xs
xsm
sm
md
lg

จากหน้ากระดาษ สู่ตลาด NFT : Let’s Comic / ธัญลักษณ์ เตชศรีสุธี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ห้วงยามนี้ ศิลปินไทยมากหน้าหลายตาพากันอวดโฉมผลงาน ผ่านโลก NFT อย่างคึกคัก ด้วยหลากหลายไอเดียที่น่าสนใจ อาทิ เหล่า GANGSTER ALL STAR ผลงานรวมชาวแก๊งค์หลากดีไซน์ โดย THE DUANG, ผลงานตุ๊กตาและผองสัตว์สุดน่ารักจากหลายศิลปิน, รวมคอลเลกชั่นผลไม้ที่ทั้งน่าทานและน่าสะสม, เหล่า Monster สุดแปลกที่ทั้งน่ารัก สุดเท่ห์ แสนครีเอทและชวนหลอนก็มีอีกนับไม่ถ้วน ไม่ต่างจากภาพวาดที่เน้นบรรยากาศ เรื่องราวหรือ theme ที่น่าสนใจก็มีอีกไม่น้อย ทั้งหลายทั้งปวง ปรากฎให้เห็นผ่านโลกของ NFT

NFT ย่อมาจากคำว่า Non Fungible Token แปลเป็นไทยก็คือ ‘สิ่งที่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนและทดแทนได้ เป็นสิ่งที่มีแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น’ ขณะที่ Fungible Token คือสิ่งที่สามารถแลกเปลี่ยนและทดแทนกันได้ โดยในโลกดิจิทัล Fungible Token หมายถึงพวกเหรียญ Cryptocurrency ต่าง ๆ โดยปัจจุบัน ในเมืองไทย เหรียญที่ใช้ซื้องานศิลปะ NFT เป็นหลักคือ Ethereum

การซื้อขาย NFT หรือ Non Fungible Token ในโลกดิจิทัลที่ได้รับความนิยมอย่างสูงยิ่งในเวลานี้ โดยเฉพาะงานศิลปะ มีกระบวนการซื้อขายอย่างไร และคนในวงการ NFT มองอย่างไร เมื่อ ‘ประวัติศาสตร์’ หน้าใหม่เกิดขึ้นแล้ว โดยผู้ที่ใช้ชื่อ IPUTSA ขายภาพ THE INVITATION ได้ในราคาสูงถึง 11 Ethereum หรือ 1 ล้าน 1 แสนบาท

IBusiness สัมภาษณ์พิเศษ ‘ธัญลักษณ์ เตชศรีสุธี’ หรือ ‘บ.ก.ซัน’ บรรณาธิการสำนักพิมพ์การ์ตูนไทย Let's Comic ที่ไม่เพียงเป็นผู้กุมบังเหียน นำพานิตยสารการ์ตูนไทยที่รวบรวมศิลปินและเหล่านักวาดจำนวนมาก ให้ก้าวข้ามผ่านทศวรรษมาได้อย่างน่าชื่นชม ทว่า ธัญลักษณ์ หรือ ‘บ.ก.ซัน’ ก็ยังเป็นหนึ่งในศิลปินที่ร่วมขาย NFT อีกด้วย ไม่ว่าคอลเลกชั่นมนุษย์ปลา, EVERYTHING CAN BE SUPERHEROES และงานอื่นๆ ของเขา ล้วนได้รับความสนใจจากนักสะสมชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนไม่น้อย ถ้อยความนับจากนี้ คือทัศนะของ ธัญลักษณ์ ที่ประเมินโลก NFT ได้อย่างน่าสนใจ

>>> กระแส NFT

ถามว่ามองกระแสของ NFT ในปัจจุบันอย่างไร และความน่าสนใจอยู่ตรงไหน
ธัญลักษณ์ตอบว่าเมื่อเอ่ยถึง NFT ทีมันอาจจะฟังดูยากและซับซ้อนแต่เท่าที่ลองเล่นเองด้วยและศึกษาดูเอง พบว่ามันไม่มีอะไรมากไปกว่าการที่เหมือนกับว่าเรานำเอาไฟล์อะไรก็ตามไปแปลงเป็นเหรียญเป็น Token (โทเคน) หรือเป็นการนำเอาไฟล์มาแปลงขายลงบนเว็บไซต์นั่นเอง โดยที่อาจจะมีข้อดีคือ มีระบบเซิร์ฟเวอร์ที่คอยตรวจสอบได้ว่าเราขายไปเมื่อไหร่ ยังไง

