หุ้นไทยปิดตลาดร่วง -15.63 จุด โบรกเผยวันนี้ SET INDEX เจอแรงเทขายหนักโดยเฉพาะแรงขายของสองธนาคารใหญ่ทั้ง SCB และ KBANK จากความกังวลการปล่อยสินเชื่อให้กับ STARK ซึ่งอาจนำมาซึ่งการผิดนัดชำระหนี้ อีกทั้งยังมีแรงฉุดจากหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำที่เกิดจากราคาน้ำปรับตัวลดลงเข้ามาผสมด้วย คาดแนวโน้มพรุ่งนี้อาจรีบาวด์กลับขึ้นมา หลังจากที่ปรับตัวลดลงไปมากแล้ว โดยประเมินแนวต้านที่ 1,585 จุด และแนวรับ 1,550 จุด
ตลาดหุ้นไทยปิดทำการซื้อขายวันที่ 20 เม.ย. 2566 ปรับตัวลดลง -15.63 จุด หรือ -0.99% โดยปิดตลาดที่ 1,565.10 จุด มูลค่าการซื้อขาย 57,260.07 ล้านบาท ซึ่งภาพรวมการซื้อขายหุ้นวันนี้ ปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากวานนี้ โดยระหว่างวันปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 1,582.30 จุด ในทางกลับกันที่ปรับตัวลดลงต่ำสุดที่ 1,562.11 จุด
ขณะที่หลักทรัพย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงในวันนี้เพิ่มขึ้นจำนวน 351 หลักทรัพย์ ไม่เปลี่ยนแปลงจำนวน 395 หลักทรัพย์ และปรับตัวลดลงจำนวน 1,150 หลักทรัพย์
ด้านปริมาณการซื้อขายจำแนกตามกลุ่มนักลงทุนพบว่า นักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิกว่า +2,213.55 ล้านบาท ในทางกลับกันพบว่า นักลงทุนสถาบันขายสุทธิกว่า -1,380.95 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิกว่า -738.42 ล้านบาท และ บัญชี บล. ขายสุทธิกว่า -94.18 ล้านบาท
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
1.KBANK มูลค่าการซื้อขาย 7,282.85 ล้านบาท ปิดที่ 126.00 บาท ลดลง 5.50 บาท
2.KTB มูลค่าการซื้อขาย 4,999.32 ล้านบาท ปิดที่ 17.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.80 บาท
3.SCB มูลค่าการซื้อขาย 3,618.90 ล้านบาท ปิดที่ 99.75 บาท ลดลง 0.75 บาท
4.BDMS มูลค่าการซื้อขาย 1,675.85 ล้านบาท ปิดที่ 29.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
5.PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 1,543.67 ล้านบาท ปิดที่ 153.50 บาท ลดลง 4.50 บาท
ด้านดัชนี SET100 ที่มีราคาปรับตัวบวกเพิ่มขึ้นมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่
1.TCAPปิดที่ 43.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 2.37%
2.KTBปิดที่ 17.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.80 บาท หรือ 4.79%
3.CENTEL ปิดที่ 55.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.38 %
4.BBLปิดที่ 158.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.32 %
5.AMATA ปิดที่ 23.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.30บาท หรือ 1.30 %
ส่วนดัชนี SET100 ที่มีราคาปรับตัวลดลงมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่
1.DELTA ปิดที่ 960.00 บาท ลดลง 12.00บาท หรือ 1.23%
2.KBANKปิดที่126.00 บาท ลดลง 5.50บาท หรือ-4.18%
3.PTTEP ปิดที่153.50 บาท ลดลง 4.50 บาท หรือ2.85%
4.CBG ปิดที่77.25 บาท ลดลง 4.00บาท หรือ-4.92%
5.EGCO ปิดที่ 158.00 บาท ลดลง 4.00บาท หรือ-2.47%
ขณะที่ดัชนี SET100 ปิดที่ 2,111.77 จุด ลดลง -22.92 จุด หรือ -1.07% ด้านดัชนี SET50 ปิดที่ 943.50 จุด ลดลง -10.30 จุด หรือ -1.08% และดัชนีตลาด mai ปิดที่ 524.42 จุด ลดลง -11.26 จุด หรือ -2.10%
นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ดัชนีปรับตัวลงต่อ ซึ่งมีแรงขายหุ้นขนาดใหญ่ออกมากดดัน โดยเฉพาะ 2 ธนาคารใหญ่ คือ KBANK และ SCB ที่มีประเด็นความกังวลเกี่ยวกับสินเชื่อของ STARK ที่มีความเสี่ยงของการผิดนัดชำระหนี้ รวมถึงแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงกดดัน
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันดังกล่าวทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงมากกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่ปรับตัวลดลงตามกัน โดยที่มีปัจจัยภายนอกเกี่ยวกับความกังวลในการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อเนื่อง หลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐยังคงออกมาดี แม้ว่าเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงก็ตาม ทำให้นักลงทุนอาจมีความกังวลและขายหุ้นออกมาปิดความเสี่ยง
"ดัชนีได้ปรับลงหลุดแนวรับแรกที่ 1,585 จุด ไปแล้ว ทำให้มองแนวโน้มดัชนีเป็นภาพของการปรับฐานในระยะสั้น ซึ่งจะเห็นการปรับฐานลงมาในช่วงท้ายภาคบ่าย โดยที่แนวโน้มพรุ่งนี้อาจจะลุ้นรีบาวด์ได้ หลังจากดัชนีปรับลงมาค่อนข้างมาก และยังติดตามการรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/66 ของกลุ่มแบงก์ที่เหลือที่จะทยอยออกมา โดยให้แนวต้าน 1,585 จุด แนวรับ 1,550 จุด" นายฐกฤต กล่าว


