xs
xsm
sm
md
lg

บจ.ตัวแทนขายไอโฟนยิ้ม กระแสตอบรับคึกหนุนรายได้ Q4 พุ่ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บจ.ตัวแทนจำหน่ายไอโฟนยิ้ม กระแสตอบรับไอโฟน 13 เกินคาด ขณะราคาหุ้นวิ่งรับข่าวเขียวเกือบทั้งแผง ผู้บริหารประสานเสียงรายได้จากการขายไอโฟนปีนี้สูงกว่าปีก่อน เพราะเปิดตัวเร็วแถมราคาขยับขึ้นชัดเจน โบรกฯ เชื่ออุปสงศ์สินค้ามือถือและอุปกรณ์ IT ครึ่งปีหลังยังดีต่อเนื่อง แถมได้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การปลดล็อกและเปิดรับนักท่องเที่ยว ส่งผลให้เป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มที่รับผลบวก ดันผลงาน Q4 สดใส

ไตรมาส 4 ถือเป็นช่วงไฮซีซันของหุ้นกลุ่มไอที ส่วนหนึ่งเพราะบริษัทที่เป็นตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถืออย่าง Iphone เปิดตัวรุ่นใหม่ และปีนี้ก็เช่นกัน วันเปิดตัว Iphone 13 ราคาหุ้นตัวแทนจำหน่ายวิ่งแดนบวกมาทั้ตลอดทั้งสัปดาห์ก่อน เพราะเม็ดที่จะทำให้รายได้เข้ามาสู่ตัวแทนจำหน่าย

บริษัทจดทะเบียน( บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหลายแห่งที่เป็นตัวแทนจำหน่ายต่างยิ้มรับผลประกอบการเพราะปีนี้ไอโฟนเปิดตัวเร็วกว่าทุกปีและราคาขายก็ปรับขึ้นมาอีกระดับ ในที่นี้จะกล่าวถึง บจ.ที่ขายเฉพาะเครื่องเปล่า (ไม่รวมผู้ให้บริการเครือข่ายพร้อมจำหน่ายเครื่อง ) ประกอบด้วย บจ. 5 แห่ง คือ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7,บริษัท คอปเปอร์ ไวร์ด จำกัด (มหาชน) หรือ CPW , บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SPVI ,บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX, บริษัท เจ มาร์ท โมบาย จำกัด ในเครือบริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ซึ่งหุ้นเขียวแทบทุกตัว

ทั้งนี้ วันที่เปิดให้จอง ไอโฟน 13คือ 1 ตุลาคมนั้น ราคาหุ้นในกระดานของทั้งตัวแทนจำหน่ายไอโฟนคึกคักมาก ราคาเทรดบวกทั้งวัน เมื่อปิดตลาดพบว่ามีเพียง COM 7 ที่ราคาปิดลดลงมาปิดที่ 66.25 บาท ลดลง -1.00 บาทหรือ -1.49% ขณะที่หุ้นตัวอื่น ปิดบวกถ้วนหน้าทั้ง SYNEX ปิดที่ 23.50 บาท เพิ่มขึ้น+0.30 บาทหรือ +1.29% , SPVI ปิดที่ 6.20 บาท เพิ่มขึ้น +0.10 บาทหรือ +1.64% , CPW ปิดที่ 4.06 บาท เพิ่มขึ้น +0.04 บาท หรือ +1.00% และ JMART ปิดที่ 39.75 บาท เพิ่มขึ้น+0.25 บาทหรือ +0.63 %

COM7 มั่นใจรายได้ขายไอโฟนปีนี้สูงกว่าทุกปี

นายสุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7  เปิดเผยการไอโฟน 13 จะได้กระแสตอบรับที่ดี เพราะสินค้าแอปเปิ้ล หลายผลิตภัณฑ์เป็นที่นิยมจากลูกค้าอยู่แล้ว ซึ่ง COM7 มีสัดส่วนรายได้จากการขายสินค้าแอปเปิ้ล 40% ถือเป็นผู้ขายรายใหญ่ของอาเซียน และเชื่อว่าไอโฟนรุ่นใหม่ที่ออกปีนี้เชื่อว่าจะมียอดขายมากกว่าปีที่ผ่านมา ตามจำนวนวันขายที่มากกว่า เพราะปีที่ผ่านมา ไอโฟน 12 ใช้เวลาเพียงแค่ 10 วันเท่านั้น

ขณะที่ปีนี้ COM7 บริษัทเปิดจองไอโฟน 13 ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ทำให้มีระยะเวลาการขายมากกว่า 3 เดือน จากสาขาที่มีอยู่เกือบ 1 พันแห่ง จึงเชื่อว่ารายได้จากไอโฟนจะเข้ามาปีนี้สูงกว่าปีก่อนมาก

