xs
xsm
sm
md
lg

หุ้น IPO ปี 64-65 ตัวไหนสุดจริง! 10 อันดับหุ้นสร้างเศรษฐี-พาดอย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปี 2564-2565 มีหุ้น IPO ที่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ใน จำนวน 58 หลักทรัพย์ โดยมีหลายหลักทรัพย์ที่มีอัตราผลตอบแทนจากราคาย้อนหลัง นับจากราคา IPO เป็นบวก ระดับเกิน 100.00% ขึ้นไป ขณะเดียวกันมีหลายหลักทรัพย์ ที่ราคาปรับลงแรง ในระดับ 30.00 - 50.00% โดยจัดอันดับ 5 หุ้นที่ ราคาพุ่งแรงที่สุด และ 5 อันดับที่ราคาลงแรงที่สุด นับตั้งแต่ราคาIPO

1. DITTO (บมจ.ดิทโต้ (ประเทศไทย) ราคาปรับเพิ่ม +636.67% จากราคา IPO 7.50 บาท พุ่งไป 55.25 บาท เพิ่ม 47.75 บาท โดยเทรดในตลาด mai กลุ่ม TECH เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 64 ซึ่งเทรดวันแรกปิดเหนือจอง +113.33% ขณะที่มาร์เกตแคปวัน IPO อยู่ที่ 3,300.00 ล้านบาท และ ณ 11 ส.ค. 65 อยู่ที่ 29,171.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25,871.36 ล้านบาท ราคาสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ 94.00 บาท ราคาต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 12.92 บาท เงินปันผลตอบแทน 0.02% P/E Ratio 133.88 เท่า

ธุรกิจจำหน่ายและให้บริการด้านระบบบริหารจัดการเอกสาร เครื่องถ่ายเอกสาร และเครื่องพิมพ์ อย่างครบวงจร และรับเหมาวิศวกรรมด้านเทคโนโลยีสำหรับโครงการของหน่วยงานราชการต่างๆ นาย ธีระชัย รัตนกมลพร ถือหุ้นใหญ่สุด 33.71% และมีเซียนหุ้นคนดังอย่าง เฮียฮงนาย สถาพร งามเรืองพงศ์ ถือในลำดับ3 ถือ 7.76% เสี่ยปู่ นายสมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล ถือในลำดับ 6 ถือ 3.47% นางมณีรัตน์ งามเรืองพงศ์ (แม่ฮง) ถือในลำดับ 6 ถือ 2.26% คาดผลงาน Q2/65 โตตามการรับรู้งานในมือ

2. BE8 (บมจ.เบริล 8 พลัส) ราคาปรับเพิ่ม +487.50% จากราคา IPO 10.00 บาท พุ่งไป 58.75 บาท เพิ่ม 48.75 บาท โดยเทรดในตลาด mai กลุ่มTECH เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 64 ซึ่งเทรดวันแรกปิดเหนือจอง +155.00% ขณะที่มาร์เกตแคปวัน IPO อยู่ที่ 2,000.00 ล้านบาท และ ณ 11 ส.ค. 65 อยู่ที่ 11,750.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,750.00 ล้านบาท ราคาสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ 59.00บาท ราคาต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 23.10 บาท เงินปันผลตอบแทน 0.10% P/E Ratio 132.26 เท่า

ธุรกิจที่ปรึกษาด้าน Digital Transformation ให้บริการแบบครบวงจรในด้านการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) การวิเคราะห์ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล และเป็นตัวแทนจำหน่ายซอฟต์แวร์ของบริษัทชั้นนำ เช่น Salesforce, Google, MuleSoft มีนาย อภิเษก เทวินทรภักติ ถือหุ้นใหญ่สุด 27.18% และมีเซียนหุ้นคนดังอย่าง เฮียฮงนาย สถาพร งามเรืองพงศ์ ถือในลำดับ 3 ถือ 7.99% และคนนามสกุลดังอย่าง นายชัชวาลย์ เจียรวนนท์ ถือในลำดับ 6 ถือ 4.10% ,ไตรมาส 2/65 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 30.01 ล้านบาท เทียบปีก่อน กำไร 22.14 ล้านบาท

3. BBIK (บมจ.ลูบิค กรุ๊ป) ราคาปรับเพิ่ม +338.89% จากราคา IPO 18.00 บาท พุ่งไป 79.00 บาท เพิ่ม 64.00 บาท โดยเทรดในตลาด mai กลุ่ม TECH เมื่อวันที่ 16 กันยายน 64 ซึ่งเทรดวันแรกปิดเหนือจอง +66.67% ขณะที่มาร์เกตแคปวัน IPO อยู่ที่ 1,800.00 ล้านบาท และ ณ 11 ส.ค. 65 อยู่ที่ 7,900.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,100 ล้านบาท ราคาสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ 90.00บาท ราคาต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 27.50 บาท เงินปันผลตอบแทน 0.47% P/E Ratio 96.09 เท่า