“มีเซิร์ฟเวอร์ที่บริหารงานผ่าน blockchain ซึ่งก่อนหน้านี้ เราอาจจะเคยได้ยินคนบอกกันมาว่ามันยอดเยี่ยมถึงขั้นไม่มีการทำซ้ำได้ ลิขสิทธิ์ต่างๆ จะตรวจสอบได้หมด แต่ผมว่าไม่ได้เยี่ยมอะไรขนาดนั้น เพราะล่าสุดก็มีการก๊อบปี้งานกันมากมาย” ธัญลักษณ์ระบุ

>>> NFT ซื้อขายกันอย่างไร

เมื่อขอให้ช่วยเล่าถึงกระบวนการขายงานในรูปแบบ NFTทำงานกับเหรียญ กับโทเคนยังไง ต้องซื้อขายงานกันอย่างไร

ธัญลักษณ์ตอบว่า “ตัวสกุลเงินที่ใช้ผ่าน NFT เป็นหลักคือ Ethereum (อีเธอเรียม) หรือ ETH ซึ่งก็เป็นสกุลเงินที่แยกย่อยออกมาจากบิทคอยน์อีกทีครับผม ส่วนการซื้อขาย จริงๆ แล้ว มันก็เหมือนการซื้อขายด้วยเงินจริง เช่น สมมติว่าผมจะซื้อภาพถ่าย หรือวาดรูป แล้วผมไปจ่ายเงิน โอนเงินให้เพื่อน แบบนี้ก็ได้ เพียงแต่ว่าคนยุคนี้อาจจะไม่ทำแบบนั้น เพราะมันเสี่ยง มันก็เลยมีระบบ blockchain ขึ้นมา

เหมือนเราซื้อขาย ผ่าน Shopee น่ะครับ เช่น ถ้าเราโอนเงินไปแล้ว ภาพวาดของเราจึงจะไปถึงคนรับ ซึ่งมันก็เป็นตัวป้องกันได้ดีในเรื่องของการทำธุรกรรม ซึ่งเป็นหน้าที่ของ cryptocurrency ที่เข้ามาทำตรงนี้ เหมือนกับว่า มันช่วยทำให้เราแทบจะไม่มีความเสี่ยงเลยในแง่ของการซื้อขาย เหมือนกับว่าเราซื้อ Shopee เรารับของ แล้วเรากดรับ เราก็จะเสียเงิน มันมีความแฟร์กับทั้งคนซื้อแล้วก็คนขาย เป็นระบบที่ผมเรียกว่า มันถูกโปรแกรมเมอร์ใช้ข้อโอกาส ใช้ทรัพยากรพวกเหรียญเอามาดัดแปลง ซึ่งก่อนหน้านี้มันก็ถูกดัดแปลง แต่มันเพิ่งมาลงตัวในยุคนี้ ซึ่งก็ยังมีวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ ซึ่ง Ethereum เองช่วง ต้นปี จนถึงกลางปีนี้ก็มาฮิตเรื่องของเกม เล่นเกมแล้วได้เงิน โปรแกรมเมอร์เขาพัฒนาให้ซื้อขายไอเทมในเกมได้ โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงเหมือนยุคที่เราเล่นเกม Ragnarok ที่เราต้องไปนัดเจอกัน แล้วโอนเงินกัน ทุกวันนี้ ก็สามารถทำได้โดยใช้คริปโตเคอร์เรนซี่เข้ามาช่วย เปรียบเหมือนมีโปรแกรมที่ทำให้เราซื้อขายได้ โดยไม่มีใครเสียเปรียบ” ธัญลักษณ์ระบุ

ถามว่า Ethereum มีราคาอยู่ที่ประมาณกี่บาทในตอนนี้
ธัญลักษณ์ตอบว่า ตอนนี้ 1 อีเธอเรียมอยู่ที่ประมาณ 106,740 บาท (หนึ่งแสนหกพันเจ็ดร้อยสี่สิบบาท) แต่ราคาก็ขึ้นๆ ลงๆ เช่นก่อนหน้านี้ก็อยู่ประมาณแสนสองหมื่นบาท

