‘ศรีเทพไทยพัฒนา’ เดินหน้าสยายปีกสู่ระยอง ผุดโครงการศรีเทพวิลเลจ ห้วยโป่ง เพิ่มฐานลูกค้าใหม่เจาะกลุ่มคนทำงานนิคมฯ มูลค่าโครงการกว่า 800 ล้านบาท หลังกวาดมาร์เกตแชร์อสังหาฯ ใน จ.ฉะเชิงเทรามาแล้ว ชูโซลูชัน "SRITHEP SMART" ดูลูกค้า พันธมิตร และสถาบันการเงิน ลั่นปีนี้กวาดรายได้ 650 ล้านบาท เดินหน้าปี 67 เตรียมเปิดเพิ่ม 2 โครงการใหม่ รองรับตามแผนโรดแมป 5 ปี รายได้ทะลุ 1,000 ล้านบาท
นายณัษฐพงษ์ วงษ์สัจจา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีเทพไทยพัฒนา จำกัด ในกลุ่มบริษัทศรีเทพไทย กล่าวถึงแผนธุรกิจในการขยายตลาดสู่ทำเลศักยภาพใหม่ว่า จังหวัดระยอง เป็นหนึ่งในจังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และด้วยศักยภาพของจังหวัดระยอง ทาง ศรีเทพไทยพัฒนา ได้สยายปีกเข้าลงทุนและพัฒนาโครงการใหม่ภายใต้ชื่อโครงการ“ศรีเทพวิลเลจ ห้วยโป่ง ระยอง” ในโซนมาบตาพุด รูปแบบบ้านเดี่ยว บ้านแฝด มูลค่าโครงการ 600 ล้านบาท บนพื้นที่ 40 ไร่ จำนวน 282 ยูนิต ซึ่งประกอบด้วยแบบบ้านทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่ แบบ Noble (โนเบิล) บ้านแฝดชั้นเดียว แบบ Pride (ไพร์ด) บ้านแฝด 2 ชั้น แบบ Thea (เทียร์) บ้านเดี่ยวชั้นเดียว และแบบ Honor (ออเนอร์) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 113-154 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.6 ล้านบาท
โดยจุดเด่นซึ่งเป็นบ้านมาตรฐานใหม่ของโครงการ ศรีเทพวิลเลจ ห้วยโป่ง ระยอง คือ การยึดหลัก 9 มาตรฐาน ในการก่อสร้างบ้าน เพื่อส่งมอบที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพและดูแลสุขภาพที่ดีให้ผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะบริษัท ศรีเทพไทยพัฒนา จำกัด เป็นบริษัทแรกที่เลือกใช้ อิฐขาว นำมาใช้ในการก่อสร้าง
สำหรับ อิฐขาว เป็นอิฐที่มีส่วนผสมของปูนขาวและทราย ผ่านกระบวนการอัดด้วยเครื่องจักรที่มีความกดดันสูง 500 ตัน แล้วอบด้วยความร้อนสูง ซึ่งอิฐขาว เป็นอิฐที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่จากประเทศเยอรมนี พัฒนาขึ้นมาเพื่อทดแทนอิฐมอญและอิฐบล็อก สามารถรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง180 กก.ต่อ ตร.ซม. มีคุณสมบัติในการป้องกันความร้อนและป้องกันเสียงได้ดี สามารถลดรอยร้าวในการฉาบได้ เพราะมีการดูดซึมน้ำน้อยที่ต่ำ ฉาบได้ง่าย เพราะบนผิวอิฐมีการชักร่องเพื่อสะดวกในการฉาบปูน มีคุณสมบัติในเรื่องของการทนไฟได้นานกว่า 4 ชั่วโมง สามารถก่อโชว์อิฐได้เพราะมีความสวยงามเรียบเนียนดูมินิมอล
เสริมด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดที่บริษัทได้พัฒนาระบบดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ 1.SRITHEP SMART มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสินค้า (Product) ให้มีความทันสมัยกับตลาดปัจจุบัน เพื่อพัฒนาการก่อสร้างให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น เพิ่มมูลค่าให้สินค้า
