“ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” เผยผลตอบรับคอนโดอัลตราลักชัวรี่ “ดุสิต เรสซิเดนเซส” และ “ดุสิต พาร์คไซด์” ดีเกินคาดกวาดยอดขาย 40% ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 มั่นใจอายุสัญญาเช่า 58 ปี นานกว่าคู่แข่งในทำเลเดียวกันเท่าตัว รองรับการอยู่อาศัยคนถึง 2 เจเนอเรชัน พร้อมเดินหน้าโรดโชว์ประเทศเป้าหมาย เอเชียและกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง
น.ส.ละเอียด โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิมานสุริยา จำกัด ผู้บริหารโครงการ “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” กล่าวว่า ปัจจุบันโครงการที่อยู่อาศัย “ดุสิต เรสซิเดนเซส” และ “ดุสิต พาร์คไซด์” ภายในโครงการ “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” มียอดขายแล้วกว่า 40% โดยลูกค้าหลักเป็นกลุ่มคนไทยกำลังซื้อสูง แม้ว่าตลอดช่วงเวลา 18 เดือนที่ผ่านมาจะอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ตาม ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 64 ที่ผ่านมาโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์คให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่มมีกำลังซื้อสูงชาวไทยเป็นหลักเพราะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากโควิดน้อย ประกอบกับข้อจำกัดของการเดินทางของชาวต่างชาตินับตั้งแต่ปี 63 บริษัทจึงได้ปรับเป้าหมายการขายจากลูกค้าชาวไทยเพิ่มขึ้นเป็น 65% และชาวต่างชาติ 35% จากเดิมที่เคยตั้งเป้าหมายชาวไทย 60% และชาวต่างชาติ 40%
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาคนไทยเริ่มเข้าใจและยอมรับกับตลาดคอนโดมิเนียมลีสโฮลด์ (Leasehold) มากขึ้น โดยเฉพาะคอนโดในย่านราชดำริ ราชประสงคฺ หลังสวน และสีลม ซึ่งมีดีมานด์ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น แม้ว่า “ดุสิต เรสซิเดนเซส” และ “ดุสิต พาร์คไซด์” จะเป็นโครงการลีสโฮลด์ แต่ยังได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าคนไทย และต่างชาติ เนื่องจากอายุสัญญาเช่าของโครงการดังกล่าวมีอายุสัญญานานถึง 58 ปี ทำให้ได้เปรียบโครงการลีสโฮลด์ต่างๆ ในทำเลเดียวกัน ซึ่งมีอายุสัญญาเพียง 30 ปี เนื่องจากโครงการนี้สามารถส่งมอบให้แก่ทายาทในรุ่นถัดไปได้ หรือสามารถรองรับผู้อยู่อาศัยได้ถึง 2 เจเนอเรชัน แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยของโครงการ “ดุสิต เรสซิเดนเซส”จะอยู่ที่ 340,000 บาทต่อตารางเมตรซึ่งอาจสูงกว่าโครงการอื่นๆ ในทำเลเดียวกันก็ตาม
“ในด้านกลยุทธ์การตลาด นอกจากเราจะมีฐานลูกค้าที่มีความเชื่อมั่นในแบรนด์ดุสิตแล้ว เรายังต้องขอบคุณความร่วมมือและการช่วยเหลือจากพันธมิตรทางธุรกิจของเราหลายราย ทำให้เรามีโอกาสเข้าถึงกลุ่มลูกค้าตลาดบนที่เป็น end-user ได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดี ทีมงานยังคงให้ความสำคัญกับลูกค้าชาวต่างชาติ มีการจัดแผน roadshow ไปยังประเทศต่างๆ ที่ตั้งใจไว้ในปีนี้ โดยจะเริ่มจากประเทศในเอเชียและตะวันออกกลาง ซึ่งดุสิตมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง เชื่อว่าเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มคลี่คลาย เราจะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายนี้ได้ไม่ยากนัก” น.ส.ละเอียด กล่าว
น.ส.ละเอียด กล่าวเสริมว่า นอกจากกลยุทธ์การตลาดที่ช่วยสนับสนุนยอดขายที่น่าพอใจในช่วงที่ผ่านมา ปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการ “ดุสิต เรสซิเดนเซส” และ “ดุสิต พาร์คไซด์” ได้รับการตอบรับที่ดีคือลักษณะเด่นของโครงการ ซึ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งที่ตั้งของโครงการฯ ที่สีลม-พระราม 4 ซึ่งเป็นทำเลติดอันดับราคาที่ดินสูงที่สุดในกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับสวนลุมพินี สวนสาธารณะขนาดใหญ่ การออกแบบทั้งสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในโดยดีไซเนอร์ระดับโลก โดยเป็นการผสมผสานคุณค่าดั้งเดิมของดุสิตธานี กับดีไซน์ทันสมัยในมาตรฐานสากลอย่างลงตัว และจุดขายที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือปรัชญาการให้บริการที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ “ดุสิตธานี” ทั้งการดูแลด้วยความอบอุ่น และให้บริการด้วยความใส่ใจ