ถามว่า อะไรทำให้ Ethereum เป็นสกุลที่มีมูลค่า
ธัญลักษณ์ตอบว่า “ความจริงผมว่าการที่ Ethereum มันมีมูลค่าเพราะว่ามันเป็นสกุลที่พลิกแพลงได้เยอะ มีคนใช้งานเยอะ เช่น คนทำเกมก็ใช้ Ethereum คนทำ NFT ก็ใช้ Ethereum ขณะที่บิทคอยน์ จะใช้ในการ Trade (เทรด) ซะเยอะ แต่ต้องออกตัวก่อนว่า ผมไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องคริปโตเคอร์เรนซี่มากนัก เพียงแต่ผมเคยลงทุน เคยศึกษามาบ้าง” ธัญลักษณ์บอกเล่าถึงข้อมูลเท่าที่มี

>>> เมื่ออยากขายงานศิลป์ผ่าน NFT

ถามว่า เมื่อมีคนสนใจ NFT แล้ว เขาจะเข้าสู่กระบวนการขาย ต้องทำอย่างไรบ้าง
ธัญลักษณ์ตอบว่า “ ข้อ 1. คือ ต้องมี กระเป่าเงิน หรือ wallet (วอลเล็ต) สำหรับใส่ตัวเหรียญที่เราจะใช้ ซึ่งคนทั้วไปก็มักจะใช้ metamask wallet กัน เพราะเป็นกระเป๋าเงินฟรี แต่ก็แลกมาด้วยการที่ต้องระวังเรื่องการถูกแฮ็ก

ข้อ 2. หาเว็บไซต์แลกเปลี่ยน คือเนื่องจากตัวกระเป๋าเงินนี้ ในเมืองไทย ยังไม่สามารถหาซื้อเหรียญเข้าไปได้โดยตรง เราต้องไปหาเว็บไซต์แลกเปลี่ยน หรือแอปพลิเคชั่นแลกเปลี่ยน ว่าจะเอาเงินเราเข้ามาใช้ในโลกของคริปโตเคอร์เรนซี่ยังไง ที่ฮิตๆ กันก็จะมี Binance ที่ฮิตที่สุด รองลงมาก็เป็นของคนไทย เช่น Bitkub (บิทคัพ) ที่ฮิตรองลงมา

ข้อ 3. เราก็ไปซื้อเหรียญ จะแลกปลี่ยนกับคนหรือแลกเปลี่ยนผ่านเว็บไซต์ก็แล้วแต่ความถนัด ซึ่งขั้นตอนนี้จะยุ่งยากสำหรับคนที่เพิ่งลงมาเล่นใหม่ๆ เพราะว่าเหรียญแต่ละเหรียญ ยกตัวอย่างเช่น หากเราจะใช้ Ethereum โดยเราจะไปซื้อผ่านเว็บไซต์นั้น มันก็เปรียบเหมือนการเดินทางผ่านคนละประเทศ เงินสกุลนี้ใช้กับที่นี่ไม่ได้ บางทีเราซื้อมาแล้วไปซื้อผิดที่ ก็ทำให้เราต้องไปเสียค่าธุรกรรมใหม่ครับ ซึ่งข้อเสียอย่างหนึ่ง ของพวกคริปโตเคอร์เรนซี่ คือ มันมีค่าธุรกรรมค่อนข้างสูง เพราะว่า ค่าธุรกรรมจะถูกส่งไปให้กับคนที่เขาขุดเหรียญ ซึ่งเรียกกันว่าค่า แก๊ส (Gas Fee) ถ้าเปรียบเทียบคือค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายในการทำธุรกรรมใดๆ ในคริปโตเคอร์เรนซี่ ทำให้ทุกๆ ครั้งที่เราทำอะไรพลาดเราก็จะเสียเงิน

ข้อ 4. เมื่อเราได้เหรียญมาแล้ว เอาประเภทที่เราต้องการใช้ คือ ETH หรือ Ethereum มาใช้ ก็ต้องมาดูกันว่าเราจะเอางานของเราไปขายที่ไหน ซึ่งที่ฮิตๆ กัน ก็จะมีอยู่สองที่ คือที่ OpenSea (ตลาดซื้อขายผลงานศิลปะและของสะสมดิจิทัลรูปแบบ NFT (non-fungible token) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก) และ Foundation” ธัญลักษณ์ระบุและกล่าวเพิ่มเติมว่า

