xs
xsm
sm
md
lg

กสิกรฯ ชี้ปัจจัยกดบาทอ่อน คาดปลายปีที่ 31.50 บาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กล่าวว่า แนวโน้มเงินบาทที่อ่อนค่าลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาจนแตะระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐเป็นช่วงๆ นั้น นอกจากปัจจัยหลักที่มาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐแล้ว ก็สะท้อนถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจไทยที่เป็นผลมาจาการระบาดของโควิด-19 ระลอกสามที่ยังมีความรุนแรงอยู่ในขณะนี้ รวมถึงการขาดดุลการค้าในช่วงที่ผ่านมาอันเกิดมาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยนับจากต้นปีเงินบาทอ่อนค่าลงมากสุดในภูมิภาคที่ 8% แต่งอย่างไรก็ตาม กสิกรไทยยังคาดการณ์ค่าเงินบาทปลายปีนี้ที่ระดับ 31.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยมองว่าปัจจัยหนุนที่กดดันบาทให้อ่อนค่าแรงๆ น่าจะค่อยไปหมดไป ณ ระดับดังกล่าวจึงยังมีความเป็นไปได้

"การอ่อนค่าของบาทนั้นไม่ใช่เป็นแค่ไทย แต่มีเปโซของฟิลิปปินส์ตามมาใกล้ๆ กัน ซึ่งเป็นผลมาจากโครงสร้างเศรษฐกิจที่มีการพึ่งพาการท่องเที่ยวในสัดส่วนเท่าๆ กัน โดยไทยมีสัดส่วนการท่องเที่ยวคิดเป็น 20% ของจีดีพี มีจำนวนแรงงานที่อยู่ในภาคธุรกิจท่องเที่ยว 8 ล้านคน คิดเป็น 21-22% ของแรงงานรวม ขณะที่ฟิลิปปินส์มีสัดส่วนการท่องเที่ยว 22.5% ของจีดีพี และมีจำนวนแรงงานที่อยู่ในภาคธุรกิจท่องเที่ยว 9.5 ล้านคน คิดเป็น 23% ของแรงงานรวม ซึ่งบาทที่อ่อนสะท้อนให้เห็นภาพของการท่องเที่ยวอาจจะไม่ได้กลับมาได้ในเร็วๆ นี้ แต่ยังมีตัวอื่นที่จะช่วยขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยให้พอขยับได้บ้าง อย่างภาคการส่งออก การบริโภค เป็นต้น"

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ปรับประมาณการจีดีพีไทยลงมาเป็นเติบโต 1% ซึ่งเป็นผลมาจากการระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 ที่ยืดเยื้อทำให้ภาครัฐต้องมีมาตรการล็อคดาวน์ใน 13 จังหวัดซึ่งได้ประเมินขนาดเศรษฐกิจของ 13 จังหวัดดังกล่าวคิดเป็น 49% ของจีดีพีรวมโดยใช้สมมติฐานจำนวนวันที่ล็อกดาวน์ 38 วันเท่ากับครั้งก่อน แต่หากมีจำนวนวันที่ล็อกดาวน์ขยายออกไปอย่างมีนัยสำคัญจะต้องมาทบทวนตัวเลขอีกครั้งหนึ่ง ส่วนเศรษฐกิจไตรมาส 2 นี้คาดว่าจะติดลบประมาณ 1.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

"วัคซีนคือคำตอบเดียวของเราตอนนี้ ต้องติดตามการจัดหาและการกระจายวัคซีนของภาครัฐว่าจะสามารถทำได้ขนาดไหน เพราะตอนนี้ต้องคุมด้านสาธารณสุขให้ได้ก่อน ไม่อย่างนั้นภาคเศรษฐกิจก็ไม่มา โดยเฉพาะประเทศเราที่พึ่งพาการท่องเที่ยวค่อนข้างมากซึ่งมองว่ากว่าการท่องเที่ยวจะกลับมาได้น่าจะปลายปีหน้า"
กำลังโหลดความคิดเห็น...