ในส่วนของตลาดที่อยู่อาศัยในประเทศไทยยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด โดยในปี 64 จำนวนโครงการเปิดใหม่ปรับลดลงจากปีก่อนหน้าถึง 17% (จากข้อมูลของ Agency for Real EstateAffairs - AREA) ขณะที่ยอดขายยังขยายตัวได้ใกล้เคียงกับปี 63 โดยได้ปัจจัยหนุนหลักมาจากกลุ่มตลาดระดับบนที่ยังคงมีกำลังซื้อและมาตรการภาครัฐช่วยกระตุ้นการซื้อขาย คาดว่าปี 65 ตลาดจะยังไม่กลับมาเติบโตเหมือนช่วงก่อนโควิด เนื่องยังมีข้อจำกัดเรื่องการเดินทาง รวมทั้งกำลังซื้อของลูกค้าที่คาดหวังการซื้อเพื่อลงทุน
“สถานการณ์โควิดทำให้กลุ่มนักลงทุนหลายกลุ่มหายไปจากตลาดโดยเฉพาะลูกค้าที่คาดหวังการซื้อเพื่อลงทุนโดยการปล่อยเช่า คิดว่ากำลังซื้อของนักลงทุนกลุ่มนี้ยังมีอยู่แต่คงยังไม่ได้กลับมาในระยะเวลาอันใกล้ ดังนั้น การให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าที่อยู่จริงจึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับช่วงเวลานี้ โดยเฉพาะในโครงการระดับอัลตราลักชัวรีที่ลูกค้าต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน รวมไปถึงมีการเปรียบเทียบโครงการหลายๆ โครงการ จึงเป็นหน้าที่สำคัญของทีมเราที่จะสื่อสารให้ลูกค้าเข้าใจถึงคุณค่าและประสบการณ์ที่ดีที่สุดที่โครงการของเราพร้อมจะมอบให้” น.ส.ละเอียด กล่าว
นอกเหนือจากโครงการที่อยู่อาศัยโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ยังประกอบไปด้วยโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ (Dusit Thani Bangkok Hotel) รูปโฉมใหม่ที่จะยังคงเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของอาคารเดิม พร้อมด้วยห้องพักจำนวน 259 ห้อง ศูนย์การค้าภายใต้ชื่อ เซ็นทรัลพาร์ค (Central Park) ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 80,000 ตารางเมตร และอาคารสํานักงานเกรด A เซ็นทรัล พาร์ค ออฟฟิศเซส (Central Park Offices) 40 ชั้น บนพื้นที่รวมทั้งหมด 90,000 ตารางเมตร
น.ส.ละเอียด ให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับความคืบหน้าการก่อสร้างว่าในเดือนกันยายน 64 ที่ผ่านมา วิมานสุริยาได้ประกาศแต่งตั้งให้ บริษัท ฤทธา จำกัด เป็นผู้รับเหมาหลักของโครงการดุสิตเซ็นทรัล พาร์ค มีกำหนดเริ่มงานก่อสร้างอาคารโรงแรมตั้งแต่ช่วงต้นของปี 65 นอกจากนี้ ได้เริ่มมีการก่อสร้างฐานรากของอาคารสำนักงานอาคารที่พักอาศัยและอาคารศูนย์การค้า ทั้งนี้ คาดว่าโรงแรมจะเป็นส่วนที่ก่อสร้างเสร็จก่อนเป็นส่วนแรกในช่วงต้นปี 67 ในขณะที่อาคารสำนักงานและห้างสรรพสินค้าจะแล้วเสร็จกลางปี 67 ส่วนโครงการที่พักอาศัยจะเป็นส่วนสุดท้าย คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 68
สำหรับโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค เป็นโครงการพัฒนาอสังหาฯ ร่วมทุนระหว่าง บมจ.ดุสิตธานี และ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนามูลค่าโครงการรวม 46,000 ล้านบาท พัฒนาโครงการบนพื้นที่ 23 ไร่ บริเวณหัวมุมถนนสีลม ตรงข้ามสวนลุมพินี สุดยอดทำเลดีที่สุดใจกลางย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพมหานคร ในโครงการประกอบด้วย โรงแรมอาคารที่พักอาศัย อาคารสำนักงานและศูนย์การค้าโดยมีรูฟพาร์ค สวนสาธารณะบนชั้นดาดฟ้าเป็นพื้นที่สีเขียวพิเศษขนาดใหญ่ 7 ไร่ ใช้เป็นพื้นที่สาธารณะ ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการประมาณปี 68