วิธีการเลือกเว็บไซต์ที่เหมาะกับเราคือ เทียบกันอย่างง่ายๆ ที่โอเพ่นซี อาจเปรียบได้กับบิ๊กซี แล้วที่ฟาวเดชั่น เปรียบเหมือนสยามพารากอน ที่โอเพ่นซี ค่าเช่าก็จะถูก จ่ายครั้งแรกทีเดียวจบ เปรียบเหมือนค่าตั้งแผงขายสินค้าจะมีราคาถูก เน้นของถูก ขายถูก ขายเยอะ ขณะที่ฟาวเดชั่นราคาแพง จะต้องจ่ายทุกครั้งที่ลงของ ในขณะที่ การขายของแต่ละชิ้นก็มีราคาสูง

“แต่ผมมาเปรียบเทียบดูก็ไม่เสมอไป เพราะเพื่อนนักวาดของผมหลายๆ คน ก็ขายงานราคาสูงๆ ได้ที่โอเพ่นซี เหมือนกัน ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับฝีมือและจังหวะด้วยครับผม” ธัญลักษณ์เน้นย้ำ

ถามว่า ธัญลักษณ์เล่น NFT มานานแค่ไหนแล้ว เห็นกระแสอะไรบ้าง
ธัญลักษณ์ตอบว่า “เรียกผมว่าเป็นมือใหม่ก็ว่าได้ ผมเพิ่งเล่นมาได้ไม่นานครับ กระแสที่เห็น ผมแบ่งเป็นตอนที่ผมมาใหม่ๆ ถึงปัจจุบันก็แล้วกัน ช่วงที่ผมเล่นใหม่ๆ มันเลยจุดบูมมานิดหนึ่งแล้ว ผมเองก็ไม่ได้เป็นนักวาดหรือ ศิลปินเต็มตัว ต้องรอความมั่นใจ ก่อนที่จะลงงานไป ไม่เหมือนนักเขียน นักวาดที่เขาเป็นศิลปินเต็มตัว ผมก็จะช้ากว่านักเขียนที่เป็นมืออาชีพเมื่อลงงานไป คือ ตามหลังกระแส แต่ก็ยังขายได้บ้าง อยู่ในกลุ่มที่พอจะมีคนรู้จัก ยอดขายก็ประมาณกลางๆ

แต่ถ้าเทียบกับนักเขียนอาชีพ เราเทียบไม่ได้ แต่ถามว่าน่าพอใจไหม ผมก็มองว่าน่าพอใจ ช่วงถัดมา สิ่งที่ยากสำหรับการขายงานคือ ทำยังไงให้เกิด second sale คือ งานเราถูกนำไปขายต่อในราคาที่สูงขึ้นได้ อันนี้ ถ้าใครทำได้ จะก้าวไปอยู่อีกระดับหนึ่งเลยครับ”ธัญลักษณ์บอกเล่าประสบการณ์การขาย NFT เมื่อถามว่า หากเกิด second sale ตัวศิลปินจะได้อะไร

ธัญลักษณ์ตอบว่า คนที่ซื้อไปเอาแล้วงานเราไปขาย เราจะได้เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการตั้งเปอร์เซ็นต์ขึ้นอยู่กับแต่ละเว็บไซต์ เช่นโอเพ่นซีเราสามารถตั้งได้เลย ว่าเราจะได้กี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งกันที่ 10% ส่วนฟาวเดชั่นถ้าจำไม่ผิดจะบังคับว่าให้อยู่ที่ 10%

>>> ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ THE INVITATION @IPUTSA ราคา 11 Ethereum

เมื่อถามถึงประเด็นที่ภาพ THE INVITATION โดย @IPUTSA ขายได้ 1 ล้าน 1 แสนบาท หรือ 11 Ethereum คิดว่าเป็นเพราะอะไร ธัญลักษณ์ตอบว่า เกินความคาดหมายเหมือนกัน เพราะไม่คิดว่าจะมีภาพไหนขึ้นมาได้หลักสิบ Ethereum

“ผมว่าราคา ขนาดนั้น ก็ไม่น่าจะมาจากการเก็งกำไรแล้วมั้ง น่าจะมาจากความชอบจริงๆ ผมเข้าไปดูแล้ว คนซื้อเป็นคนไทยด้วย คงมาจากความชอบจริงๆ โดยส่วนตัว ผมมองว่าตัวงานโอเคเลย มีความสมราคา มีความตั้งใจ มีดีเทล แต่การจะไปถึงขนาดนี้ ไม่ใช่ด้วยตัวงานอย่างเดียว มันมีจังหวะของมันด้วย แต่ให้วิเคราะห์นี่ยากจริงๆ เพราะผมเองก็ไม่คิดว่าจะไปถึงขนาดนั้น” ธัญลักษณ์ระบุ

