปัญหาด้วย แต่อาจจะไม่ใช่ช่องทางคลินิกแก้หนี้ เนื่องจากแนวทางการแก้ปัญหาหนี้ที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกันจะแตกต่างกัน"

สำหรับแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นนั้น มองว่าไม่กระทบกับลูกหนี้ที่เข้าโครงการคลินิกแก้หนี้มากนัก เนื่องจากการเข้าโครงการจะได้รับดอกเบี้ยในอัตราที่ผ่อนปรนมากอยู่แล้ว

นายธรัฐพร เตชะกิจขจร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ปี 2560 SAM ได้รับมอบหมายจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้เป็นผู้ดูแล “โครงการคลินิกแก้หนี้ by SAM” ถึงปัจจุบัน มีจำนวนลูกค้าที่ลงนามสัญญาเข้าร่วมโครงการฯ แล้วทั้งสิ้น 40,030 ราย หรือ 116,947 บัญชี คิดเป็นภาระหนี้เงินต้นตามสัญญา 7,928 ล้านบาท โดยเป็นลูกค้าที่ชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้ว สามารถกลับไปดำเนินชีวิตหรือธุรกิจได้ตามปกติ จำนวน 1,312 ราย หรือ 3,351 บัญชี คิดเป็นภาระหนี้เงินต้นตามสัญญาประมาณ 179 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ยังมีลูกค้าบางส่วนที่ไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไขทำให้ต้องออกจากโครงการฯ และเสียโอกาสในการแก้ไขหนี้ “โครงการคลินิกแก้หนี้ by SAM” จึงได้มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่เริ่มมีปัญหาการผ่อนชำระ โดยจะพิจารณาปรับแผนการชำระหนี้ที่เหมาะสมให้ลูกค้าเป็นรายกรณีตามเหตุผลและความจำเป็น เพื่อให้ลูกค้าสามารถผ่อนชำระได้ตามความสามารถที่แท้จริงอย่างต่อเนื่องและปลดหนี้ได้ในที่สุด

ทั้งนี้ ปัจจุบันลูกหนี้ที่เข้าโครงการส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Gen X และ Gen Y และประมาณ 90% เข้ามาในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดย Gen Y มีจำนวนบัญชี 2 ใน 3 แต่ Gen X มีมูลค่าที่สูงกว่า โดยในแต่ละเดือนจะมีจำนวนผู้สมัครเข้าโครงการประมาณ 300,000 ราย แต่มีจำนวนที่ผ่านเกณฑ์ไม่มาก

“หลังจากที่ได้มีการประกาศปรับเกณฑ์คุณสมบัติใหม่ให้ลูกค้าที่มีสถานะเป็นหนี้เสีย (NPL) บัตรเครดิต บัตรกดเงินสดและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ค้างชำระเกินกว่า 120 วัน (ตามรายงานเครดิตบูโร ณ เดือนปัจจุบันมีสถานะค้างชำระตั้งแต่ 121-150 วันขึ้นไป) สามารถเข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้ได้เลย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา จากเดิมต้องมีสถานะเป็นหนี้เสียก่อนวันที่ 1 ก.พ.2566 เท่านั้น ทำให้ยอดจำนวนผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ในเดือน พ.ค. เพิ่มขึ้นสูงถึง 17,600 ราย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 288 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าเมื่อถึงสิ้นปี 2566 จะมีจำนวนผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มขึ้นถึง 155,000 บัญชี”

นายณัฐสรรค์ ตันตสุรฤกษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Credit Operation ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการคลินิกแก้หนี้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยให้สถาบันการเงินสามารถบริหารและจัดการหนี้เสียในระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งที่ผ่านมาทางธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้ช่วยประชาสัมพันธ์โครงการคลินิกแก้หนี้ให้ลูกค้าของธนาคารที่ประสบปัญหาทางด้านการเงิน โดยปัจจุบันลูกค้าของธนาคารที่อยู่ในคลินิกแก้หนี้มีประมาณ 14,000 บัญชี หรือราว 1,100 ล้านบาท และยังมีลูกค้าอีกจำนวนหนึ่งที่ธนาคารไม่สามารถติดต่อได้ ทางธนาคารมั่นใจว่าทุกปัญหามีทางออก และเมื่อมีโอกาสได้พูดคุยกัน จะสามารถร่วมกันหาทางออกในการแก้ไขหนี้ที่ค้างชำระได้

นายธรัฐพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือครั้งนี้ต้องขอบคุณ ธปท. ที่เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการดีๆ ขอบคุณภาคีเครือข่าย ขอบคุณสถาบันการเงินทุกแห่งที่ให้ความร่วมมือ ขอบคุณแทนประชาชนที่กำลังเดือดร้อน ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในวันนี้ ทำให้ “โครงการคลินิกแก้หนี้ by SAM” เป็นหนึ่งในมาตรการต่อพลังชีวิตประชาชนรายย่อยที่เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของภาคเศรษฐกิจ เมื่อเศรษฐกิจภาคครัวเรือนแข็งแรงขึ้นย่อมส่งผลต่อการพลิกฟื้นเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศให้ยั่งยืน