ไม่ซื้อไม่ได้แล้ว! NSL FOODS ผู้ผลิตและจำหน่ายแซนวิชอบร้อนใน 7-Eleven เตรียมเสนอขาย IPO 75 ล้านหุ้น พร้อมเดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เสริมทัพสร้างความแกร่งให้อาหารกึ่งสำเร็จรูป มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมอาหารที่เติบโตอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าสร้างรายได้ 6 พันล้านบาทใน 5 ปีข้างหน้า

เชื่อแน่ว่า ทุกคนคงคุ้นเคยกันดีกับ “แซนวิชอบร้อน” หลากหลายรสชาติความอร่อย ที่วางจำหน่ายใน 7-Eleven และขายดีเป็นเทน้ำเทท่า สามารถสร้างยอดขายเป็นดับหนึ่ง สูงถึง 2-3 แสนชิ้นต่อวัน โดยผู้ที่อยู่เบื้องหลังรสชาติความอร่อยที่หลากหลายของแซนวิชอบร้อนเหล่านั้น ก็คือ NSL FOODS บริษัทเล็ก ๆ ที่มีความตั้งใจอันยิ่งใหญ่ในการส่งมอบความสุขให้กับผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน
บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NSL FOODS ก่อตั้งโดยนักธุรกิจที่เปี่ยมด้วยพลังความมุ่งมั่น “สมชาย อัศวปิยานนท์” ซึ่งเรียนจบมาทางด้าน Food Science จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เขาเริ่มต้นจากการทำธุรกิจอาหารแช่แข็ง ภายใต้แบรนด์ “สราญใจ” ซึ่งภายหลังรู้จักกันในนาม “อีซี่โก” ก่อนจะเริ่มก่อตั้งบริษัท โดเมคเกอร์ ในปี 2546 และ บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด ในปี 2549 ซึ่งทะยานขึ้นมาเป็นเจ้าตลาดอีกหนึ่งรายในการผลิตและส่งอาหารสำเร็จรูปให้กับ 7-Eleven

นอกจากแซนวิชอบร้อนซึ่งถือเป็น “ดาวเด่น” ของ NSL FOODS แล้ว ยังมีเบเกอรี่และอาหารพร้อมรับประทานอื่น ๆ วางจำหน่ายใน 7-Eleven อีกมากกว่า 40 รายการ นอกจากนั้นแล้ว เมื่อปี 2562 NSL FOODS ยังขยับสู่ธุรกิจฟู้ดส์ เซอร์วิส ด้วยการซื้อกิจการของบริษัท ควอลิตี้ ฟู้ดส์ สเปเชียลตี้ จำกัด (QFS) นำเข้าและจำหน่าย เนื้อสัตว์ อาหารทะเล และผักแช่แข็ง ซัพพลายให้กับโรงแรม เชนร้านอาหาร ตลอดจนซูเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ

ด้วยวิสัยทัศน์ที่ก้าวไปข้างหน้าไม่หยุดนิ่ง “สมชาย อัศวปิยานนท์” ให้ความสำคัญอย่างมากกับการสร้างนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์อาหาร ดังจะเห็นได้จากการที่เขาตั้งทีมนักวิจัยขึ้นมากกว่า 30 คน สร้างห้องแลป และโรงงานอีก 3 แห่ง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือเพื่อการคิดค้นพัฒนานวัตกรรมอาหารรูปแบบใหม่ ๆ ออกมาอย่างสม่ำเสมอ