ถามว่า เกิดจากการประมูลด้วยใช่หรือไม่
ธัญลักษณ์ตอบว่า “ใช่ครับ เกิดจากการประมูล ในวงการเรียก Bid War เมื่อไหร่ที่มีบิดวอร์ ราคาของงานก็จะไปสูง เหมือนกับมีเรื่องของศักดิ์ศรีเข้ามา ว่าใครจะได้ไป”

ถามว่าการเปิด Bid War ขึ้นอยู่กับอะไร
ธัญลักษณ์ตอบว่า “การ Bid จะจำกัดเวลาไว้ที่ 24 ชั่วโมง ในช่วงท้ายๆ เท่าที่ผมจำได้จะมีการเพิ่มเวลาให้ถ้ามีการ Bid War แต่อันนี้ผมไม่แน่ใจ เพราะตอนผมขายถ้าไม่มีใครมาบิดเพิ่มมันก็จบที่ราคานั้นเลย นั่นแหละครับ ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ที่จะเห็นราคาระดับนี้ ก็ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ไปเลย”ธัญลักษณ์ระบุและกล่าวเพิ่มเติมว่า ในวงการ NFT art ฮือฮาพอสมควรกับกรณีนี้ “ผมยังไม่เคยเห็นเลยราคาระดับนี้”ธัญลักษณ์ย้ำ ครั้นถามว่า เรื่อง Bid War นี้ศิลปินทุกคนที่ขายงาน NFT ต้องเปิด Bid ไหม ธัญลักษณ์ตอบว่า “ถ้าเป็นเว็บฟาวเดชั่น จะบังคับให้เปิด Bid แต่ถ้าโอเพ่นซี เราจะเลือกได้ ว่าจะเปิดบิดหรือไม่” ธัญลักษณ์ระบุ

>>> ความเปิดกว้างของ NFT

ถามว่า NFT ครอบคลุมเฉพาะศิลปะเท่านั้นหรือไม่
ธัญลักษณ์ตอบว่า เท่าที่ผมเห็นตอนนี้ ก็จะมีดนตรี มีคนเอางานเขียนมาลงผมก็เคยเห็นนะ แต่หลักๆ ก็ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ยังเป็นสัดส่วนที่เยอะที่สุด

ถามว่า คนซื้องานของคุณ เป็นคนไทยหรือต่างชาติ
ธัญลักษณ์ตอบว่า “ปนๆ กันครับ ช่วงแรกๆ ที่ผมลงงานขาย จะเป็นคนไทย 70%-80%เลยที่ซื้อ เพราะอาจด้วยความที่ผมทำหนังสือ ทำสำนักพิมพ์มาก็อาจจะพอมีคนรู้จักอยู่บ้าง แต่พอมาพักหลังๆ ช่วงที่ค่าแก๊ส ( Gas Fee ) เริ่มแพง คนไทย ซื้อไม่ไหว ก็เป็นฝรั่งที่เข้ามาซื้อ เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งเมื่อเขาซื้อ เราก็จะตามไปคุย ไปดูว่าเขาเป็นชาวอะไร ชาติอะไร” ธัญลักษณบอกเล่าประสบการณ์ขายงาน

ถามว่า ศิลปินไทย ฝีมือดีๆ เข้ามาขายงาน NFT เยอะมาก เพราะอะไร
ธัญลักษณ์ตอบว่า เพราะมันคุ้มค่ามากๆ คุ้มค่ากว่าค่าแรงที่เขาเคยได้ในประเทศเรา

ถามว่า ถ้าเปรียบงานที่ธัญลักษณ์ขาย เป็นเงินไทย ราคา อยู่ที่ประมาณเท่าไหร่
ธัญลักษณ์ตอบว่า “ของผม น่าจะยังไม่ถึงแสนบาทนะ อยู่ที่สักประมาณเกือบๆ แสนบาทครับ”