ส่วนเป้าหมายรอง (Details) เพื่อเพิ่มการ Survey คู่แข่ง ทั้งในเรื่องแบบบ้าน การก่อสร้าง Branding โปรโมชัน ของแถม และฟังก์ชัน การติดต่อเพื่อทำ Co-Product กับ Brand ต่างๆ เช่น Smart HOME Automation และหา Supplier ใหม่ๆ เพื่อเทียบราคา
2.SRITHEP SMART Life มีเป้าหมายเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบริษัทกับลูกค้า เพื่อให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด ซึ่งนำมาด้วยลูกค้าแนะนำในอนาคต และสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้พนักงานภายในองค์กร
ส่วนเป้าหมายรอง (Details) ในกลุ่มของพนักงาน ดูแลเรื่องสันทนาการ อบรมพัฒนาบุคลากร และสวัสดิการต่างๆ กลุ่มของลูกบ้าน การดูแลถนนศรีเทพ มีกิจกรรมในเทศกาลต่างๆ และกลุ่มของลูกค้าจัดอีเวนต์ภายในและภายนอกเพื่อเสิร์ฟประสบการณ์ที่ดีใหัลูกค้า และการจัดโปรโมชัน
3.SRITHEP SMART Connect มีเป้าหมายเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับธนาคาร ช่วยเหลือคนที่อยากมีบ้าน แต่มีปัญหาในการยื่นกู้ พัฒนา Agent และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเพื่อลูกค้าในอนาคต และช่วยลูกค้าในการขายบ้านหลังแรก เพื่อซื้อบ้านในโครงการ
"ระบบที่เราพัฒนาขึ้นมา SRITHEP SMART มุ่งตอบโจทย์และดูแลลูกค้า รวมถึงการสนับสนุนและหาวิธีทำอย่างไรที่จะให้ผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยได้มีบ้านเป็นของตนเอง เช่น SRITHEP SMART Connect โดยเราจะช่วยบริหารลูกค้าให้คอนเน็กซ์เข้ากับสินเชื่อ หรืออาจจะมีเป็นโปรแกรมที่สนับสนุนเงินกู้ให้ลูกค้า หรือที่เรียกว่า อนุบาลลูกค้า ซึ่งจะไม่มีการคำนวณอัตราดอกเบี้ยกับลูกค้า เพียงแต่คิดในส่วนของค่าธรรมเนียมการใช้บริการ เป็นต้น"
และ 4.SRITHEP SMART Service มุ่งสร้างความพึงพอใจสูงสุดสำหรับลูกค้าหลังโอนกรรมสิทธิ์ โดยเป้าหมายบริการ เช่น รับเรื่องร้องเรียนภายใน 24 ชั่วโมง สร้าง Service Road เพื่อความรวดเร็วในการ Service รับของแถมหลังโอนกรรมสิทธิ์ไม่เกิน 15 วัน การประชาสัมพันธ์ Service Team เพื่อให้เป็นที่รู้จัก เพื่อพัฒนาเป็นจุดแข็งประจำโครงการ จัด Event Workshop เพื่อสร้างการรับรู้เรื่องของการดูแลรักษาบ้าน และจัดรายงานในการทำเซอร์วิส เพื่อการบริหารจัดการแบบมืออาชีพ
สปีดการขายและจบโครงการเร็ว
ในด้านทิศทางธุรกิจในครึ่งหลังของปี 2566 นั้น ศรีเทพไทยพัฒนายังคงเดินหน้าปรับองค์กรหลายด้านเพื่อเตรียมความพร้อม แข่งขันกับคู่แข่งในพื้นที่ให้เต็มที่ เน้นกลยุทธ์การบริหารสินค้าคงค้าง (สต๊อก) จบโครงการให้เร็ว โดยตั้งเป้าหมายแผนระยะ 5 ปี จะมีรายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 10-15% หรือมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2570