“ไตรมาส 3 แม้จะปิดสาขาในห้างสรรพสินค้าเพราะตามมาตรการล็อกดาวน์ แต่ผลงานยังเติบโต เพราะบริษัทได้ปรับตัวช่องทางขายด้วยการตั้งร้าน Stand Alone ตาม ปั๊มน้ำมันหรือสถานที่ต่างๆ ในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบเพื่อช่วยให้มีการเข้าถึงได้ง่าย และยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปีนี้ที่ 20% เมื่อเทียบจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 37,352.90 ล้านบาท” นายสุระกล่าว

โบรกให้ราคา COM7 เป้าหมาย 83.50 บ.

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) แนะนำ หุ้น "COM7 " ให้ ราคาเป้าหมาย 82 บาท คาดอุปสงศ์สินค้ามือถือและอุปกรณ์ IT ยังคงดีต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี ผสานกับการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี (SG&A/Sale ลดลงต่อเนื่อง) และมีการปรับ Product mix ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในช่วงไตรมาส 2 ปี64 ขึ้นสู่ระดับ 13.4% และอัตรากำไรสุทธิทำจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ 5.1%

บริษัทหลักทรัพย์ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า COM7 ได้รับประโยชน์จากการเปิดตัวไอโฟน 13 ใหม่ คาดว่าจะดึงยอดขายในช่วงไตรมาส 4 ได้ดี อีกทั้งจะปรับขึ้นราคาขายสำหรับสินค้า IT บางโมเดลด้วย สำหรับระยะกลางจะได้รับผลดี จากการขยายสาขาใหม่ต่อเนื่อง และการเปลี่ยนระบบการใช้จาก 4G เป็น 5G ทำให้ผู้บริโภคต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่ที่จะสามารถรองรับได้ ส่วนกำไรได้รับผลกระทบจำกัดในช่วงล็อกดาวน์ไตรมาส 3 ด้วยการควบคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ คงคำแนะนำ "ซื้อ" ด้วยราคาพื้นฐาน 83.50 บาท

SPVI ครึ่งปีหลังยอดขายแบรนด์ Apple พุ่ง

นายไตรสรณ์ วรญาณโกศล กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SPVI มองประเด็นการจำหน่ายสินค้าใหม่ 2 ประเด็นคือ ซัพพลายหรือสินค้าที่จะนำเข้าในประเทศไทย และกำลังซื้อจากผู้บริโภค หากมีจำนวนซัพพลายมาก และรองรับความต้องการของลูกค้าได้เพียงพอ คาดกระแสสินค้าใหม่อย่างไอโฟน 13 จะช่วยผลักดันยอดขายให้เติบโตสูงขึ้น และบริษัทมีฐานลูกค้าในระบบ ที่เปลี่ยนอุปกรณ์สื่อสารทุกปี โดยคิดเป็นสัดส่วน 10-20% หากรักษาฐานกลุ่มนี้ได้ คาดทิศทางการจองและจำหน่ายสินค้าใหม่จะมีแนวโน้มที่ดี เมื่อเทียบกับการจำหน่ายไอโฟน 12 ที่ผ่านมา

โดยปีนี้ SPVI ปรับการขายสินค้าด้วยการเน้นสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะ Shopee ซึ่งบริษัทมียอดขายเป็น Best Seller หรือสินค้าขายดีของแพลตฟอร์มดังกล่าว และมีมาร์เก็ตแชร์สูง อีกทั้งคาดช่วงปลายปี โปรโมชั่นและกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ จะหนุนยอดขายให้เติบโตต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และรัฐก็คลายมาตรการล็อกดาวน์ เชื่อว่าจะทำให้ยอดขายเติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 10% ซึ่งสินค้าที่เป็นตัวหลักยังคงเป็นแบรนด์ Apple สัดส่วน 80% และการบริการ 20% จึงมองว่าทิศทางธุรกิจครึ่งหลังปี 64 จะดีกว่าครึ่งปีแรก

บล.คิงส์ฟอร์ต แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” หุ้น SPVI ให้ ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 8.00 บาท แม้ว่าผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 3/64 จะถูกกดดันจากการปิดสาขาจำนวนมากสืบเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 แต่ยังมี Demand จากการ Work/Learn from Home เข้าช่วย ขณะที่ ปัจจุบันเข้าสู่ High Season ในไตรมาส 4/64 อีกทั้งยังได้ประโยชน์จากมาตรการผ่อนคลายการควบคุมโรค และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ซึ่งช่วยในส่วนของแรงซื้อผู้บริโภค ส่วนสินค้าหลักจากค่าย Apple ยังเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยม โดย iPhone 13 ซึ่งได้เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ได้รับการตอบรับดี