ธุรกิจที่ปรึกษาด้านกลุยทธ์ และการจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยี และธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง มีบริษัท บลูบิค กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้นใหญ่สุด 25.00% และมีคนรุ่นใหม่ที่ร่วมก่อตั้ง อย่างนายพชร อารยะการกุล ถือในลำดับ 2 ถือ16.86 % นายปกรณ์ เจียมสกุลทิพย์ ถือในลำดับ 3 ถือ10.01% งบรวม Q2/65 กำไร 32ล้านบาท เทียบปีก่อน กำไร 17 ล้านบาท

4. TQR (บมจ.ที คิว อาร์) ราคาปรับเพิ่ม +160.78% จากราคา IPO 5.10 บาท พุ่งไป 13.30 บาท เพิ่ม 8.20 บาท โดยเทรดในตลาด mai กลุ่ม FINCIAL เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 64 ซึ่งเทรดวันแรกปิดเหนือจอง +200.00% ขณะที่มาร์เกตแคปวัน IPO อยู่ที่ 1,173.00ล้านบาท และ ณ 11 ส.ค. 65 อยู่ที่ 3,059.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,886.00 ล้านบาท ราคาสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ 18.20 บาท ราคาต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 10.00 บาท เงินปันผลตอบแทน 2.39% P/E Ratio 38.20 เท่า

ธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อ มี บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นใหญ่สุด 44.43% และบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ถือในลำดับ 6 ถือ 0.87% งบรวมไตรมาส 2/65 กำไร 26.90 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนกำไร 57.00 ล้านบาท

5. HL (บมจ.เฮลท์ลีด) ราคาปรับเพิ่ม +142.86% จากราคา IPO 9.80 บาท พุ่งไป 23.80 บาท เพิ่ม 14.00 บาท โดย HL เทรดในตลาด mai กลุ่ม SERVICE เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 64 ซึ่งเทรดวันแรกปิดเหนือจอง +32.65% ขณะที่มาร์เกตแคปวัน IPO อยู่ที่ 2,665.60 ล้านบาท และ ณ 11 ส.ค.65 อยู่ที่ 6,473.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,808.00 ล้านบาท ราคาสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ 32.00 บาท ราคาต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 12.80 บาท เงินปันผลตอบแทน 0.67% P/E Ratio 67.81 เท่า

ธุรกิจ Holding Company โดยปัจจุบันลงทุนในธุรกิจร้านขายยา จำหน่ายยา เวชภัณฑ์ เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อุปกรณ์การแพทย์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต่างๆ มีนางมัทยา พันธุกานนท์ ถือหุ้นใหญ่สุด 43.15% และมีเซียนหุ้นคนดังอย่างนาย พีรนาถ โชควัฒนา ถือในลำดับ 9 ถือ 0.94% และน.พ. พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี ถือในลำดับ 10 ถือ 0.85% งบรวมไตรมาส2/65 กำไร 22.81 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนกำไร 17.90 ล้านบาท

ส่วน 5 อันดับที่ปรับลงแรงที่สุดคือ

1. NV (บมจ.โนวา ออร์แกนิค) ราคาปรับลด -57.68% จากราคา IPO 6.90 บาท ร่วงลงมาอยู่ที่ 2.92 บาท ลดลง 3.98 บาท โดย เทรดในตลาดSET กลุ่ม CONSUMP เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 64 ซึ่งเทรดวันแรกปิดต่ำจอง -13.04% ขณะที่มาร์เกตแคปวัน IPO อยู่ที่ 4,140.00 ล้านบาท และ ณ 11 ส.ค. 65 อยู่ที่ 1,752.00 ล้านบาท ลดลง 2,388.00 ล้านบาท ราคาสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ 7.60บาท ราคาต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 2.56 บาท เงินปันผลตอบแทน 11.99% P/E Ratio 195.87 เท่า

ธุรกิจประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มีส่วนประกอบหลักมาจากวัตถุดิบที่หลากหลาย และธุรกิจรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (OEM) มี บริษัท โนวา ออร์แกนิค โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้นใหญ่สุด 34.63% และมีคนจากตระกูลจันทร์จุฑามาศ คือ นายนวพล ถือในลำดับ 2 ถือ 19.44% นางยุพิน ถือในลำดับ 3 ถือ15.19% งบรวมไตรมาส 2/65 ยังไม่ออก

2. CV (บมจ.โคลเวอร์ เพาเวอร์) ราคาปรับลด -43.59% จากราคา IPO 3.90 บาท ร่วงลงมาอยู่ที่ 2.20 บาท ลดลง 1.70 บาท) โดย เทรดในตลาด SET กลุ่ม ENERG เมื่อวันที่ 2 กันยายน 64 ซึ่งเทรดวันแรกปิดเหนือจอง +0.51% ขณะที่มาร์เกตแคปวัน IPO อยู่ที่ 4,992.00 ล้านบาท และ ณ 11 ส.ค. 65 อยู่ที่ 2,816.00 ล้านบาท ลดลง 2,176.00 ล้านบาท ราคาสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ 4.32บาท ราคาต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 2.04 บาท เงินปันผลตอบแทน 1.07% P/E Ratio 20.29 เท่า

ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ธุรกิจด้านวิศวกรรม และธุรกิจอื่นที่สนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องด้านพลังงานแบบครบวงจร มีนาย เศรษฐศิริ ศักดิ์สิทธิเสรีกุล ถือหุ้นใหญ่สุด 27.54% และมีคนนามสกุลดังร่วมถือหุ้นหลายคนเช่น นาง อาทิตยา ชาญวีรกูล ถือในลำดับ 6 ถือ 2.35% นายโกมล จึงรุ่งเรืองกิจ ถือในลำดับ 7 ถือ 1.52% นางหทัยรัตน์ จุฬางกูร ถือในลำดับ 8 ถือ 1.41% งบรวมไตรมาส 2/65 กำไร 19.82 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนกำไร 16.48 ล้านบาท

3. AMR (บมจ.เอเอ็มอาร์ เอเซีย) ราคาปรับลด -36.81% จากราคา IPO 6.90 บาท ร่วงลงมาอยู่ที่ 4.36 บาท ลดลง 2.54 บาท โดย เทรดในตลาด SET กลุ่ม TECH/ICT เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 64 ซึ่งเทรดวันแรกปิดเหนือจอง +0.72% ขณะที่มาร์เกตแคปวัน IPO อยู่ที่ 4,140.00 ล้านบาท และ ณ 11 ส.ค. 65 อยู่ที่ 2,616.00 ล้านบาท ลดลง 1,524.00 ล้านบาท ราคาสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ 7.05บาท ราคาต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 4.32 บาท เงินปันผลตอบแทน 3.67% P/E Ratio 17.06 เท่า

ธุรกิจให้บริการงานวิศวกรรมออกแบบและเชื่อมต่อระบบไอทีโซลูชั่น รวมถึงบริการดูแลรักษาและซ่อมบำรุงแบบครบวงจร และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไอทีโซลูชั่นทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ มีนาง สุชาดา มงคลดี ถือหุ้นใหญ่สุด 12.82% และมีตระกูล อารีกุล ถือในลำดับ 2 ,8,9,10 รวม 18.44% งบรวมไตรมาส 2/65 กำไร 1.79 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนกำไร 49.96 ล้านบาท

4. JP (บมจ.โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย)) ราคาปรับลด -35.71% จากราคา IPO 7.00 บาท ร่วงลงมาอยู่ที่ 4.50 บาท ลดลง 2.50 บาท โดย เทรดในตลาด mai กลุ่ม CONSUMP เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 64 ซึ่งเทรดวันแรกปิดเหนือ จอง +47.14% ขณะที่มาร์เกตแคปวัน IPO อยู่ที่ 3,185.00 ล้านบาท และ ณ 11 ส.ค. 65 อยู่ที่ 2,047.50 ล้านบาท ลดลง 1,137.50 ล้านบาท ราคาสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ 12.10 บาท ราคาต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 4.16 บาท เงินปันผลตอบแทน 0.29% P/E Ratio N/A เท่า

ธุรกิจพัฒนา ผลิตและจําหน่ายยาแผนปัจจุบัน ยาแผนโบราณ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เวชภัณฑ์ และแอลกอฮอล์ทำความสะอาด มีบริษัท สุภาพ กรุ๊ป จำกัด ถือหุ้นใหญ่สุด 32.97% งบรวมไตรมาส 6M/65 ขาดทุน -23.43 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนกำไร 19.37 ล้านบาท

5. DMT (บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง) ราคาปรับลด -33.75% จากราคา IPO 16.00 บาท ร่วงลงมาอยู่ที่ 10.60 บาท ลดลง 5.40 บาท โดยเทรดในตลาด SET กลุ่มTRANS เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 64 ซึ่งเทรดวันแรกปิดต่ำจอง -0.62% ขณะที่มาร์เกตแคปวัน IPO อยู่ที่ 18,899.72 ล้านบาท และ ณ 11 ส.ค. 65 อยู่ที่ 12,521.07 ล้านบาท ลดลง 6,378.65 ล้านบาท ราคาสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ 13.80 บาท ราคาต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 10.10 บาท เงินปันผลตอบแทน 3.02% P/E Ratio 30.88 เท่า

ธุรกิจบริหารโครงการสัมปทานทางยกระดับดอนเมืองช่วงดินแดงจนถึงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ อายุสัมปทานสิ้นสุดวันที่ 11 กันยายน 2577 มี บริษัท ธานินทร์ โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้นใหญ่สุด 25.68% และมีกระทรวงการคลัง ถือในลำดับ 2 ถือ 22.13%ร.ต. สมบัติ พานิชชีวะ ถือในลำดับ 4ถือ 10.17% บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ถือในลำดับ 5 ถือ 2.58% งบรวมไตรมาส 2/65 กำไร 186.23 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนกำไร 63.14 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าใน TOP 5 จะเป็นหุ้นในกลุ่ม ตลาด mai และอยู่ในกลุ่ม TECH และมี 2 หุ้น (DITTO-BE8 ที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่คนเดียวกันนั้นคือ เฮียฮง นายสถาพร งามเรืองพงศ์ นั่นเอง!