การ์เดียนกลาส ผู้นำด้านกระจกคุณภาพ พร้อมลงทุนในประเทศไทย พร้อมนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์ในยุคค่าพลังงานสูงขึ้น วางกลยุทธ์การตลาดปี 66 สร้างการรับรู้ในแบรนด์สินค้ามากขึ้น จัดงานฉลองครบรอบ 30 ปี อย่างยิ่งใหญ่พร้อมเปิดตัว Brand Ambassador “อแมนด้า ชาร์ลีน ออบดัม” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ปี 2563 และภาพยนตร์โฆษณา การ์เดียนกลาส เอเชียแปซิฟิก
นายซาช่า เคลงเจล ผู้อำนวยการฝ่ายขาย การ์เดียน กลาส ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวถึงเทรนด์ตลาดกระจกอนาคตในประเทศไทย ว่า ด้วยค่าพลังงานที่เริ่มแพง ไม่ว่าจะเป็นแก๊ส หรือน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูง ทำให้คนในประเทศไทยมีค่าใช้เพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัท การเดียนกลาสฯ มีกระจกที่เหมาะจะใช้ในสิ่งปลูกสร้างที่ช่วยลดการใช้พลังงานภายในอาคารลงได้ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของคนในประเทศไทยได้เป็นอย่างมาก นั่นคือ เทรนด์แรกที่สำคัญที่จะเกิดขึ้น
เทรนด์ถัดมาคือ ด้วยราคากระจกรถยนต์ที่มีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งเราเห็นนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงในอุตสาหกรรมรถยนต์เป็นจำนวนมาก ซึ่งเรามีฐานการผลิตกระจกอยู่ในประเทศไทยใน 2 พื้นที่ คือ ที่จังหวัดระยอง และ สระบุรี โดยโรงงานที่ จ.ระยอง มีความโดดเด่นมากในกระบวนการผลิตกระจกรถยนต์ คือ กระจกสีเขียว และด้วยตำแหน่งของการ์เดียน กลาส เราพร้อมที่จะลงทุนเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระจกสีเขียวมากขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งเราพร้อมรับมือการมาของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV Car)
นายซาช่า กล่าวถึงงานฉลอง 30 ปีในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสของการเริ่มต้นก้าวใหม่ที่เราไม่เคยได้ทำมาก่อน ซึ่งได้รับการตอบรับจากทั้งลูกค้า Influencer สถาปนิก พร้อมทั้งบุคคลสำคัญในวงการกระจกให้ความสนใจและเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยวาระครบรอบ 30 ปีในครั้งนี้ เรามีการจัดงานฉลองและแถลงนโยบาย การ์เดียนกลาส เอเชียแปซิฟิก เพื่อตั้งเป้าการเติบโตในปีหน้า
พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา และ Brand Ambassador คนล่าสุด “อแมนด้า ชาร์ลีน ออบดัม” เพื่อขายฐานการรับรู้เข้าถึงกลุ่มลูกค้า ตั้งเป้ารุกตลาดในปี 2566 อย่างเต็มกำลังพร้อมจัดมอบรางวัล Greatest Appreciation ให้ดีลเลอร์คนสำคัญของ Guardian Asia Pacific ที่อยู่เคียงข้างร่วมเดินทางสู่ความสำเร็จมาด้วยกัน
"ในตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ การ์เดียนกลาส ทำธุรกิจในเมืองไทยและเอเชียแปซิฟิก ทิศทางในตลาดกระจกเราเติบโตเพิ่มมากขึ้นมาโดยตลอด มีการขยายโรงงานการผลิตเพิ่มขึ้นในจังหวัดระยอง และมีการย้ายออฟฟิศมาที่ตึกเอ็มโพเรียมเพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทฯ นอกจากนี้ ในด้านการผลิตสินค้ามีการพัฒนารูปแบบของกระจกคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และมีความหลากหลาย เช่น กระจกเงา กระจกใส กระจกเขียว ควบคู่กับการพัฒนาเพิ่มมูลค่ากระจก เพื่อใช้เป็นวัสดุต่อยอดในชิ้นงานอื่นๆ มากยิ่งขึ้น เช่น กระจกที่ใช้ในชิ้นส่วนรถยนต์ หรืออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น และแม้เราจะไม่มีส่วนแบ่งตลาด (มาร์เกตแชร์) อันดับ 1 แต่ด้วยผู้เล่นในตลาดที่มีประมาณ 2-3 ราย ทำให้มาร์เกตแชร์ในอุตสาหกรรมกระจำไม่ถูกแบ่งออกไปมากนัก และเราเป็นหนึ่งในผู้นำกระจกในประเทศไทยอยู่แล้ว"