โดยหลังจากนี้มีแผนเปิดตัวอีก 5 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท เน้นการพัฒนาโครงการแนวราบราคาเฉลี่ย 2-3.5 ล้านบาท ในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นตลาดที่บริษัทมีความชำนาญใน มีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นกลุ่มที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรม 80% และกลุ่มผู้ซื้อในพื้นที่ 20% ซึ่งได้แก่ โครงการใน จ.ระยอง 1 โครงการ และโครงการใน จ.ฉะเชิงเทรา 4 โครงการ โดยใน จ.ฉะเชิงเทรา จะมีการเปิดตัวในปลายปีนี้ 1 โครงการ คือ โครงการศรีเทพวิลเลจ นีโอ บางปะกง รูปแบบทาวน์โฮม ราคาเริ่มต้น 2.1 ล้านบาท บนพื้นที่อีก 30 ไร่ ที่เหลือของอาณาจักรศรีเทพไทยพัฒนา มูลค่าโครงการ 600 ล้านบาท ทั้งนี้ 5 โครงการใหม่ที่มีแผนจะเปิดตัว มีที่ดินรองรับการพัฒนาทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ ในปี 2565 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถกวาดรายได้ 600 ล้านบาท นับว่าเป็นยอดขายอันดับ 1 ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีส่วนแบ่งตลาด 30% เทียบกับคู่แข่งรายใหญ่ในพื้นที่ทั้งหมด 8 บริษัท ซึ่งในปี 66 ได้วางเป้ารายได้ที่ 650 ล้านบาท มาจาก 2 โครงการ คือ ศรีเทพวิลเลจ บางปะกง และ โครงการเทพสิริวิลล่า บางปะกง
และเพื่อความต่อเนื่องตามแผนโรดแมป 5 ปี ทางศรีเทพไทยพัฒนา มีแผนพัฒนา 2 โครงการใหม่ในปี 2567 โครงการแรกพัฒนาบนเนื้อที่ 52 ไร่ มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท พัฒนาในรูปแบบของบ้านเดี่ยว ขนาดเนื้อที่ 50 ตร.วา ราคาเริ่มต้น 3-4 ล้านบาท บ้านแฝด เริ่มต้น 39.9 ตร.วา และทาวน์โฮม ราคาเริ่มต้น 2.3-2.6 ล้านบาท รวมจำนวน 400 หลัง หลักๆ จะเน้นสินค้าทาวน์โฮมมากกว่า 50% แบ่งพัฒนาออกเป็น 20 เฟสๆ ละ 20 หลัง คาดทั้งโครงการจะปิดการขายและโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าเข้าอยู่อาศัยจนครบได้ภายในปี 2570
โครงการที่ 2 อยู่ระหว่างการรวบรวมที่ดิน คาดเนื้อที่โครงการอาจจะไม่ต่ำกว่า 50 ไร่ หรืออาจจะไปเลือกจังหวัดที่ ศรีเทพไทยพัฒนา มีที่ดินอยู่
สำหรับโครงการก่อนหน้านี้ ทางศรีเทพไทยพัฒนา ได้เริ่มต้นพัฒนาโครงการอสังหาฯ แนวราบ "ศรีเทพไทย บ้านสวนบางนา" เป็นโครงการแรกในปี 2544 หลังจากนั้นบริษัทได้เข้าไปพัฒนาโครงการในหาดใหญ่ จ.สงขลาอีก 2 โครงการ ซึ่งปัจจุบันปิดการขายไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะกลับมาบุกพัฒนาโครงการแนวราบในโซนทำเลบางปะกง จ.ฉะเชิงเทราอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาให้เป็นอาณาจักรของศรีเทพไทยพัฒนา บนที่ดินแปลงใหญ่ 400 ไร่ ปัจจุบันพัฒนาโครงการในพื้นที่ดังกล่าวไปแล้ว 4 โครงการ ปิดการขายไปแล้ว 2 โครงการ อยู่ระหว่างการขาย 2 โครงการ ใช้พื้นที่ไปทั้งหมด 370 ไร่ รวมมูลค่าโครงการที่พัฒนามาแล้วทั้งหมดกว่า 6,000 ล้านบาท