ถามถึงคอลเลกชั่นชุดมนุษย์ปลา ว่าขายไปในเท่าไหร่
ธัญลักษณ์ตอบว่า “ชุดนั้น มนุษย์ปลา ราคาไม่สูงมาก ราวๆ 7,000-8,000 บาท แต่ผมจะมีคอลเลกชั่นอื่นด้วย ผมมี สามคอลเลกชั่น ขายรวมๆ กัน ก็ได้เกือบแสนบาทครับ มีคอลเล็คชั่นหลังๆ ที่ผมขายราคาต่อชิ้นสูงขึ้นจากเดิมมากด้วย เลยทำให้รวม 3 คอลเลกชั่น ก็ราวๆ 70,000 บาท ในเวลา เดือนเศษๆ ครับ”

งานที่ผมขายก็มีตัวการ์ตูนที่เป็นหุ่นยนตร์ขี่ปลาเหล็ก มีคอลเลกชั่นฮีโร่อะไรก็ได้ (EVERYTHING CAN BE SUPERHEROES) อันนี้ยอดขายสูงสุด เพราะปริมาณที่ลงขายสูงสุด และเป็นอันแรกที่เอาลงขาย แล้วก็มีงานวาดเล่น คือเป็นงานที่ผมเคยวาดเพื่อเอาไปลงหน้าบรรณาธิการ เอาไปลงเฉยๆ ไม่เคยคิดว่ามันจะเอามาสร้างรายได้อะไร แล้วผมก็เห็นว่ามันเยอะ ก็เอามาขาย ไม่คิดว่าจะขายได้ แต่มันก็ขายได้ราคาสูงด้วย ชิ้นละ 7,000-8,000 บาทครับ” ธัญลักษณ์บอกเล่าถึงรายละเอียดของราคางานที่ขาย

ถามถึง กระบวนการในการแลก Ethereum เป็นเงิน ทำอย่างไร
ธัญลักษณ์ตอบว่า อันดับแรก เมื่อได้เหรียญEthereum ก็นำไปแลกบนเว็บไซต์ เช่น ถ้าเป็นของคนไทย ก็มีอย่าง Bitkub ที่อาจจะผูกกับบัญชีธนาคารได้เลย น่าจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเว็บ Binance ของต่างชาติ ก็ต้องเอาไปแลกกับคนที่เขาเอาเหรียญมาวางไว้ ซึ่งก็ต้องดูความน่าเชื่อถือ ดูว่าเขามีประวัติการแลกเปลี่ยนมานานแค่ไหน มีอะไรน่าสงสัยไหม ซึ่งเขาจะมีประวัติให้สามารถตรวจสอบได้อยู่แล้ว ซึ่งระบบค่อนข้างดี ไม่เสี่ยงอะไรมากมาย

>>> NFT ต้อนรับศิลปินหน้าใหม่เสมอ

ถามว่าแม้จะมีทั้งข้อดีข้อด้อย ถึงกระนั้น โลกของ NFT ก็ยังน่าสนใจ และพร้อมต้อนรับศิลปินหน้าใหม่เสมอ

ธัญลักษณ์ตอบว่า “ใช่ครับ โอกาสที่จะได้รับกลับคืนมา มันสูงกว่าที่ลงไปมากๆ ทำให้มันได้รับความน่าสนใจมากๆ แต่ต้องดูว่า สิ่งที่เสียเยอะหน่อยคือ สุขภาพจิต ถ้าไม่ใช่คนที่มีปัญหาสุขภาพจิต จิตตกง่าย เป็นโรคซึมเศร้า ก็ลงมาเถอะครับ แต่ถ้าเป็นก็ผมว่าบางทีมันเป็นสิ่งสำคัญนะ เรื่องสุขภาพจิต

ถามว่า วาดงานมือ ไม่ใช่ดิจิตอลอาร์ต ก็สามารถลงขาย NFT ได้ใช่ไหม
ธัญลักษณ์ตอบว่า “ใช่ครับ ผมเองงานชิ้นที่เป็นปลา ผมวาดมือหมดเลย ไม่ได้ใช้คอมพ์เลย แค่ใช้ตอนเอามาวาง Final แต่ไม่ใช้ในการวาดเลย ใช้สีมาร์คเกอร์ เหมือนเมจิค Copic ดินสอแล้วตัดเส้น เป็นงานมือทั้งหมดเลยครับ งานสีน้ำผมก็เห็นคนที่เอามาลงก็มีนะครับ” คำตอบของธัญลักษณ์สะท้อนถึงความเปิดกว้างของ NFT ที่คาดว่าคงจะได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากศิลปินชาวไทยที่มีฝีไม้ลายมืออีกเป็นจำนวนมาก