SYNEX รับอานิสงส์ไอโฟน 13 หนุนขายโต

นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX  กล่าวว่าการเปิดขายไอโฟน 13 เป็นผลบวกต่อธุรกิจอย่างชัดเจน เพราะเป็นสินค้าได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี และจะเป็นปัจจัยช่วยสนับสนุนยอดขายให้ดียิ่งขึ้น เพราะ SYNEX ได้อานิสงส์ ในฐานะดิสทริบิวเตอร์ผู้นำด้านไอทีอีโคซิสเต็ม ที่มีพอร์ตสินค้ากลุ่ม Apple จัดจำหน่ายไปยังฐานลูกค้าทั่วประเทศ และถือว่าปีนี้เปิดตัวเร็วกว่าปีที่ผ่านมา แถมยังมี iPad และ Apple Watch ที่ถือได้ว่าความร้อนแรงไม่แพ้กัน นับว่าเป็น High Season ของสินค้าไอทีช่วงไตรมาส 4 คึกเป็นพิเศษ

“ผลประกอบการไตรมาส 4 คาดเติบโตค่อนข้างชัดเจน เพราะได้รับแรงสนับสนุนจากผลิตภัณฑ์ APPLE ที่เปิดตัวใหม่ ประกอบกับการคลาย ล็อกดาวน์ของภาครัฐประกอบกับน่าจะได้แรงหนุนของ ไอโฟน 13 รวมทั้งธุรกิจใหม่ของบริษัทที่จะเข้ามาเพิ่ม ตลอดจนปัญหาซัพพลายที่น่าจะคลี่คลายได้ทั้งหมด” นางสาวสุธิดากล่าว

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมิน SYNEX คาดได้อานิสงส์เชิงบวกจากการเปิดตัวสินค้าใหม่ของ Apple เมื่อคืนที่ผ่านมา และคาดเริ่มวางขายในไทยภายในเดือน ต.ค. ทำให้โมเมนตัมกำไรเป็นขาขึ้นในไตรมาส 4 ปีนี้และไตรมาสแรกปี 65 จาก High Season โดยบริษัทจะเน้นกลยุทธ์เพิ่มสินค้า House Brand เพื่อเพิ่ม Margin รวมถึงระยะยาวเตรียมรุกตลาดสินค้า IT มือสองผ่าน JV SWOPMART คาดกำไรปี 64-65 โต 22% และโต 29% ตามลำดับ แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายเบื้องต้น 30-33 บาท ส่วนเชิงเทคนิคแนวรับ 25//25.75-26 บาท แนวต้าน 27/28 บาท

CPW เชื่อ iPhone 13 ดันผลงานสดใส

นายปรเมศร์ เหรียญเจริญสุข ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอปเปอร์ ไวร์ด จำกัด (มหาชน) หรือ CPW ว่าเผยว่ากระแสของiPhone 13 ยังคงคึกคัก เพราะมีลูกค้าสนใจจองซื้อสูงจนสินค้ามีไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า และเป็นแรงหนุนให้ผลประกอบการของ CPW ในฐานะตัวแทนจำหน่ายสินค้า Apple ดีเหมือนเช่นทุกปี และ CPW พร้อมจำหน่ายสินค้าทั่วประเทศ รวม 40 สาขา โดยผ่านร้าน Apple Brand Shop ทั้ง iStudio by copperwired 14 สาขา และ U-Store by copperwired 4 สาขา รวมทั้ง ในร้าน.life (ดอทไลฟ์) 22 สาขา รวมทั้ง iPad และ Apple Watch ที่มาพร้อมการก้าวเข้าสู่ 5G อย่างเต็มรูปแบบ อีกทั้งอุปกรณ์สื่อสารและเทคโนโลยีแบรนด์ Apple ซึ่ง CPW ได้จับมือ AIS จัดโปรโมชันบัตรเครดิตที่ร่วมรายการเพิ่มการตัดสินใจซื้อให้ง่ายขึ้น

ขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัทฯ เดินหน้าขยายพอร์ตสินค้าเทคโนโลยี ตอกย้ำการเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีก และค้าส่งสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของเมืองไทย แม้ว่าสัดส่วนรายได้จากการขายสินค้า Apple ถึง 83.07 % ของรายได้ ล่าสุด CPW รับโอนกิจการและทรัพย์สินบางส่วนของบริษัท ไอบิส พลัส เน็ทเวอร์ค จำกัด (IBIZ Plus) ตามแผนการลงทุนขยายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เสริมแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ เพิ่มเติม

