xs
xsm
sm
md
lg

SCB CIO มองดอลล์แข็งค่าระยะสั้น แนะกระจายเงินลงทุนต่างประเทศผ่าน 4 ผลิตภัณฑ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



SCB CIO คาดการณ์เงินดอลลาร์สหรัฐมีทิศทางแข็งค่าขึ้นในระยะสั้นเมื่อ Fed ยังขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง กดดันเงินบาทอ่อนค่า แนะเร่งใช้จังหวะนี้กระจายพอร์ตลงทุนต่างประเทศด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่จูงใจกว่าลงทุนในประเทศเพียงอย่างเดียว แนะนำ 4 ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์นักลงทุนตามความเสี่ยงที่รับได้ ทั้งเงินฝาก หุ้นกู้อนุพันธ์แฝง 2 สไตล์ และกองทุนรวมที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

นายศรชัย สุเนต์ตา ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Office and Product และผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารฝ่าย SCB Chief Investment Office (SCB CIO) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
เปิดเผยว่า ในช่วงเวลานี้เงินดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าและกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าระยะสั้น SCB CIO มองว่าหากเงินบาทอ่อนค่าไม่เกิน 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ยังเป็นจังหวะที่ดีในการแลกเงินบาทเป็นดอลลาร์สหรัฐ สำหรับลงทุนในต่างประเทศด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรับผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปสกุลเงินดอลลาร์ที่น่าสนใจกว่าการลงทุนในประเทศเพียงอย่างเดียว โดยจากข้อมูลอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งถูกยกให้เป็นอัตราผลตอบแทนที่ปราศจากความเสี่ยง (risk free rate) ในเดือน ก.พ.2566 สูงกว่าพันธบัตรรัฐบาลไทยมากพอสมควร โดยเฉพาะพันธบัตรอายุ 1 เดือน-1 ปี ของสหรัฐฯ ที่ให้ผลตอบแทนประมาณ 4-5% ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลไทยช่วงอายุเดียวกัน ให้ผลตอบแทนในระดับที่ต่ำกว่า 2% เท่านั้น อย่างไรก็ตาม SCB CIO คาดการณ์ว่าสิ้นปี 2566 เงินบาทน่าจะอยู่ที่ 33-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์มีผลิตภัณฑ์การลงทุนหลากหลายรูปแบบที่รองรับความต้องการของนักลงทุนที่สนใจลงทุนด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในจังหวะที่เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า โดยผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมี 4 ประเภท ได้แก่ 1) บัญชีเงินฝากออมทรัพย์เงินดอลลาร์ (Foreign Currency Deposit : FCD) คือบัญชีเงินฝากสำหรับบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ต้องการฝากเงินในรูปแบบเงินตราต่างประเทศ เช่น เงินดอลลาร์สหรัฐ ยูโรดอลลาร์ หรือสกุลเงินต่างประเทศอื่น โดยกรณีฝากเงินดอลลาร์สหรัฐนักลงทุนจะได้รับดอกเบี้ยในรูปสกุลเงินดอลลาร์ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนต่างประเทศหรือเก็บเงินตราต่างประเทศไว้รอลงทุน

2.หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดผลตอบแทนขั้นต่ำและผลตอบแทนสูงสุดที่จะได้รับเอาไว้ หรือ Capped Floored Floater ที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยจะอ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ยการกู้ยืมระยะข้ามคืนที่ใช้พันธบัตรรัฐบาลวางเป็นหลักประกัน (SOFR) โดยจะนำอัตราดอกเบี้ย SOFR แต่ละวันในงวดวันพิจารณาอัตราดอกเบี้ย มาคำนวณหาค่าเฉลี่ยด้วยวิธีคิดทบต้น หรือ Compound Average กรณีที่ SOFR เฉลี่ยในรอบ 3 เดือน เท่ากับหรือมากกว่า 4.0% ตราสารจะให้ผลตอบแทนที่ 4.0% กรณีที่ SOFR เคลื่อนไหวในกรอบ 3.75% ถึง 4.0% จะให้ผลตอบแทนเท่ากับดอกเบี้ย SOFR เฉลี่ย แต่หาก SOFR อยู่ต่ำกว่า 3.75% ตราสารจะให้ผลตอบแทนขั้นต่ำที่ 3.75% ในรอบระยะเวลา 3 เดือน ผลิตภัณฑ์นี้จะจ่ายเงินต้นและผลตอบแทนในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีกรอบของผลตอบแทนที่น่าสนใจ

3.หุ้นกู้อนุพันธ์แฝงที่ใช้บริหารจัดการความประสงค์จะใช้สกุลเงินต่างประเทศในอนาคต (Dual Currency Investment : DCI) เป็นหุ้นกู้อนุพันธ์แฝงอีกประเภทที่มีอายุตราสารระยะสั้น เช่น 1 เดือน โดยจะกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเป้าหมายเอาไว้ล่วงหน้า กรณีที่ลงทุนจนครบอายุแล้ว อัตราแลกเปลี่ยนเป็นไปตามที่ตกลงไว้ เช่น เงินบาทแข็งค่า อัตราแลกเปลี่ยนเป็นไปตามที่ตกลงไว้ จะแปลงหุ้นกู้นั้นเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐตามอัตราที่ตกลงไว้ แต่หากเงินบาทอ่อนค่ากว่าอัตราแลกเปลี่ยนเป้าหมาย จะได้รับเงินคืนเป็นเงินต้นสกุลเงินบาทพร้อมผลตอบแทน จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐอยู่แล้ว

4.กองทุนรวมที่ไปลงทุนสินทรัพย์ในต่างประเทศโดยไม่ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ตราสารหนี้ระยะสั้นต่างประเทศ (SCBFST) ที่ไปลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นในรูปสกุลเงินตราต่างประเทศ โดยไม่ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้นักลงทุนได้ประโยชน์จากอัตราผลตอบแทน (Yield) ของพอร์ตลงทุน และส่วนต่างจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งกองทุนนี้มีความเสี่ยงระดับ 4 คือ เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ
กำลังโหลดความคิดเห็น