ขณะเดียวกัน NSL FOODS ยังมีความคิดสร้างสรรค์ในการขยายสินค้าไปยังกลุ่มคนรักสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ Natural Bites ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบโปรตีนสูง และไฟเบอร์สูง โดยสินค้าดังกล่าวได้รับรางวัล SIAL Innovation Award China 2019 และ THAIFEX-Anuga Finalist 2020 อีกทั้งมีแผนที่จะเจาะตลาดอาหารให้ครบทุกกลุ่มด้วยแนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์อาหารในลักษณะที่เป็น Ready to Cook, Ready to Eat ที่สะดวกสบายต่อผู้บริโภค
ด้วยการดำเนินธุรกิจอย่างมีวิสัยทัศน์และเปี่ยมด้วยนวัตกรรม จึงไม่น่าแปลกใจที่ผลประกอบการของ NSL FOODS จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในช่วงปีที่ผ่านมา สถานการณ์โควิดที่ส่งผลกระทบรุนแรง จะทำให้ตัวเลขรายได้ของ NSL FOODS ลดลงไปบ้าง แต่ทว่าในส่วนของผลกำไรนั้นกลับเพิ่มขึ้นอย่างน่าดีใจ โดยในปี 2563 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวมสูงถึง 2,927.6 ล้านบาท โดยกลุ่มของเบเกอรี่และอาหารรองท้อง คิดเป็น 94.3 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมด และในส่วนของธุรกิจฟู้ด เซอร์วิส มีรายได้ 132.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ทั้งนี้ ในปีนี้ NSL FOODS มีการตั้งเป้าสร้างยอดขายให้เติบโตขึ้นจากเดิม ไม่ต่ำกว่า 3,500 ล้านบาท และที่สำคัญ ด้วยความพร้อมในด้านต่าง ๆ ซึ่งผ่านการเตรียมการมานานกว่า 3 ปี NSL FOODS พร้อมแล้วที่จะเสนอขาย IPO จำนวน 75 ล้านหุ้น เพื่อระดมทุนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม 2564 นี้
แน่นอนว่า นี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของ NSL FOODS ที่จะก้าวไปสู่การเติบโตและเป็นผู้นำนวัตกรรมด้านอาหารอย่างยั่งยืน โดยมีแผนในการนำเงินที่ได้จากการขายหุ้น สร้างอาคารโรงงานแห่งใหม่มูลค่า 350 ล้านบาท ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี พร้อมตั้งเป้าสร้างรายได้ในช่วง 5 ปีข้างหน้าไว้ไม่ต่ำกว่า 6 พันล้านบาท
สุดท้ายแล้วต้องยอมรับว่า นี่ไม่ใช่ฝันที่ไกลเกินจริงแต่อย่างใดสำหรับ NSL FOODS ซึ่งมี “สมชาย อัศวปิยานนท์” เป็นหัวเรือใหญ่ เพราะผลลัพธ์จากกิจการที่เขาก่อตั้งและปลุกปั้นมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า วิสัยทัศน์และความทุ่มเทของเขาที่มีให้กับ NSL FOODS ได้เกิดดอกออกผลเป็นความสำเร็จที่เติบโตอย่างต่อเนื่องเสมอมา จนกระทั่งสามารถกล่าวได้ว่า นี่คืออีกหนึ่งโอกาสสำคัญของการลงทุนสำหรับคนที่สนใจจะซื้อหุ้นเป็นอย่างยิ่ง!
#nslfoods #หุ้นไอพีโอ #NutritionSustainableforLife #โภชนาการที่ยั่งยืนของชีวิต