บล. ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  ประเมิน CPW แนะนำ "ซื้อ" หุ้น CPW ให้ราคาเป้าหมาย 4.96 บาท แม้มุมทางผู้บริหาร CPW จะยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2564 คาดเติบโต 20% จากปีก่อน แต่ทางฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่าเป้าหมายดังกล่าวถือเป็นเป้าหมายขั้นต่ำเท่านั้นที่บริษัทจะทำได้ และมองว่าน่าจะออกมาดีกว่าวางไว้ โดยมองแนวโน้มผลงานช่วงครึ่งหลังปี 2564 มีโอกาสฟื้นตัวต่อจากแนวโน้มสถานการณ์โควิด-19 ค่อยๆ คลี่คลายลง หลังมีการจัดหาและเร่งระดมฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั่วประเทศ พร้อมทั้งตั้งเป้าการเปิดประเทศ ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยผลักดันความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้นจากความคาดหวังของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม คาดกำไรสุทธิปี 2564 ไว้ระดับ 85 ล้านบาท เติบโต 55.3% จากปีก่อน ภายใต้สมมติฐานรายได้คาดเติบโต 22% จากปีก่อน อีกทั้งบริษัทยังมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง จึงมองเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน

เครือ JMART มั่นใจหนุน Q4 นิวไฮ

นายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท โมบาย จำกัด หรือ Jaymart Mobile ผู้ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยี มือถือ และอุปกรณ์เสริมในเครือบริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เผยว่า บริษัทฯ ได้รับอานิสงส์ในการเปิดตัวสินค้าใหม่เรือธงล่าสุดของ Apple รุ่นไอโฟน 13 ซึ่งเป็นช่วงเวลาวางจำหน่ายเร็วกว่ารุ่นไอโฟน 12 อีกทั้ง กระแสวันเปิดจองที่เข้ามาถือว่าคึกคักอย่างมาก เป็นอีกปรากฏการณ์ใหม่ที่ได้รับความสนใจจากสาวก Apple เป็นอย่างดี สะท้อนภาพรวมตลาดมือถือและอุปกรณ์เทคโนโลยีคึกคัก โดยเฉพาะรุ่น 5G เจมาร์ท โมบาย ได้รับประโยชน์ในฐานะผู้นำค้าปลีกที่จัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนรายใหญ่ ผ่านช่องทางสาขาที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และเครือข่ายการขายผ่านช่องทางบริษัทในเครือเจมาร์ท และช่องทางออนไลน์สนับสนุน จึงมองว่า การเปิดตัวไอโฟน13 และสินค้าใหม่แบรนด์ชั้นนำที่เปิดตัวในช่วงไฮซีซั่น จะสนับสนุนให้ไตรมาส 4 ปี64 เจมาร์ทสามารถทำนิวไฮเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี และตั้งเป้าเจมาร์ทโมบายปีนี้ยอดขายเติบโต 15%

บล. โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า JMART ราคาหุ้น ซื้อขาย PER ที่ 27 เท่า ยังเหมาะสม และยังลงทุนได้ ปรับราคาเป้าหมายเป็น 50 บาท อัพไซด์กว่า 25% คาดได้ประโยชน์จากการ ร่วมถือหุ้นจากเครือ BTS ที่โดยรวมจะมีเงินเพิ่มเข้ามาอีก 2.5 หมื่นล้านบาท นำไปขยายธุรกิจที่ยังอยู่ในช่วงเติบโตสูง รวมถึงระยะกลางยาวคาดหวัง Synergy จากการร่วมมือกัน

โดยรวมคาดกำไรสุทธิปีนี้ ที่ 1,344 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% และกำไรปี 2565 ประเมินกำไรเพิ่มขึ้น 45% เพราะภาพรวมอยู่ในจุดที่ดีมากและเก็บเกี่ยวผลจากธุรกิจลูก ที่ยังเป็นขาขึ้นทั้งหมด นำโดยบริษัทหลัก JMT กำไรสุทธิ เป็น New high ต่อเนื่อง โดยเฉพาะงบไตรมาสที่ 3/2564 จากการขยายพอร์ตหนี้และ มีกองหนี้ตัดต้นทุนหมดในครึ่งปีหลัง 2564 ขณะที่ SINGER เด่นมากทั้งธุรกิจใหม่จำนำทะเบียนรถ และธุรกิจเดิมเช่าซื้อ รวมทั้งบริษัท J-turnaround, J-Fintech ได้พันธมิตรแข็งแกร่งและเริ่มฟื้นตัว และ บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด ได้รับอานิสงส์จากการเปิดเมือง








กำลังโหลดความคิดเห็น...