นอกจากนี้ การ์เดียนกลาสยังใส่ใจที่จะพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ทั้งด้านการผลิตและการพัฒนาตัวสินค้า มีการพัฒนาตัวกระจกที่สามารถลดการใช้พลังงานในอาคาร ลดการสร้างของเสียจากการใช้พลังงานในตัวอาคาร ถือเป็นการช่วยลดการทำลายสิ่งแวดล้อมได้ดีมากช่องทางหนึ่ง
ซึ่งการเติบโตที่ผ่านมา สัดส่วนการขายภายในประเทศและการส่งออกจะอยู่ที่ 50:50 โดยเฉลี่ยกลุ่มลูกค้าหลักจะเป็นกลุ่ม Modern Trade โรงงานแปรรูปกระจก ผู้ผลิตประตูหน้าต่าง ชิ้นส่วนกระจกรถยนต์ เครื่องทำความเย็น และอื่นๆ ด้วยฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและให้การยอมรับในคุณภาพของการ์เดียนกลาส มาอย่างยาวนาน โดยในปี 2566 เรามีการวางกลยุทธ์ที่จะเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดให้มากยิ่งขึ้น มีแผนมุ่งเน้นไปที่การนำเสนอสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์ สร้างความสะดวกให้ลูกค้าที่จะนำไปต่อยอด พร้อมกับการสร้างการรับรู้ในแบรนด์ของการ์เดียนกลาส ให้เป็นที่จดจำในวงกว้างมากขึ้น
"เรื่องของสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมานั้น สิ่งที่รัฐบาลไทยทำมาโดยตลอดช่วยสนับสนุนให้เรามีตลาดในประเทศไทยได้อยู่บ้าง และเนื่องจากการเดียนกลาสฯ มีตลาดอยู่ต่างประเทศอยู่แล้ว เรามีความคล่องตัวในการเคลื่อนไปต่างประเทศได้บ้าง บางประเทศที่ต้องการใช้กระจก เราก็มุ่งไปประเทศเหล่านี้ได้บ้าง และด้วยโครงข่ายคมนาคมที่พร้อมของประเทศไทย ช่วยสนับสนุนให้เราส่งออกไปค่อนข้างจะง่าย ทำให้เรามีความคล่องตัวสูงในช่วงที่เกิดการระบาดของโควิดที่ผ่านมา แทบจะไม่ Effect กับเรามากนัก" นายซาช่า กล่าว
ภายงานฉลองครบรอบ 30 ปี ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ทางการ์เดียนกลาส เอเชียแปซิฟิก ได้มีการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาการ์เดียนกลาส เอเชียแปซิฟิก และ Brand Ambassador “อแมนด้า ชาร์ลีน ออบดัม” เพื่อต่อยอดให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง นำเสนอภาพลักษณ์แบรนด์ที่ทันสมัย สร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ทั้งทางด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และบุคลิกที่ตรงกับกลุ่มผู้บริโภค
นายซาช่า เคลงเจล กล่าวทิ้งท้ายว่า ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา เราต้องขอขอบคุณในทุกการสนับสนุนที่ทำให้เราได้เติบโต ทั้งการสนับสนุนจากภาครัฐ คู่ค้าภาคธุรกิจ และลูกค้าทุกท่าน เราหวังว่าเราจะได้รับการสนับสนุนเช่นนี้ต่อไป ควบคู่ไปกับการพัฒนาที่เราจะตั้งใจเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ธุรกิจอุตสาหกรรมกระจกในประเทศไทย และเอเชียแปซิฟิกแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น
กระจกการ์เดียน ผู้ผลิตและผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมกระจกคุณภาพ ที่มาพร้อมศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของวัสดุที่น่าทึ่ง ที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทยมายาวนานกว่า 30 ปี