เชื่อแน่ว่า ทุกคนคงคุ้นเคยกันดีกับ “แซนวิชอบร้อน” หลากหลายรสชาติความอร่อย ที่วางจำหน่ายใน 7-Eleven และขายดีเป็นเทน้ำเทท่า สามารถสร้างยอดขายเป็นดับหนึ่ง สูงถึง 2-3 แสนชิ้นต่อวัน โดยผู้ที่อยู่เบื้องหลังรสชาติความอร่อยที่หลากหลายของแซนวิชอบร้อนเหล่านั้น ก็คือ NSL FOODS บริษัทเล็ก ๆ ที่มีความตั้งใจอันยิ่งใหญ่ในการส่งมอบความสุขให้กับผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน
บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NSL FOODS ก่อตั้งโดยนักธุรกิจที่เปี่ยมด้วยพลังความมุ่งมั่น “สมชาย อัศวปิยานนท์” ซึ่งเรียนจบมาทางด้าน Food Science จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เขาเริ่มต้นจากการทำธุรกิจอาหารแช่แข็ง ภายใต้แบรนด์ “สราญใจ” ซึ่งภายหลังรู้จักกันในนาม “อีซี่โก” ก่อนจะเริ่มก่อตั้งบริษัท โดเมคเกอร์ ในปี 2546 และ บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด ในปี 2549 ซึ่งทะยานขึ้นมาเป็นเจ้าตลาดอีกหนึ่งรายในการผลิตและส่งอาหารสำเร็จรูปให้กับ 7-Eleven
นอกจากแซนวิชอบร้อนซึ่งถือเป็น “ดาวเด่น” ของ NSL FOODS แล้ว ยังมีเบเกอรี่และอาหารพร้อมรับประทานอื่น ๆ วางจำหน่ายใน 7-Eleven อีกมากกว่า 40 รายการ นอกจากนั้นแล้ว เมื่อปี 2562 NSL FOODS ยังขยับสู่ธุรกิจฟู้ดส์ เซอร์วิส ด้วยการซื้อกิจการของบริษัท ควอลิตี้ ฟู้ดส์ สเปเชียลตี้ จำกัด (QFS) นำเข้าและจำหน่าย เนื้อสัตว์ อาหารทะเล และผักแช่แข็ง ซัพพลายให้กับโรงแรม เชนร้านอาหาร ตลอดจนซูเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ
ด้วยวิสัยทัศน์ที่ก้าวไปข้างหน้าไม่หยุดนิ่ง “สมชาย อัศวปิยานนท์” ให้ความสำคัญอย่างมากกับการสร้างนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์อาหาร ดังจะเห็นได้จากการที่เขาตั้งทีมนักวิจัยขึ้นมากกว่า 30 คน สร้างห้องแลป และโรงงานอีก 3 แห่ง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือเพื่อการคิดค้นพัฒนานวัตกรรมอาหารรูปแบบใหม่ ๆ ออกมาอย่างสม่ำเสมอ
ขณะเดียวกัน NSL FOODS ยังมีความคิดสร้างสรรค์ในการขยายสินค้าไปยังกลุ่มคนรักสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ Natural Bites ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบโปรตีนสูง และไฟเบอร์สูง โดยสินค้าดังกล่าวได้รับรางวัล SIAL Innovation Award China 2019 และ THAIFEX-Anuga Finalist 2020 อีกทั้งมีแผนที่จะเจาะตลาดอาหารให้ครบทุกกลุ่มด้วยแนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์อาหารในลักษณะที่เป็น Ready to Cook, Ready to Eat ที่สะดวกสบายต่อผู้บริโภค
ด้วยการดำเนินธุรกิจอย่างมีวิสัยทัศน์และเปี่ยมด้วยนวัตกรรม จึงไม่น่าแปลกใจที่ผลประกอบการของ NSL FOODS จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในช่วงปีที่ผ่านมา สถานการณ์โควิดที่ส่งผลกระทบรุนแรง จะทำให้ตัวเลขรายได้ของ NSL FOODS ลดลงไปบ้าง แต่ทว่าในส่วนของผลกำไรนั้นกลับเพิ่มขึ้นอย่างน่าดีใจ โดยในปี 2563 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวมสูงถึง 2,927.6 ล้านบาท โดยกลุ่มของเบเกอรี่และอาหารรองท้อง คิดเป็น 94.3 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมด และในส่วนของธุรกิจฟู้ด เซอร์วิส มีรายได้ 132.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ทั้งนี้ ในปีนี้ NSL FOODS มีการตั้งเป้าสร้างยอดขายให้เติบโตขึ้นจากเดิม ไม่ต่ำกว่า 3,500 ล้านบาท และที่สำคัญ ด้วยความพร้อมในด้านต่าง ๆ ซึ่งผ่านการเตรียมการมานานกว่า 3 ปี NSL FOODS พร้อมแล้วที่จะเสนอขาย IPO จำนวน 75 ล้านหุ้น เพื่อระดมทุนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม 2564 นี้
แน่นอนว่า นี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของ NSL FOODS ที่จะก้าวไปสู่การเติบโตและเป็นผู้นำนวัตกรรมด้านอาหารอย่างยั่งยืน โดยมีแผนในการนำเงินที่ได้จากการขายหุ้น สร้างอาคารโรงงานแห่งใหม่มูลค่า 350 ล้านบาท ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี พร้อมตั้งเป้าสร้างรายได้ในช่วง 5 ปีข้างหน้าไว้ไม่ต่ำกว่า 6 พันล้านบาท
สุดท้ายแล้วต้องยอมรับว่า นี่ไม่ใช่ฝันที่ไกลเกินจริงแต่อย่างใดสำหรับ NSL FOODS ซึ่งมี “สมชาย อัศวปิยานนท์” เป็นหัวเรือใหญ่ เพราะผลลัพธ์จากกิจการที่เขาก่อตั้งและปลุกปั้นมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า วิสัยทัศน์และความทุ่มเทของเขาที่มีให้กับ NSL FOODS ได้เกิดดอกออกผลเป็นความสำเร็จที่เติบโตอย่างต่อเนื่องเสมอมา จนกระทั่งสามารถกล่าวได้ว่า นี่คืออีกหนึ่งโอกาสสำคัญของการลงทุนสำหรับคนที่สนใจจะซื้อหุ้นเป็นอย่างยิ่ง!
#nslfoods #หุ้นไอพีโอ #NutritionSustainableforLife #โภชนาการที่ยั่งยืนของชีวิต
(พื้นที่ประชาสัมพันธ์)